
23.00 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 บริเวณเคาน์เตอร์ สายการบินซานตงแอร์ไลน์ (SC) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ และบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง
02.05 น.
ออกเดินทางสู่ เมืองชิงเต่า ประเทศจีน โดยสายการบินซานตงแอร์ไลน์ (SC) โดยเที่ยวบินที่ SC4080
08.05 น.
คณะเดินทางถึง สนามบินชิงเต่า จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการทางสนามบินและรับกระเป๋าสัมภาระ ไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถผู้ชำนาญเส้นทาง เมืองเผิงไหล ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเยียนไถ ว่ากันว่าจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้และฮั่นอู่ตี้มาเสาะแสวงหายาอายุวัฒนะนำมาซึ่งความเป็นอมตะ ณ เมืองแห่งนี้ จากนำท่านเดินทางสู่ เผิงไหลเก๋อ วัดลัทธิเต๋า สถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและตำนานโบราณของจีน สร้างขึ้นราว 1,500 ปีก่อน (ค.ศ. 1061) ในสมัยราชวงศ์ซ่ง ภายในเผิงไหลเก๋อมีวิหารอยู่หลายแห่ง เช่น วิหารเจ้าแม่ทับทิม วิหารแปดเซียน วิหารพระพุทธเจ้ารวมถึงป้อมปราการที่สร้างไว้ป้องกันข้าศึกรุกรานทางทะเล
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
ได้เวลาสมควรนำท่านสู่ เมืองเยียนไถ เดิมชื่อว่า จือฝู เป็นเมืองชายฝั่งทะเล มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นเมืองท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง พร้อมได้รับเลือกเป็นเมืองน่าเที่ยวที่สุดในประเทศจีนประจำปี 2561 จากนั้นนำท่านจิบไวน์ในปราสาทสไตล์ยุโรป หลีกหนีความวุ่นวายและก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ราวกับหลุดมาจากเทพนิยายยุโรป ณ ไร่ไวน์ ชาโตว์ ณ คฤหาสน์ จางยู่ ปราสาทไวน์ อันโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านกลางไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตาในเมืองเยียนไถ มณฑลซานตง ที่นี่คือการบรรจบกันอย่างลงตัวของมรดกการผลิตไวน์กว่าร้อยปีของจีนและความเชี่ยวชาญจากฝรั่งเศส ทำให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เพียงสวยงามน่าถ่ายรูป แต่ยังเป็นสวรรค์ของคนรักไวน์ นำท่านเดินชมสถาปัตยกรรมคลาสสิก เยี่ยมชมห้องเก็บไวน์ใต้ดินอันลึกลับ และปิดท้ายด้วยการชิมไวน์รสเลิศที่ผลิตจากองุ่นในไร่แห่งนี้ เสริมแต่งประสบการณ์ที่จะทำให้การเดินทางของคุณพิเศษยิ่งขึ้น ปิดท้ายประสบการณ์อันสุดแสนคลาสสิกนี้… ด้วยการ ลิ้มรสไวน์แดง ที่มีชื่อเสียงของที่นี่
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน BEST WESTERN HOTEL YANTAI หรือเทียบเท่า ****
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเว่ยไห่ ที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเจียวตง ทางชายฝั่งทะเลเหลือง เมืองแห่งชายฝั่ง และมีประวัติศาสตร์ทางทหาร นำท่านชมถนนคบเพลิงสายที่แปด เป็นถนนเส้นเล็กๆ ที่ทอดยาวลงไปจนสุดสายตา บรรจบกับเส้นขอบฟ้าและผืนน้ำทะเลสีครามสดใส จุดเช็คอินที่โด่งดังที่สุดในโลกโซเชียลของเมืองเว่ยไห่ มณฑลซานตง จนได้รับฉายาว่าเป็น “คามาคุระแห่งเมืองจีน” ด้วยบรรยากาศที่ราวกับหลุดออกมาจากฉากในการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่น
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
ได้เวลาสมควรนำท่านชม เรือบลูวิส เรือบรรทุกสินค้าขนาดความยาว 190 เมตร ที่ถูกพายุไต้ฝุ่นถล่มทำ ให้เรือยักษ์นี้เกยตื้น เกิดเป็นศิลปะกลางทะเลสุดคูล ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทุกมุมโลกมาเช็คอินกับเรือลำนี้ได้เวลาสมควรนำท่านสู่ ประตูแห่งโชคลาภ หรือประตูแห่งความสุข แลนด์มาร์คและสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเว่ยไห่ เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านริมทะเล และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยมาก นักท่องเที่ยวมักจะมาขอพร โดยเชื่อกันว่าเป็นประตูที่เปิดรับความสุข โชคลาภ และพลังดี ๆ เข้าสู่ชีวิต
