ทัวร์ยุโรปเบเนลักซ์ 8 วัน 5 คืน ชมเทศกาลดอกทิวลิป (ช่วงวันหยุดสงกรานต์)

0
Price
ราคาเริ่มต้น 89,900
Price
ราคาเริ่มต้น 89,900
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
เบอร์โทรติดต่อ*
จำนวนผู้เดินทาง*
* I agree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

3900
Tour Details
  • โรงแรมระดับมาตรฐานสากลระดับ 4 ดาว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐาน พร้อมคนขับที่ชำนาญเส้นทาง
  • รายการทัวร์จัดให้แบบสบายๆ ค่อยๆ ไปทีละเมือง…ไม่เร่งรีบ
  • หัวหน้าทัวร์ที่มีประสบการณ์ มีความรับผิดชอบสูง ให้บริการ และอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด

Itinerary

วันที่ 1กรุงเทพมหานคร - กรุงแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี)

19.30 น.         

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกในประเทศ ชั้น 4 บริเวณเคาน์เตอร์ สายการบินคอนดอร์ (DE) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ และบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

22.35 น.         

ออกเดินทางสู่ กรุงแฟรงก์เฟิร์ต โดยสายการบินคอนดอร์ (DE) โดยเที่ยวบินที่ DE2363

วันที่ 2กรุงแฟรงก์เฟิร์ต - รูเดสไฮม์ อัม ไรน์ - ซังกอร์ - ล่องเรือแม่น้ำไรน์ - บ๊อพพาร์ด - โคเบลนซ์ - โคโลญจน์ - มหาวิหารโคโลญจน์ - ดุสเซลดอร์ฟ

06.25 น.       

คณะเดินทางถึง สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการทางสนามบินและรับกระเป๋าสัมภาระ คนขับรถผู้ชำนาญเส้นทางคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองรูเดสไฮม์ อัม ไรน์ (RÜDESHEIM AM RHEIN) เป็นเมืองท่องเที่ยว  ชื่อดังริมแม่น้ำไรน์ทางตะวันตกของเยอรมนีโดดเด่นด้วยไร่องุ่นไวน์ RIESLING และบรรยากาศ  เมืองเก่าแบบโรแมนติก ย่าน DROSSELGASSE เป็นถนนสายหลักที่เต็มไปด้วยร้านไวน์และดนตรีพื้นเมือง อีกทั้งยังมีจุดชมวิว NIEDERWALD MONUMENT มองเห็นหุบเขาไรน์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองซังกอร์ (SANKT GOAR) เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไรน์ในประเทศเยอรมนี มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นที่รู้จักกันดี ในเรื่องทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาไรน์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียน  เป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก จากนั้นนำท่าน ล่องเรือแม่น้ำไรน์ ราชินีแห่งยุโรปที่เลียงรายไปด้วยปราสาทเก่าแก่คลาสสิกบนยอดเขา และบ้านเรือนสมัยโบราณที่แสนงดงามราวกับเป็นเมืองในเทพนิยาย ให้ท่านได้เก็บภาพประทับใจกันอย่างเต็มที่ แม่น้ำสายนี้ยังก่อให้เกิดเรื่องราว ตำนาน และ  บทเพลงต่างๆ ที่ทำให้ผู้คนหลงใหล จากนั้นเรือจะนำทุกท่านผ่าน หน้าผาลอ เรไลย์ (LORELEI ROCK) อันเป็นตำนานของหญิงสาวที่คร่าชีวิตผู้คนที่เดินทาง โดยเรือผ่านแม่น้ำสายนี้ตลอดการเดินทางจนถึง เมืองบ๊อพพาร์ด (BOPPARD)

