เดลลี-อชันต้า-เอลโลร่า-มุมไบ 5 วัน 3 คืน

0
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
เบอร์โทรติดต่อ*
จำนวนผู้เดินทาง*
* I agree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

2879

เดลลี-อชันต้า-เอลโลร่า-มุมไบ 5 วัน 3 คืน

เยือนดินแดนแห่งศรัทรา มหัศจรรย์ถ้ำมรดกโลก ถ้ำอชันต้า ถ้าที่เก่าแก่ที่สุด และ ถ้ำเอลโลร่า พลังแห่งศรัทราของ 3 ศาสนามารวมกัน

Itinerary

Day 1กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) - เมืองมุมไบ - เมืองออรังกาบัด

19.30 น. 

พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 บริเวณเคาน์เตอร์สายการบินอินดิโก้ (6E) เจ้าหน้าที่วาริต้า ทราเวล คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับท่าน

22.45 น.   

ออกเดินทางสู่ เมืองออรังกาบัด  โดยเที่ยวบินที่ 6E1060//6E516 (2245-0140/0535-0640) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย

Day 2เมืองออรังกาบัด - ป้อมเดาลาตาบัด - หมู่ถ้ำเอลโลร่า

06.40 น.
คณะเดินทางถึง เมืองออรังกาบัด เมืองที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ได้รับการจัดทะเบียนโดย UNESCO ให้เป็นมรดกโลกถึง 2 แห่ง จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการทางสนามบิน และรับกระเป๋าสัมภาระ ไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถผู้ชำนาญเส้นทาง

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านชมความอลังการซากเมืองโบราณ ป้อมเดาลาตาบัด อดีตการกลุ่มมุสลิมเข้าปกครอง ในปี ค.ศ.1327 และมีการก่อสร้างของที่นี่มีการเจาะภูเขา ด่านบนสุดจะเห็นวิวโดยรวมของป้อมเดาลาตาบัด และชมซากมัสยิดที่ยังคงเหลือเสากว่า 106 ต้น

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภัตตาคาร

บ่าย
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ หมู่ถ้ำเอลโลร่า หนึ่งในสถานที่ที่สวยงามจนติดอันดับมรดกโลก ท่านจะได้ สัมผัสความใหญ่โตมหึมาของศาสนาสถานหินเอลโลร่า อันสวยสดงดงาม และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 ด้วยถ้ำมหัศจรรย์นี้ถูกสร้างโดยการขุดเจาะหน้าผาเข้าไปเป็นแนวตรงระหว่างศตวรรษที่ 6-10 ปลายสมัยราชวงศ์รัชตคุต โดยภายในถ้ำเอลโลร่าประกอบไปด้วยถ้ำทั้งหมด 34 ถ้ำ แบ่งเป็นพุทธสถาน 12 ถ้ำ เทวสถานในศาสนา ฮินดู 14 ถ้ำ และศาสนสถานของเชน 8 ถ้ำ ชมเทวสถานไกรลาส ในศาสนาฮินดู ซึ่งแกะสลักภูเขาทั้งลูกให้เป็นปราสาทหินศิลปะอินเดียใต้ สลักลวดลายเป็นรูปเทพเจ้าต่างๆ อย่างงดงามเหนือจิตนาการ

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย
พัก THE FERN RESIDENCY HOTEL หรือเทียบเท่า

Day 3เมืองออรังกาบัด - บิบิ กา มัคบาร่า - ถ้ำอชันตา - เมืองออรังกาบัด

เช้า             

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ บิบิ กา มัคบาร่า (Bibi Ka Maqbara) หรือ ทัชมาฮาลน้อยเพราะมีลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายทัชมาฮาล สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักโดยพระโอรสของออรังเซบ ทรงสร้างเพื่อรำลึกถึงพระมารดา  ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่ ถ้ำอชันตา วัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างเมื่อ พ.ศ.350 โดยพระภิกษุในสมัยนั้นได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมกรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เจาะภูเขาเพื่อสร้างเป็นกุฏิ โบสถ์ วิหาร  ฯลฯ เพื่ออาศัยอยู่อย่างสันโดษ เนื่องจากเป็นสถานที่ห่างไกลผู้คน ทำให้ประวัติศาสตร์หน้าต่อมาของ ศาสนาพุทธในอินเดีย ได้ปรากฏขึ้นในหมู่ถ้ำบริเวณฝั่งตะวันตกของที่ราบสูงเดกกัน เมืองออรังกาบาด รัฐมหาราษฎร์แห่งนี้

