เดลลี-อชันต้า-เอลโลร่า-มุมไบ 5 วัน 3 คืน
เยือนดินแดนแห่งศรัทรา มหัศจรรย์ถ้ำมรดกโลก ถ้ำอชันต้า ถ้าที่เก่าแก่ที่สุด และ ถ้ำเอลโลร่า พลังแห่งศรัทราของ 3 ศาสนามารวมกัน
19.30 น.
พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 บริเวณเคาน์เตอร์สายการบินอินดิโก้ (6E) เจ้าหน้าที่วาริต้า ทราเวล คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับท่าน
22.45 น.
ออกเดินทางสู่ เมืองออรังกาบัด โดยเที่ยวบินที่ 6E1060//6E516 (2245-0140/0535-0640) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย
06.40 น.
คณะเดินทางถึง เมืองออรังกาบัด เมืองที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ได้รับการจัดทะเบียนโดย UNESCO ให้เป็นมรดกโลกถึง 2 แห่ง จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการทางสนามบิน และรับกระเป๋าสัมภาระ ไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถผู้ชำนาญเส้นทาง
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านชมความอลังการซากเมืองโบราณ ป้อมเดาลาตาบัด อดีตการกลุ่มมุสลิมเข้าปกครอง ในปี ค.ศ.1327 และมีการก่อสร้างของที่นี่มีการเจาะภูเขา ด่านบนสุดจะเห็นวิวโดยรวมของป้อมเดาลาตาบัด และชมซากมัสยิดที่ยังคงเหลือเสากว่า 106 ต้น
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภัตตาคาร
บ่าย
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ หมู่ถ้ำเอลโลร่า หนึ่งในสถานที่ที่สวยงามจนติดอันดับมรดกโลก ท่านจะได้ สัมผัสความใหญ่โตมหึมาของศาสนาสถานหินเอลโลร่า อันสวยสดงดงาม และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 ด้วยถ้ำมหัศจรรย์นี้ถูกสร้างโดยการขุดเจาะหน้าผาเข้าไปเป็นแนวตรงระหว่างศตวรรษที่ 6-10 ปลายสมัยราชวงศ์รัชตคุต โดยภายในถ้ำเอลโลร่าประกอบไปด้วยถ้ำทั้งหมด 34 ถ้ำ แบ่งเป็นพุทธสถาน 12 ถ้ำ เทวสถานในศาสนา ฮินดู 14 ถ้ำ และศาสนสถานของเชน 8 ถ้ำ ชมเทวสถานไกรลาส ในศาสนาฮินดู ซึ่งแกะสลักภูเขาทั้งลูกให้เป็นปราสาทหินศิลปะอินเดียใต้ สลักลวดลายเป็นรูปเทพเจ้าต่างๆ อย่างงดงามเหนือจิตนาการ
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย
พัก THE FERN RESIDENCY HOTEL หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ บิบิ กา มัคบาร่า (Bibi Ka Maqbara) หรือ ทัชมาฮาลน้อยเพราะมีลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายทัชมาฮาล สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักโดยพระโอรสของออรังเซบ ทรงสร้างเพื่อรำลึกถึงพระมารดา ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่ ถ้ำอชันตา วัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างเมื่อ พ.ศ.350 โดยพระภิกษุในสมัยนั้นได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมกรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เจาะภูเขาเพื่อสร้างเป็นกุฏิ โบสถ์ วิหาร ฯลฯ เพื่ออาศัยอยู่อย่างสันโดษ เนื่องจากเป็นสถานที่ห่างไกลผู้คน ทำให้ประวัติศาสตร์หน้าต่อมาของ ศาสนาพุทธในอินเดีย ได้ปรากฏขึ้นในหมู่ถ้ำบริเวณฝั่งตะวันตกของที่ราบสูงเดกกัน เมืองออรังกาบาด รัฐมหาราษฎร์แห่งนี้
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ภายใน ถ้ำอชันตา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ความงดงามและอลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยขุดเจาะภูเขาเป็นสังฆรามขนาดใหญ่แบบศิลปะคุปตะและหลังคุปตะอันวิจิตร ถ้ำอชันตาประกอบไปด้วยถ้ำ 28 ถ้ำ มีอายุกว่า 2,000 ปี เป็นพุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผา หินเข้า ไปในเขาเหนือแม่น้ำวโฆระ แต่เดิมเป็นศูนย์กลางสำนักปฏิบัติของ เหล่าสงฆ์ในพุทธศาสนาราวพุทธศตวรรษที่ 7-13 ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่าจึงรอดพ้นจากการทำลายล้างจากกองทัพผู้รุกราน จน มาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนายทหารอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำท่านจะได้ชมงานแกะสลักเสาอันงดงามและวิจิตรบรรจง รวมถึงพระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัดและตกแต่งขึ้นจากหินเนื้อเดียวกันกับพื้นผนังถ้ำยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติ ภาพสีเฟรสโก้อันน่าอัศจรรย์ พระพุทธรูปศิลา ที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุมถ้ำอชันตาเป็นถ้ำที่ผสมผสานระหว่างkenศิลแบบพุทธและฮินดูเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารพัก ผ่อนตามอัธยาศัย
พัก THE FERN RESIDENCY HOTEL หรือเทียบเท่า
04.00 น.
ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองออรังกาบัด
06.50 น.
คณะเดินทางออกจากสนามบินเมืองออรังกาบัด สายการบินอินดิโก้ (6E) เที่ยวบินที่ 6E5223
07.55 น.
คณะเดินทางถึง เมืองมุมไบ จากนั้นนำคณะสู่ภัตตาคาร
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านชมเมือง “มุมไบ” นครลอนดอนแห่งอินเดีย ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามครั้งเมื่ออังกฤษยังปกครองอยู่ มีทั้งแบบอังกฤษโกธิค แบบอินเดียผสมอาหรับ ชมประตูอินเดีย (Gateway of India) ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำในย่าน อพอลโลบันเดอร์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่พระเจ้าจอร์จที่ 5 และพระราชินีแมรี่เสด็จมาร่วมงานเดลีดารบัร ในปี 1911 วัสดุที่ใช้สร้างเป็นหินทรายสีน้ำผึ้ง ยามเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและตกแสงอาทิตย์จะทาบทาลงมา ทำให้ประตูเปลี่ยนสีจากทองเป็นส้ม และจากส้มเป็นชมพูสวยงามมาก กองกำลังอังกฤษชุดสุดท้ายเดินทางออกจากอินเดียผ่านใต้วงโค้งของประตูแห่งนี้ จากนั้นนำคณะสู่ สถานีรถไฟวิคทอเรียเทอร์มินัส หรือชื่อเดิม วิคตอเรียเทอมินาส ที่ได้รับการตั้งชื่อตามพระนามพระราชินีวิคตอเรีย ก่อสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียโกธิค ผสมผสานกับงานศิลปะแบบอินเดีย อันทรงคุณค่าจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งตลาดสำคัญของเมืองมุมไบ ย่านโคลาบา Colaba Causeway Market ซึ่งเป็นตลาดช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของ มุมไบ มีสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมืองต่าง ๆ มากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อ เช่น ผ้าไหมอินเดีย ผ้าพันคอจากแคชเมียร์ สาหรี่ เครื่องประดับและอัญมณี ไม้จันหอมแกะสลักและของตกแต่งบ้าน ฯลฯ
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
พัก KOHINOOR CONTINENTAL HOTEL
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านเดินทางสักการะ องค์ศรีสิทธิวินายัก (Siddhivinayak) ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองมุมไบ พระพิฆเนศวรคู่เมืองมุมไบ ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอินเดีย นับถือกันว่าเป็นองค์ประธานของเทวรูปพระพิฆเนศทุ กองค์ในโลก โดยองค์เทวรูป มีขนาดความสูง 75 เซนติเมตร และหน้าตักกว้าง 60 เซนติเมตร โดยงวงหันไปทางขวา ซึ่งมีความหมายว่าให้พรสมปรารถนาที่ทันใจ แต่ผู้สักการะนั้นต้องเป็นผู้ที่เคร่งครัดในการสวดภาวนา โดยด้านข้างขององค์เทวรูปจะปรากฏพระมเหสี 2 พระองค์ คือพระนางสิทธิ และพระนางพุทธะ ประทับอยู่ทั้ง 2 ด้าน (รวมผ่านประตูแบบ VIP) สักการะพระพิฆเนศแบบ VIP ด้วยการเข้าถึงห้องคฤหัสถ์ชั้นในจนได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินมุมไบ
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน (SET BOX)
15.10 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ 6E1059
21.05 น.
คณะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความประทับใจมิรู้ลืม