เที่ยง             

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองโคเบลนซ์ (KOBLENZ) เป็นเมืองเล็กๆ ที่นับได้กว่าเก่าแก่ที่สุด  แห่งหนึ่งในเยอรมนี ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำไรน์และแม่น้ำโมเซล มีวัฒนธรรมริมแม่น้ำไรน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเมือง และนอกจากนี้เมืองแห่งนี้ยังมีไวน์รสเยี่ยมและเทศกาลคาร์นิวัลที่เหล่าผู้คน  ออกมาเฉลิมฉลองกัน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางขึ้นเหนือสู่ เมืองโคโลญจน์ (COLOGNE) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 4 ของ  เยอรมนีรองจากเบอร์ลิน, ฮัมบวร์ก และมิวนิก โดยเมืองโคโลญจน์นับเป็นหนึ่งในเมืองที่  เก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี ซึ่งภาษาเยอรมันเรียกว่า “เคิล์น” เป็นเมืองเก่าแก่ที่สร้างขึ้นโดยชาวโรมัน เชื่อว่าชาวไทยรู้จักเมืองนี้ดี เนื่องจากเป็นเมืองต้นกำเนิดของน้ำหอม “ออดิโคโลญจน์ 4711” สาเหตุที่ใช้ชื่อนี้ เนื่องจากในอดีตบ้านเลขที่ 4711 เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตในขณะนั้น จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำหอมออดิโคโลญจน์จนถึงปัจจุบัน นอกจากน้ำหอมแล้วเมืองโคโลญจน์ยังเป็นเมืองแห่งมหาวิหารยักษ์ของยุโรปอีกด้วย นั่นคือ มหาวิหารโคโลญจน์ (COLOGNE CATHEDRAL) หรือ KOLNER DOM  เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1791 แต่มีปัญหาให้ต้องหยุดพักการก่อสร้างไป  บ้าง จึงใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานกว่า 600 ปี จึงสร้างเสร็จสมบูรณ์ โดยหลังการก่อสร้างเสร็จได้มีพิธีวางหลักหิน  บันทึกข้อมูลการก่อสร้างมหาวิหารโคโลญจน์เป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก นับเป็นวิหารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกในสมัยนั้น คือ ช่วงปี ค.ศ. 1880-1884 ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่  เมืองดุสเซลดอร์ฟ (DUSSELDORF) เป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของเยอรมนี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์และเป็นศูนย์กลางธุรกิจ แฟชั่น และงานแสดงสินค้านานาชาติ เมืองมีบรรยากาศทันสมัย คมนาคมสะดวก และมีถนนช้อปปิ้งชื่อดังอย่าง KÖNIGSALLEE ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ ภัตตาคาร เพื่อรับประทานอาหารค่ำ

ค่ำ                

รับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร

พักค้างคืน NOVOTEL DUSSELDORF AIRPORT หรือเทียบเท่า ****

วันที่ 3ดุสเซลดอร์ฟ - อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) - หมู่บ้านกังหันลม - กังหันลมเดอคัต - ล่องเรือหลังคากระจก - โรงงานเพชร - จัตุรัสดัม

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรหมแดนสู่ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมือง อัมสเตอร์ดัม (AMSTERDAM) เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งรายล้อมไปด้วยทัศนียภาพงดงาม และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ จึงให้บรรยากาศที่แสนโรแมนติกเป็นอย่างยิ่ง พร้อมนำท่านแวะเที่ยวชม หมู่บ้านกังหันลม ซานส์ สคานส์ (ZAAN SCHAN) เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งใน ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีกังหันลมนับร้อยแห่ง ซึ่งชาวดัชท์ใช้กังหันลมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ปัจจุบัน กังหันลมก็เริ่มถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ได้ถูกจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑ์ ร้าน ขายของที่ระลึกและศูนย์ฝึกอบรม ชม กังหันลมเดอคัต (WINDMILL DE KAT) กังหันลมเก่าแก่ที่ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เป็นกังหันลมโรงสีเดียวในโลกที่ยังคงบดสีฝุ่น (PIGMENT MILL) เพื่อ ใช้ทำสีย้อมและสีทาอยู่ถึงปัจจุบัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวดัตช์ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ภัตตาคาร เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
จากนั้นนำท่าน ล่องเรือหลังคากระจก ชมเมืองคูคลองที่ได้ชื่อว่าเป็น “ เวนิสแห่งยุโรปเหนือ ” ที่ชาว ดัตช์วางผังเมืองขุดเป็นคูคลองล้อมรอบถึงสี่ชั้น ด้วยลำคลองกว่า 160 สาย รวมกันยาวกว่า 100 กิโลเมตร สะพานข้ามคลองถึง 1,200 สะพาน เรือล่องชมประตูกั้นน้ำ และอาคารบ้านเรือสมัยเก่าที่มี แบบเฉพาะตัวด้วยรูปทรงหน้าแคบสูง ผสมผสานศิลปะแบบสเปน-เรอเนสซองส์งดงามมีเสน่ห์ จากนั้นนำชม โรงงานเจียระไนเพชร (COSTER DIAMONDS) ฝีมือเอกของโลกจากนักเจียระไน ชาวดัตช์ ที่สืบทอดฝีมือกันมาเป็นเวลานาน แนะนำเพชรในรูปแบบต่างๆ และการเลือกซื้อเพชรน้ำงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สมควรแก่เวลานำท่านเข้าชม ย่านเมืองเก่า ที่มีตึกตัวอาคารสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่ไม่มีใครเหมือน จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสดัม (DAM SQUARE) ศูนย์กลางของเมือง อนุสาวรีย์วีรชนในสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังหลวง ฯลฯ