เที่ยง         

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ภายใน ถ้ำอชันตา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ความงดงามและอลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยขุดเจาะภูเขาเป็นสังฆรามขนาดใหญ่แบบศิลปะคุปตะและหลังคุปตะอันวิจิตร ถ้ำอชันตาประกอบไปด้วยถ้ำ 28 ถ้ำ มีอายุกว่า 2,000 ปี เป็นพุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผา  หินเข้า ไปในเขาเหนือแม่น้ำวโฆระ แต่เดิมเป็นศูนย์กลางสำนักปฏิบัติของ เหล่าสงฆ์ในพุทธศาสนาราวพุทธศตวรรษที่ 7-13 ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่าจึงรอดพ้นจากการทำลายล้างจากกองทัพผู้รุกราน   จน  มาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนายทหารอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำท่านจะได้ชมงานแกะสลักเสาอันงดงามและวิจิตรบรรจง รวมถึงพระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัดและตกแต่งขึ้นจากหินเนื้อเดียวกันกับพื้นผนังถ้ำยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติ ภาพสีเฟรสโก้อันน่าอัศจรรย์ พระพุทธรูปศิลา ที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุมถ้ำอชันตาเป็นถ้ำที่ผสมผสานระหว่างkenศิลแบบพุทธและฮินดูเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ค่ำ               

รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารพัก  ผ่อนตามอัธยาศัย

พัก THE FERN RESIDENCY HOTEL หรือเทียบเท่า

Day 4เมืองออรังกาบัด - เมืองมุมไบ - Gateway of India - วิคตอเรียเทอมินาส - ช้อปปิ้งย่านโคลาบา

04.00 น.    

ได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองออรังกาบัด

06.50 น.     

คณะเดินทางออกจากสนามบินเมืองออรังกาบัด สายการบินอินดิโก้ (6E) เที่ยวบินที่ 6E5223

07.55 น.    

คณะเดินทางถึง เมืองมุมไบ จากนั้นนำคณะสู่ภัตตาคาร

เช้า             

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านชมเมือง “มุมไบ” นครลอนดอนแห่งอินเดีย ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามครั้งเมื่ออังกฤษยังปกครองอยู่ มีทั้งแบบอังกฤษโกธิค แบบอินเดียผสมอาหรับ ชมประตูอินเดีย (Gateway of India) ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำในย่าน อพอลโลบันเดอร์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่พระเจ้าจอร์จที่ 5 และพระราชินีแมรี่เสด็จมาร่วมงานเดลีดารบัร ในปี 1911 วัสดุที่ใช้สร้างเป็นหินทรายสีน้ำผึ้ง ยามเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและตกแสงอาทิตย์จะทาบทาลงมา ทำให้ประตูเปลี่ยนสีจากทองเป็นส้ม และจากส้มเป็นชมพูสวยงามมาก กองกำลังอังกฤษชุดสุดท้ายเดินทางออกจากอินเดียผ่านใต้วงโค้งของประตูแห่งนี้ จากนั้นนำคณะสู่ สถานีรถไฟวิคทอเรียเทอร์มินัส หรือชื่อเดิม วิคตอเรียเทอมินาส ที่ได้รับการตั้งชื่อตามพระนามพระราชินีวิคตอเรีย ก่อสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียโกธิค ผสมผสานกับงานศิลปะแบบอินเดีย อันทรงคุณค่าจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

เที่ยง       

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย         

จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งตลาดสำคัญของเมืองมุมไบ ย่านโคลาบา Colaba Causeway Market ซึ่งเป็นตลาดช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของ มุมไบ มีสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมืองต่าง ๆ มากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อ เช่น ผ้าไหมอินเดีย ผ้าพันคอจากแคชเมียร์ สาหรี่ เครื่องประดับและอัญมณี ไม้จันหอมแกะสลักและของตกแต่งบ้าน ฯลฯ 

ค่ำ           

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

พัก  KOHINOOR CONTINENTAL HOTEL

Day 5องค์ศรีสิทธิวินายัก - เมืองมุมไบ - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

เช้า         

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสักการะ องค์ศรีสิทธิวินายัก (Siddhivinayak) ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองมุมไบ พระพิฆเนศวรคู่เมืองมุมไบ ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอินเดีย นับถือกันว่าเป็นองค์ประธานของเทวรูปพระพิฆเนศทุ  กองค์ในโลก โดยองค์เทวรูป มีขนาดความสูง 75 เซนติเมตร และหน้าตักกว้าง 60 เซนติเมตร โดยงวงหันไปทางขวา ซึ่งมีความหมายว่าให้พรสมปรารถนาที่ทันใจ แต่ผู้สักการะนั้นต้องเป็นผู้ที่เคร่งครัดในการสวดภาวนา โดยด้านข้างขององค์เทวรูปจะปรากฏพระมเหสี 2 พระองค์ คือพระนางสิทธิ และพระนางพุทธะ ประทับอยู่ทั้ง 2 ด้าน (รวมผ่านประตูแบบ  VIP) สักการะพระพิฆเนศแบบ VIP ด้วยการเข้าถึงห้องคฤหัสถ์ชั้นในจนได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินมุมไบ

เที่ยง         

รับประทานอาหารกลางวัน (SET BOX)

15.10 น.   

ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ 6E1059

21.05 น.       

คณะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความประทับใจมิรู้ลืม