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL หรือเทียบเท่า ****
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองชิงเต่า เมืองที่สวยที่สุดในจีน ต้นแบบเมืองน่าอยู่ที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตผู้คน” จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูเขาเหลาซาน (รวมค่าบริการกระเช้า) เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงของซานตง และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในบรรดาภูเขาที่กระจายตามชายหาดของจีน อยู่ห่างจาก เมืองชิงเต่า 30กิโลเมตร ยอดเขาของเหลาซาน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,133 เมตร นอกจากนี้ภูเขาเหลาซานยังมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะ ที่เป็น “ภูเขาเทวดากลางทะเล” และ “ภูเขาเลื่องชื่อของศาสนาเต๋า” ภูมิอากาศของเขตเขานี้ดีเป็นพิเศษ หน้าหนาวอบอุ่น หน้าร้อนเย็นสบาย อารามของศาสนาเต๋าหลายแห่ง อยู่กลางป่าสนอันเก่าแก่ มีประวัติอันยาวนานเกือบ 2,000 ปี
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตำหนักเต๋าไท่ชิงกง เป็นหนึ่งในวัดศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ของลัทธิเต๋า ตั้งอยู่บนไหล่เขาด้านใต้ของเทือกเขาเหลาซาน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ประกอบด้วย 3 ตำหนักสำคัญ คือ ตำหนักซานกวน ตำหนักซานชิง และตำหนักซานหวง ภายในยังคงมีนักพรตเต๋าพักอาศัยอยู่ จุดเด่นของตำหนักไท่ชิงกงอยู่ที่รูปปั้นเล่าจื๊อขนาดใหญ่ตั้งตระการอยู่ภายใน โดยสามารถมองเห็นได้จากไกล ๆ ซึ่งเล่าจื๊อเป็นนักปราชญ์ชาวจีนโบราณ ผู้ก่อตั้งและเป็นศาสดาของลัทธิเต๋า นอกจากนี้เล่าจื๊อยังเป็นผู้ประพันธ์คัมภีร์เต้าเต๋อจิง ซึ่งเป็นวรรณกรรมและคำสอนทางลัทธิเต๋าที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ถนนคนเดินไถตง ถนนคนเดินสุดคึกคักของเมืองชิงเต่า ถนนสายหลักมาความยาวถึง 1,850 เมตร และเป็นถนนคนเดินแห่งเดียวในจีนที่มีเบียร์มาตั้งกลางถนนให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรส นอกจากนี้ยังมีของขึ้นชื่อต่างๆของชิงเต่ามาให้ได้เลือกซื้ออย่างคึกคัก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน LUXSENEN HOTEL หรือเทียบเท่า ****
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตึก QINGDAO HAITIAN CENTER เป็นตึกที่สูงที่สุดในชิงเต่า มีความ สูง 369 เมตร แบ่งเป็น 81 ชั้น ประกอบด้วยพื้นที่อาคารสำนักงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และจุดชมวิวชั้น 81 ที่มีหน้าต่างบานใหญ่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน มองเห็นทั้งทัศนียภาพของภูเขา ทะเล เมืองเก่าทางทิศตะวันตก และเมืองใหม่ทางทิศตะวันออก นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นพื้นกระจกใสยื่นออกไปนอกตัวอาคารให้ชมวิวกันแบบ 360 องศา เหมือนกำลังลอยอยู่กลางอากาศเลยทีเดียว
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
ได้เวลาอันสมควร นำท่านชม จัตุรัส 54 แลนด์มาร์คอันโดดเด่นของเมืองชิงเต่า ตั้งอยู่บริเวณอ่าว FUSHAN เป็นพื้นที่สาธารณะที่ให้ ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้มาเดินเล่นผ่อนคลายกับบรรยากาศแสนสบายของเมืองและริมชายฝั่งทะเล ซึ่งย่านนี้ได้ตั้งชื่อมาจากการเคลื่อนไหวในการเรียกร้องการเป็นอิสระจากเยอรมนีในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1919 สัญลักษณ์ของที่นี่ก็คืองานศิลปะที่คล้ายกับการหมุนของลมในเดือนพฤษภาคมที่มีสีแดงสด เป็นแลนด์มาร์คที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเอกลักษณ์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรงเบียร์ชิงเต่า เป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์ ภายในอาคารมีการจัดแสดง เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งโรงงาน กระบวนการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน ในการกลั่นเบียร์ของโรงงานเบียร์แห่ง แรกของประเทศจีนรวมทั้งกรรมวิธีการกลั่นเบียร์ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน พร้อมชมขบวนการบรรจุเบียร์ใส่ขวด และกระป๋อง เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดโลก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารค่ำนำท่านสู่ หาดไซเบอร์ NO.3 แลนด์มาร์กทะเลชื่อดังของชายฝั่งชิงเต่า ด้วยชื่อเสียงเรื่องน้ำทะเลใส ความสะอาด และบรรยากาศยามค่ำคืนสุดตระการ ตา ที่บรรดาตึกสูงโดยรอบชายหาดจะทยอยเปิดไฟทำให้แสงไฟกระทบกับชายหาดมีสีสันที่สวยงาม เรียกได้ว่าเป็นหาดไซเบอร์ จากเหล่าแสงสีที่ตกมากระทบน้ำ
พักค้างคืน LUXSENEN HOTEL หรือเทียบเท่า *****
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชม สะพานจ้านเฉียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองชิงเต่า สร้างขึ้นใน ค .ศ. 1891 สมัยราชวงศ์ชิง มีความ ยาว 440 เมตร กว้าง 10เมตร ส่วนปลายสุดของ สะพานที่ยื่นไปยังกลางน้ำจะมีศาลาทรงแปดเหลี่ยมสูง 2 ชั้น ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าที่ติดบนขวดเบียร์ชิงเต่า จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ถนนจงซาน ถนนที่อยู่ใจกลางเมืองชิงเต่า ถนนจงซาน นั้นนับว่าเป็นย่านการค้าอันเก่าแก่ มีตั้งแต่แผงลอยถึงร้านค้าใหญ่แข่งกันเปิดทำการค้าอย่างคึกคัก สินค้าที่สามารถหาซื้อได้จากที่นี้ อาทิ อาหารทะเล สินค้าหัตถกรรมชิ้นเล็กๆ เสื้อผ้าแบรนด์ดังหรือแม้กระทั่งเบียร์ขึ้นชื่ออย่างเบียร์ชิงเต่า และนำท่านชม โบสถ์ St. Emil หรือโบสถ์ St. Michael (ชมภายนอก) เป็นอีกจุดยอดนิยมของ นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปในเมืองชิงเต่า เป็นโบสถ์คาทอลิก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ผสมผสานแบบโรมัน บริเวณอาคารด้านหน้ามีหอนาฬิกาสูง 56 เมตร 2 หลัง ตั้งอย่างโดดเด่น โดยจะส่งเสียงสัญญาณในทุกวันอาทิตย์หรือช่วงเทศกาลสำคัญ ภายในโบสถ์ ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สวยตามสไตล์เรเนอซองส์ในอิตาลี
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
ได้เวลาสมควรนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์ที่ทำการเก่าเยอรมัน เป็นอาคารที่คล้ายปราสาทสไตล์ยุโรป สร้าง ด้วยหินแกรนิต ชนิดพิเศษของชิงเต่า เป็นหินแกรนิตจากเขาเหลาซาน ตัวอาคารเป็นสีเหลืองสด หลังคาสีแดง ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน ซึ่งอาคารแห่งนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 3 ปี โดยเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1908 และหลังจากที่เยอรมันคืนชิงเต่าให้กับจีนแล้ว ที่นี่ยังเคยใช้เป็นที่พักของผู้นำจีนและบุคคลสำคัญๆอีกหลายท่าน พร้อมถ่ายภาพที่ระลึกตามอัธยาศัย นำท่านเดินทางสู่ ถนนพีฉาย หยวน หรือถนนสายอาหารเป็นย่านสตรีทฟู้ดที่รวบรวมของกินที่สำคัญของเมืองชิงเต่ามากมาย ทั้งปลาดาว หอยเม่น กุ้งหอย ปู ปลา ปรุงอาหารกันสดๆร้อนๆ หากลัดเลาะเข้าไปตามตรอกซอกซอยของถนนพีฉายหยวนแห่งนี้ จะพบกับแผงขายของชำร่วยและของที่ระลึกมากมาย ให้ท่านเลือกชมเลือกช้อปกันตามอัธยาศัย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินชิงเต่า เตรียมเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
21.05 น.
คณะทัวร์อำลา เมืองชิงเต่า เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินซานตงแอร์ไลน์ (SC) เที่ยวบิน SC4079
01.25 น.
คณะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ … พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