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน RAMADA AMSTER AIRPORT SCHIPHOL หรือเทียบเท่า ****

วันที่ 4อัมสเตอร์ดัม - ลิซเซ่ - สวนเคอเคนฮอฟ - กรุงบรัสเซลส์ - อะตอมเมียม - จัตุรัสกรองด์ ปลาซ - แมนเนเกน พิส

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ลิซเซ่ (LISSE) เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในจังหวัดเซาท์ฮอลแลนด์ เมืองนี้มีชื่อเสียงเรื่องสวนดอกไม้ KEUKENHOF ซึ่งเป็นหนึ่งในสวนดอกไม้ที่ใหญ่ ที่สุดในโลก โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิที่มีทิวลิปบานสะพรั่ง LISSE ยังเป็นศูนย์กลางของการปลูกดอกไม้และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญของประเทศ พร้อมนำท่านเข้าชม สวนเคอเคนฮอฟ (KEUKENHOF) เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ระดับโลกที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “สวนทิวลิปที่ สวยที่สุดในโลก” เปิดให้ชมเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น แต่ละปีมีดอกไม้กว่า 7 ล้านดอกผลิบานสะพรั่ง ไฮไลต์อยู่ที่การจัดแสดงทิวลิปและพันธุ์ไม้หลากสีสันเป็นลวดลายงดงามราวกับภาพวาดทั่ว ทั้งสวน นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินชมสวนที่ร่มรื่น ศาลาแสดงดอกไม้ และมุมถ่ายภาพสุดประทับใจ ทำให้ทุกก้าวของการเดินชมเต็มไปด้วย ความเพลิดเพลินและความงดงามเหนือจินตนาการ อิสระให้ท่านเที่ยวชมสวนเคอเคนฮอฟ พร้อมถ่ายภาพที่ระลึกตามอัธยาศัย

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ กรุงบรัสเซลส์ (BRUSSELS) เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งด้านการเมือง สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรม เมืองนี้มีจัตุรัส GRAND PLACE อันงดงาม, รูปปั้น อันเป็นสัญลักษณ์ และอาหารขึ้นชื่ออย่างวาฟเฟิล ช็อกโกแลต และเบียร์ จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ อะตอมเมียม (ATOMIUM) สิ่งก่อสร้างของประเทศเบลเยี่ยม ถือกันว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่ง สร้างขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1958 ในงานแสดงสินค้าโลก โดยสถาปนิกที่มีชื่อว่า ANDRE WATERKYNE สร้างขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงโลกในยุคปัจจุบันที่เป็นของอะตอมใน ด้านของสันติ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง ย่านเมืองเก่า (OLD TOWN) มีย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมยุคกลาง ตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ร้านค้า และร้านอาหารพื้นเมือง ชวนให้ท่านเพลิดเพลินกับบรรยากาศคลาสสิกของกรุงบรัสเซลส์ พร้อมนำท่านนสู่ จัตุรัสกรองด์ ปลาซ จัตุรัสศูนย์กลางเมืองเก่าที่งดงามที่สุดในยุโรป รายล้อมด้วยอาคารประวัติศาสตร์และบ้านกิลด์ประดับลวดลายวิจิตร ทุกก้าวเต็มไปด้วยความประทับใจ เหมาะแก่การถ่ายภาพและชมรายละเอียดสถาปัตยกรรม นำท่านแวะชม แมนเนเกน พิส (MANNEKEN PIS) มาจากภาษาดัตช์ แปลว่า เด็กผู้ชายกำลังยืนปัสสาวะ ทำจากทองแดง สูงราว 61 ซม. เดิมเด็กในตำนานมีชื่อว่า “จูเลียนสกี” และถูกสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แห่งความกล้าหาญที่เขาปัสสาวะดับชนวนระเบิดช่วยเมืองไว้ อีกทั้งในวันเฉลิมฉลอง รูปปั้นนี้ยังถูกใช้ให้เหล้าองุ่นไหลออกมาแทนน้ำพุเพื่อให้ประชาชนได้ชิมตามประเพณี

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน GRESHAM BELSON HOTEL หรือเทียบเท่า ***

วันที่ 5บรูจส์ (เบลเยียม) - เกนท์ - กรุงลักเซมเบิร์ก (ลักเซมเบิร์ก)

เช้า               

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบรูจส์ (BRUGES) เมืองยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป พร้อมนำท่านเที่ยวชมเมืองและถ่ายภาพที่ระลึกกับ เบิร์กสแควร์ (BURG  SQUARE) เป็นศูนย์กลางการบริหารเมืองบรูจส์มาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ นำท่านชม ศาลาว่าการเมืองบรูจส์ สถาปัตยกรรมกอธิกเก่าแก่สร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1376–1421 ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของ  ศาลาว่าการหลายเมืองในเบลเยียม ชมหอระฆัง (BELFRY) หรือ หอระฆัง (BELFORT) สัญลักษณ์อำนาจของเมืองในยุคกลาง เก็บรักษาระฆังรวม 57 ใบ รวมถึงระฆังชื่อดัง VICTORY BELL หนักราว 6 ตัน จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารพระโลหิต (BASILICA OF THE HOLY BLOOD) โบสถ์สมัยศตวรรษที่ 12 ที่เก็บรักษาขวดแก้วบรรจุผ้าที่เชื่อว่าเปื้อนโลหิตพระเยซู ซึ่งยังไม่เปิดใช้จนถึงทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านเที่ยวชมต่อที่ หมู่บ้านแม่ชี (BEGINHOF) ชุมชนสตรีผู้ถือพรหมจรรย์หรือ  หม้ายในศตวรรษที่ 13 ซึ่งมีบทบาทด้านศาสนาและงานหัตถกรรมลูกไม้ที่โด่งดัง สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองเกนท์ (GHENT) เมืองท่าที่ใหญ่และมั่งคั่งที่สุดในตอนเหนือของยุโรป เป็นเมืองที่เงียบสงบและสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ พร้อมนำท่านชมบรรยากาศริมแม่น้ำ ถนนกราสเลและโคเรนไล (GRASLEI AND KORENLEI) ที่ล้อมด้วยอาคารยุคกลาง จากนั้นนำท่านชม มหา   วิหารเซนต์บาโว (ST. BAVO’S CATHEDRAL) วิหารขนาดใหญ่ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมภายนอกแบบนีโอกอธิกและมีห้องใต้ดินแบบโรมัน ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาคอลเล็กชั่นเครื่องประดับงานพิธีกรรมที่ปักด้วยมือและผ้า หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดของประเทศเบลเยียม แวะชม ปราสาทเกรฟเวนสตีน (GRAVENSTEEN) ปราสาทยุคกลางที่ผ่านการใช้งานหลากหลาย ก่อนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และปิดท้ายที่ โบสถ์เซนต์นิโคลัส (ST.  NICHOLAS CHURCH) หนึ่งใน “THREE TOWERS OF GHENT” โบสถ์กอธิกสำคัญที่ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 19 จนงดงามดังปัจจุบัน

เที่ยง             

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               

สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางสู่ ประเทศลักเซมเบิร์ก (LUXEMBOURG) หนึ่งในประเทศที่   เล็กที่สุดในยุโรป แต่เป็นประเทศที่มีฐานะที่ร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งเช่นกัน เนื่องจากมีอุตสาหกรรมการเงินการธนาคารขนาดใหญ่ และยังเป็นประเทศที่ตั้งสถาบันสำคัญหลายแห่ง เช่น สหภาพยุโรป  ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ ภัตตาคาร เพื่อรับประทานอาหาร

 

ค่ำ              

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน PARC HOTEL ALVISSE หรือเทียบเท่า ****

วันที่ 6กรุงลักเซมเบิร์ก - ไฮเดลเบิร์ก - ปราสาทไฮเดลเบิร์ก - พิพิธภัณฑ์ยาเยอรมนี

เช้า                

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำเที่ยวชม กรุงลักเซมเบิร์ก (LUXEMBOURG) โดยรอบตัวเมืองที่แบ่งเป็น 3 ส่วน OLD  TOWN, LOWER  TOWN, NEW TOWN พร้อมนำท่านเดินชม ย่านเมืองเก่า ซึ่งประกอบไปด้วย  ปราสาท, กำแพงเมือง, ป้อมปราการ, โบสถ์, สถานที่ราชการ, อาคารบ้านเรือน, ร้านรวงและชีวิตชาวเมือง ให้ท่านได้เก็บภาพสวยไว้เป็นที่ระลึก พร้อมให้ท่านได้เดินชมย่านการค้าใจกลางเมือง เลือกชมสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึกและอื่นๆ ตามอัธยาศัย

เที่ยง             

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (HEIDELBERG) เมืองต้นตำรับของศิลปะยุคโรแมนติก และศูนย์กลางทางการศึกษาของเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นเมืองพระราชสมภพของพระเจ้าอยู่หัว    อานันท์มหิดลอีกด้วย มีแม่น้ำเนคก้าร์ตัดผ่านกลางเมือง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทไฮเด  ลเบิร์ก (HEIDELBERG CASTLE) ที่สร้างอยู่บนเนินเขาตัวปราสาทได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้เป็น  มรดกของเมือง ใช้เวลาในการสร้างกว่า 400 ปี มีการพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยโกธิก  ศตวรรษที่ 14 จนถึงบาร็อกสไตล์ ด้านหน้าของอาคาร พิพิธภัณฑ์ยาเยอรมนี (GERMAN  APOTHECARY MUSEUM) เป็นการสร้างด้วยศิลปะผสมผสานระหว่างเรอเนสซองส์อิตาเลียน,  ดัชต์และเยอรมัน ประดับด้วยรูปปั้นของเหล่านักบุญชาวเยอรมันและเทพเจ้าชาวโรมัน พร้อมนำท่าน  เข้าชมบริเวณภายในปราสาท อันเป็นที่ตั้งของถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถจุไวน์ได้กว่า  220,000 ลิตร เชิญท่านทดลองชิมไวน์สดรสเลิศ และบันทึกภาพของเมืองไฮเดลเบิร์กจากระเบียงของตัวปราสาทที่สามารถมองวิวทิวทัศน์เมืองที่สวยงาม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ภัตตาคาร

ค่ำ                 

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 พักค้างคืน INTERCITY HOTEL HEIDELDELBERG หรือเทียบเท่า ****

วันที่ 7ไฮเดลเบิร์ก - แฟรงค์เฟิร์ต - จัตุรัสโรเมอร์ - ช้อปปิ้งถนนไซล์ - สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต

เช้า               

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (FRANKFURT) อดีตอันยิ่งใหญ่ของการตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ถูกบันทึกไว้เมื่อปี ค.ศ. 794 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางการเดินทาง เศรษฐกิจและ   พาณิชย์สำคัญที่สุดตอนกลางของเยอรมนี นำท่านเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ โดยเริ่มต้นที่ จัตุรัสโรเมอร์    (ROMERBERG SQUARE) นำท่านชมบรรยากาศย่านใจกลางเมืองเก่าอันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง ศิลปะแบบโกธิกที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1405 ตรงกันข้ามกับศาลาว่า   การเมือง ท่านจะพบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า ออสไซเล่อ ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด ถ่ายภาพความสวยงามของ น้ำพุแห่งความยุติธรรม ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน ชม โบสถ์เซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมือง

เที่ยง              

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย               

อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้ามากมายหลากหลายบริเวณ ย่านถนนไซล์ (ZEIL) ถนนสายช้อปปิ้งที่ยาว   ที่สุดของประเทศเยอรมนี เต็มไปด้วยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าต่างๆ มากมาย ให้ท่านได้เลือกชมเลือกซื้อของฝากเป็นการส่งท้าย ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต

20.30 น.         

คณะทัวร์อำลา กรุงแฟรงก์เฟิร์ต เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินคอนดอร์ เที่ยวบิน DE2362

วันที่ 8 กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

12.25 น.       

คณะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ … พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม