อินเดีย เนปาล สี่สังเวชนียสถาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
สอบถามเพิ่มเติม/เบอร์โทรศัพท์*
* I agree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

1657

มีปัญหาสอบถามเพิ่มเติม?

ทีมงานวาริต้า ทราเวล คอยให้คำแนะนำทุกคำถาม โทรเลย เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ 09.00 น.-17.30 น.
วันเสาร์ : 9.00-12.00 น.

02-1024241-2

contact@varitatravel.com

ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

รหัสทัวร์ : VT301-1 ➡ 9 วัน

เชิญพุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธาร่วมเดินทางไปแสวงบุญในดินแดนพุทธภูมิที่อินเดีย เพื่อไปสักการะสถานที่สำคัญในพระพุทธประวัติหรือสถูปเจดีย์ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระบรมศาสดาแห่งพระพุทธศาสนในสมัย “พุทธกาล” โดยสถานที่สำคัญที่ถือได้ว่าเป็นจุดหมายหลักของชาวพุทธคือสังเวชนียสถาน 4 ตำบล คือ 1. ลุมพินีวัน (สถานที่ประสูติ)  2. พุทธคยา (สถานที่ตรัสรู้)  3. สารนาถ (สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา)  4. กุสินารา  (สถานที่ดับขันธปรินิพพาน)  ซึ่งนอกจากสังเวชนียสถานแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าฯ

สายการบิน

สายการบิน อินดิโก้ เข้า-ออกพาราณาสี

โรงแรม

โรงแรมระดับมาตรฐาน

พาหนะ

รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานพร้อมคนขับที่ชำนาญเส้นทาง

หัวหน้าทัวร์

นำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ที่มีประสบการณ์ มีความรับผิดชอบสูง ให้บริการและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทาง
ช่วงเวลาเดินทาง
11-19 ม.ค. 63 39,900
7-15 ก.พ. 63  39,900
21-29 ก.พ. 63  39,900
16-24 มี.ค. 63 39,900
รูปภาพ
รายละเอียด

กรุงเทพฯ – พาราณาสี – ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา) – พระมูลคันธกุฎี – ธัมเมกขสถูป – กุฏิยสะเถระ – เจาคัณฑีสถูป

06.00 น.
– คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 บริเวณแถวเคาน์เตอร์เช็คอินสายการบินอินดิโก้ (6E)  เจ้าหน้าที่ของทางบริษัทอำนวยความสะดวกแด่ท่าน

09.10 น.
– เหินฟ้าสู่เมืองพาราณาสี ประเทศอินเดียด้วยเที่ยวบินที่  6E-98

11:05 น.
– คณะเดินทางมาถึงท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานเมืองพาราณาสี เมืองหลวงของแคว้นกาสี ในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ห่างจากลัคเนาซึ่งเป็นเมืองหลวงของอุตตรประเทศเป็นระยะทาง 320 กิโลเมตร พาราณสีมีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน เป็นเมืองที่ศักดิสิทธิ์ที่สุดหนึ่งในเจ็ดเมืองศักดิสิทธิ์ จากนั้นนำท่านสู่โรงแรมที่พัก

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

– นำท่านเดินทางสู่ สารนาถ ซึ่งอยู่ในเขตเมืองพาราณสี ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือ“ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน” อันเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระปฐมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” แก่ปัญจวคีย์ทั้ง 5 และเป็นสถานที่เกิดพระรัตนตรัยครบ 3 องค์ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ จากนั้นนำท่านชม พระมูลคันธกุฎี กุฏิของพระพุทธเจ้า ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าอโศกมหาราช พร้อมปรากฏเสาอโศกในพื้นที่ดังกล่าว นำท่านนมัสการ ธัมเมกขสถูป เป็นสถูปที่สร้างเพื่ออุทิศแด่พระอัญญาโกณฑัญญะ ผู้ซึ่งเห็นธรรมเป็นท่านแรก สถูปแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบเมาริยะ เป็นทรงกลมแบบบาตรคว่ำ มีความสูงจากฐาน 42 เมตร ภายหลังจากสถูปองค์เก่าถูกทำลายได้มีการสร้างสถูปแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ เมื่อปีพุทธศักราช 2337 และ” นำท่านเยี่ยมชม กุฏิยสะเถระ เป็นสถานที่ที่พำนักของพระยสะเถระ บุตรของเศรษฐีในกรุงพาราณสี ผู้ซึ่งมีความเบื่อหน่ายต่อทางโลก จนได้พบกับสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยที่พระองค์ทรงแสดงอนุปุพพิกถา เพื่อฟอกจิตใจยสกุลบุตรให่ห่างไกลจากความยินดีในกาม และได้รับการขนานนามว่า พระอรหันต์องค์แรกที่อยู่ในเพศฆราวาส เพราะเป็นอุบาสกคนแรกที่ขอถึงพระรัตนตรัยครบทั้ง 3 คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม เจาคัณฑีสถูป เป็นอนุสรณ์สถานที่พระพุทธเจ้าทรงพบกับ  ปัญจวคีย์ทั้ง 5 เมื่อเสด็จมาโปรดหลังจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้เพียง 2 เดือน และสามารถทำให้อัญญาโกณฑัญญะบรรลุอรหันต์ซึ่งสถูปแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก SGT HOTEL หรือเทียบเท่า

เมืองพาราณาสี – เมืองคยา – วัดไทยพุทธคยา – พระมหาเจดีย์พุทธคยา – พระศรีมหาโพธิ์ – สัตตมหาสถาน – พระพุทธเมตตา

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคยา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5.30 ชม.)  เมืองซึ่งทอดยาวไปตามชายฝั่งของแม่น้ำเนรัญชรา เมืองแห่งนี้เป็นเมืองสำคัญทั้งของศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู อาทิเช่น เป็นเมืองที่มีสถานที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดงอาทิตตปริยายสูตรแก่ชฏิลสามพี่น้องคือ อุรุเวลากัสสปะ นทีกัสสปะ คยากัสสปะ และบริวาร 1,003 รูป จนสำเร็จพระอรหันต์ทั้งหมด

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารระหว่างทางหรือวัดไทยนานาชาติ

บ่าย
– นำท่านชม วัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา อยู่ห่างจากองค์เจดีย์พุทธคยาประมาณ 500 เมตร เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลและอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทย พระอุโบสถของวัดไทยพุทธคยาจำลองแบบมาจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมของสมัยรัตนโกสินทร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง จากนั้นนำท่านไปกราบนมัสการ พระมหาเจดีย์พุทธคยา อนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ภายในประดิษฐาน พระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบศิลปะปาละ และสัตตมหาสถาน  และนำคณะสักการะ พระศรีมหาโพธิ์ โพธิ์ต้นต้นที่สี่ ปลูกโดยนายพลเซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม เมื่อ พ.ศ. 2423 โดยจากหน่อเดิมของโพธิ์ต้นแรกที่เป็นสหชาติกับพระพุทธเจ้า (เกิดในวันเดียวกับวันที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ) และชม พระแท่นวัชรอาสน์ เป็นพระแท่นจำลองขึ้นทับพระแท่นเดิมเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรั  สรู้ ณ จุดนี้ปัจจุบัน สร้างด้วยวัสดุหินทรายเป็นรูปหัวเพชรสี่เหลี่ยม กว้าง 4.10 นิ้ว 7.6 นิ้ว หนา 5 นิ้วครึ่ง ประดิษฐานอยู่ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ โดยสร้างกำแพงแก้วทำด้วยทองคำแท้ ประดิษฐานรอบต้น  ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับเสวยวิมุตติสุขหลังตรัสรู้ 7 แห่งๆละ 7 วัน คือ โพธิบัลลังก์  อนิมิสเจดีย์  รัตนจงกรมเจดีย์  รัตนฆรเจดีย์  อชปาลนิโครธ (ต้นไทร)  ต้นมุจลินท์ (ต้นจิก)  และต้นราชายตนะ (ต้นเกด)

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก  TAJ DARBAR HOTEL GAYA  หรือเทียบเท่าระดับ

สถูปนางสุชาดา – แม่น้ำเนรัญชรา – เขาดงคสิริ – เมืองราชคฤห์ – รอยเกวียนโบราณ – เรือนจำคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านชมสถูปนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาสแก่พระโพธิสัตว์สิทธัตถะก่อนการตรัสรู้  ชมสถานที่ลอยถาดทองอธิฐานริมแม่น้ำเนรัญชรา  แม่น้ำสำคัญในพุทธประวัติ ชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า “ลิลาจัน” มาจากคำสันสกฤตว่า “ไนยรัญจนะ” แปลว่า แม่น้ำที่มีสีใสสะอาด แม่น้ำทั้งสายกว้างราว ๑ กิโลเมตร นำท่านเดินทางสู่ เขาดงคสิริ ในสมัยพุทธกาลนั้นเป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบำเพ็ญทุกรกริยาอยู่ภายในถ้ำบริเวณบนเขา ภายในถ้ำมี  พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกริยาประดิษฐาน เพื่อเป็นสิ่งที่แสดงถึงสถานที่ที่สันนิษฐานว่าพระพุทธเจ้าได้บำเพ็ญทุกรกริยา เป็นระยะเวลา 6 ปี ภายหลังพระองค์ทรงทราบว่าการบำเพ็ญเพียรดังกล่าวไม่ใช่หนทางแห่งการตรัสรู้ จึงเกิดพุทธปรัชญา “ทางสายกลาง” หนทางแห่งการตรัสรู้ในที่  สุดในปัจุจุบัน สถานที่บำเพ็ญทุกรกริยาแห่งนี้ รู้จักกันในชื่อ ถ้ำมหากาล บนเขาดงคสิริ อยู่ห่างจากเมืองพุทธคยาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย
– หลังอาหารได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ หรือเบญจคีรีนคร แปลว่า เมืองที่มีเขาทั้ง 5 อันได้แก่ เขาคิชกูฏ เขาปัณฑวะ เขาเวภาระ เขาอิสิคิลิ และเขาเวปุล ท่านชม รอยเกวียนโบราณ ที่อยู่บริเวณหลังประตูเมืองราชคฤห์ เป็นรอยเกวียนที่ลงลึกเข้าไปในหิน ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเส้นทางที่ใช้เกวียนมาหลายชั่วอายุคน จากนั้นนำท่านชม เรือนจำคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร สถานที่พระเจ้าอชาตศัตรูทรงทำการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นบิดา โดยการยึดพระราชอำนาจของพระเจ้าพิมพิสาร และขังพระมารดาและพระบิดามาขังไว้ ณ สถานที่แห่งนี้

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก GARGEE GAUTAM VIHAR HOTEL หรือเทียบเท่า

ยอดเขาคิชกูฏ – ถ้ำพระโมคคัลลานะ – มหาวิทยาลัยนาลันทา – พิพิธภัณฑ์นาลันทา – หลวงพ่อดําศักดิ์สิทธิ์

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางชมจุดสำคัญต่างๆณ ยอดเขาคิชกูฏ สถานที่ประทับพรรษาแรกของพระพุทธเจ้า ซึ่งปรากฏหลักฐานหลายจุดที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัติ อันประกอบไปด้วย ถ้ำพระโมคคัลลานะ ที่พำนักและบำเพ็ญเพียรของอัครสาวกเบื้องซ้าย ,ที่กลิ้งหินของพระเทวทัต เป็นจุดที่  สามารถมองเห็นจากบริเวณด้านหน้าถ้ำพระโมคคัลลานะ ,ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) ที่พำนักและบำเพ็ญเพียรของอัครสาวกเบื้องขวา ผู้เป็นเอตทัคคะที่มีปัญญาเป็นเลิศ ,อานันทกุฎี ตั้งอยู่ด้านหน้าพระคันธกุฎี กุฏิของพระพุทธเจ้าพระคันธกุฎี ซึ่งเคยเป็นกุฏิของพระพุทธเจ้า ,พระคันธกุฎี ซึ่งเคยเป็นกุฏิของพระพุทธเจ้า

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย
– นำท่านเดินทางสู่พิพิธภัณฑ์นาลันทา สถานที่เก็บวัตถุอันมีค่าเกี่ยวกับทางพระพุทธศาสนาพุทธ จากนั้นนําท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา ซากมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาที่เคยรุ่งเรืองโด่งดังมากที่สุดในโลก มีพระนักศึกษาจํานวนหมื่น เมื่อราว พ.ศ.1700 ได้ถูก ชาวมุสลิมรุกรานสังหารพระ และเผาทําลายเสียสิ้นปัจจุบันเหลือไว้แต่ซากปรักหักพัง  ปรากฏเป็นรูป ฐานและผนังของอาคารยาวเหยียดในบริเวณอันกว้างขวาง และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของ พระโมคคัลลานา พระสารีบุตร ที่นี่ยังมีพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตรปรากฏอยู่ หลังจากนั้นนําท่านกราบนมัสการ หลวงพ่อดําศักดิ์สิทธิ์

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก GARGEE GAUTAM VIHAR HOTEL หรือเทียบเท่า

วัดเวฬุวันมหาวิหาร – ตโปธาราม – สัตตบรรณคูหา – เมืองไวสาลี – กุฎาคารศาลา – ปาวาลเจดีย์ - เมืองกุสินารา

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

ท่านชม วัดเวฬุวันมหาวิหาร หรือป่าไผ่ สถานที่กำเนิดวันสำคัญทางศาสนา “วันมาฆบูชา” ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ต่อหน้าพระสงฆ์ที่พระองค์ทรงบวชให้ทั้งหมด และวัดเวฬุวันมหาวิหารยังเป็นวัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารถวายให้กับองค์พระศาสดา จากนั้นนำชม ตโปธาราม ที่อาบน้ำแร่ร้อนแบ่งตามชั้นวรรณะ 4  นำท่านเดินทางชม สัตตบรรณคูหา ที่ตั้งอยู่บนเขาเวภาระ ซึ่งเป็นหนึ่งในโบราณสถานที่พระพุทธองค์ได้ทำนิมิตโอกาส เพื่อให้พระอานนท์กราบอาราธนาให้พระองค์อยู่โปรดเวไนยสัตว์  ตลอดกัลป์ และเป็นสถานที่ที่พระมหากัสสปะกระทำการสังคยนาพระธรรมวินัยเป็นครั้งแรก  จากนั้นนำท่านชม ชีวกอัมพวันวิหาร หรือสวนมะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งถวายเป็นสังฆาวาส และเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกที่ดูแลพระภิกษุสงฆ์อาพาธ รวมไปถึงพระพุทธองค์ด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อครั้งเหตุการณ์พระเทวทัตผลักก้อนหิน

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– นำท่านเดินทางสู่เมืองไวสาลี ในอดีตคือแคว้นวัชชีที่ปกครองโดยกษัตริย์ลิจฉวี เป็นหนึ่งใน 16 แคว้นของชมพูทวีป ซึ่งในสมัยพุทธกาลพระพุทธองค์เคยมาโปรดให้ชาวเมืองได้รอดพ้นจากโรคอหิวาตกโรค ที่แม้แต่พระมหาวีระ ศาสดาแห่งศาสนาเชนไม่สามารถบำบัดโรคร้ายนี้ได้ จึงถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง นำท่านชม กุฎาคารศาลา วัดป่ามหาวัน ที่มีลักษณะเป็นสถูปทรงบาตรคว่ำ ซึ่งกษัตริย์ลิจฉวีทรงสร้างถวายสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธองค์ทรงประทับจำพร  รษา ณ สถานที่แห่งนี้ ในพรรษาที่ 5 พร้อมนำท่านชมเสาอโศกรูปสิงห์ที่เชื่อว่ามีความสมบูรณ์ที่สุด ที่อยู่ในลักษณะนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันสถานที่แห่งนี้หลงเหลือเพียงซากโบราณสถานที่ประกอบไปด้วยสังฆาราม ห้องพัก ห้องประชุมที่สำคัญวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ประธานพุทธานุญาตบวชพระนางปชาบดีโคตสีเป็นพระภิกษุณีรูปแรกของโลกนำท่านชม ปาวาลเจดีย์ หรือสารีริกธาตุสถูป ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับแบ่ง 1 ใน 8 ส่วน เมื่อครั้งที่โทณพราหมณ์ได้ทำพิธีแบ่งให้กับ 8 นคร ภายหลังการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ โดยเมื่อปีพุทธศักราช 2501 ได้มีการขุดพบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงเป็นสถานที่สามารถระบุได้ว่าเป็นสถานที่ตั้งของแคว้นวัชชี และในสมัยพุทธกาลนั้น ยังเป็นสถานที่พระยามารได้เข้ามากราบทูลขอให้พระองค์ปลงอายุสังขารเสด็จปรินิพพาน ณ สถานที่แห่งนี้ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา เดิมในสมัยพุทธกาล เมืองกุสินารานั้นเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นมัลละ  ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงของพระพุทธองค์ระหว่างทางนำท่านเดินทางสักการะ เกสรียาสถูป

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก  LOTUS SUTRA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ

ปรินิพพานสถูป – โทณะพราหมณ์สถูป – มกุฏพันธนเจดีย์ – เมืองกุสินารา – เมืองลุมพินี (ประเทศเนปาล )

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทาง ปรินิพพานสถูป เป็นสถูปที่อยู่ด้านหลังวิหารปรินิพพาน ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชพระราชทานพระราช-ทรัพย์100,000 รูปี ให้สร้างขึ้นคร่อมกับพระแท่นปรินิพพาน มีลักษณะเป็นทรงบาตรคว่ำสูง 65 เมตร มียอดฉัตร 3 ชั้น พร้อมปรากฏเสาอโศกในบริวณใกล้เคียง จากนั้นนำท่านชม โทณะพราหมณ์สถูป สถานที่แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์ ภายหลังการถวาย  พระเพลิงสรีระ ปัจจุบันมีลักษณะเป็นเนินดิน และมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ปรากฎในบริเวณเดียวกัน ตั้งอยู่หลังวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์  จากนั้นนำท่านสู่ มกุฏพันธนเจดีย์  เป็นสถูปโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตรงเพื่อสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้าได้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัย พระเจ้าอโศกมหาราช บริเวณด้านตะวันออกของเมืองกุสินารา หรือปัจจุบันคือรัฐอุตตรประเทศ

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นสังเวชนียสถานแห่งเดียวที่ไม่อยู่ในประเทศอินเดีย อันเนื่องมาจาก ก่อนที่สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จมาประสูติ พระองค์ท่านเป็นพระบรมโพธิสัตว์เจ้า ยังมิได้รับอาราธนาของทวยเทพทั้งหลายทรงพิจารณาดู “ปัญ  จมหาวิโลกนะ” คือ การตรวจดูอันยิ่งใหญ่ 5 อย่าง ก่อนที่จะตัดสินพระทัยประทานปฏิญาณรับอาราธนาของเทพยดาทั้งหลาย ว่าจะจุติจากดุสิตเทวโลกไปบังเกิดในพระชาติสุดท้ายที่จะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้ามี 5 อย่างที่พระบรมโพธิสัตว์เจ้าทรงเลือก

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก ZAMBALA HOTEL หรือเทียบเท่า

เมืองลุมพินี – วิหารมายาเทวี – เสาอโศก – เมืองสาวัตถี

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

– จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม สวนลุมพินีวัน ตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล นำท่านชม วิหารมายาเทวี สถานที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งภายในวิหารจะปรากฏรูปปั้นของพระนางมายาเทวี (พระมารดาของพระพุทธเจ้า) ขณะพระองค์กำลังให้กำเนิดเจ้า  ชายสิทธัตถะ และ รูปรอยเท้าของเจ้าชายสิทธัตถะ ภายนอกวิหารจะปรากฏสระโบกขรณี และเสาอโศก ซึ่งถูกฝังดินไว้และพบจารึกเป็นอักษรพราหมณ์ระบุว่าที่แห่งนี้คือสถานที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ได้เวลาสมควรนำท่านสู่กลับประเทศอินดียเดินทางสู่ เมืองสาวัตถี ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้น เมืองสาวัตถีเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นโกศล และมีความสำคัญกับศาสนาพุทธอยู่มากมายเช่นกัน เนื่องจากเป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจำพรรษาอยู่ถึง 24 พรรษา และเป็นเมืองที่พระองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาและแสดงธรรมแก่ภิกษุและพุทธบริษัทให้บรรลุอมตธรรมเป็นจำนวนมาก  มีพระอรหันตสาวกอยู่จำพรรษานับพันนับหมื่นองค์ มีอุบาสกอุบาสิกาก็เป็นเลิศกว่าใครในแผ่นดิน ส่วนพระราชาก็ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก LOTUS SUTRA HOTEL หรือเทียบเท่า

เมืองสาวัตถี – ปาฏิหาริย์สถูป – วัดเชตวันมหาวิหาร – อานันทโพธิ์ – พระมูลคันธกุฎี – บ้านองคุลิมาล – บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี – เมืองพาราณสี

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

นำท่านสักการะ สถานที่แสดงยมกปาฏิหาริย์สถูป เป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ที่แม้แต่อัครสาวกไม่สามารถแสดงได้ โดยปาฏิหาริย์ที่เกิดเป็นลักษณะคู่ คือมี 2 เหตุการณ์ อันประกอบไปด้วย  การปราบทิฏฐิพวกเดียรถีย์ภายใต้ต้นมะม่วงคัณฑามพฤกษ์ และการเสด็จขึ้นไปสวรรค์ชั้นที่ 2 หรือดาวดึงส์เพื่อโปรดพระนางมายาเทวี พระพุทธมารดาของพระองค์ จากนั้นนำท่านเที่ยวชม วัดเชตวันมหาวิหาร หรือสาเหต (Sahet) พระอารามหลวงขององค์พระศาสดา จำพรรษาถึง 19 พรรษา โดยท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีผู้บริจาคทรัพย์สมบัติในการสร้างมหาวิหารแห่งนี้ ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 80 ไร่ พร้อมเยี่ยมชม สถานที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าวัดเชตวันมหาวิหาร และอานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ที่ปลูกโดยพระอานนท์ในสมัยพุทธกาล ต้นโพธิ์ต้นนี้ปรากฏหลักฐานจารึกของหลวงจีนฟาเหียนและ พระถังซัมจั๋งโดยต้นโพธิ์ดังกล่าวยังคงยืนต้นมาจนปัจจุบัน จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม พระมูลคันธกุฎี กุฏิของพระพุทธเจ้า ที่ได้รับการขุดค้นและปรับแต่งภูมิทัศน์เป็นอย่างดี ได้เวลาสมควรนำท่านชม บ้านองคุลิมาล เป็นบุคคลสำคัญในยุคต้นแห่งพุทธศาสนา โดยเฉพาะตามพุทธประวัติพุทธฝ่ายเถรวาท เดิมนั้นเป็นโจรปล้นฆ่าคน แต่ภายหลังมีศรัทธาในพุทธศาสนา ได้กลับใจบวชเป็นพระภิกษุ และบรรลุเป็นพระอรหันต์ และชม บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ชาวสาวัตถีในสมัยพุทธกาล มีชีวิตร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า เดิมท่านมีนามว่าสุทัตตะเศรษฐี เกิดในตระกูลของสุมนะเศรษฐีผู้เป็นบิดา ท่านเป็นเศรษฐีที่ใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนตกยาก ทำให้ท่านถูกเรียกจากชาวเมืองสาวัตถีว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี แปลว่า เศรษฐีผู้เป็นที่พึ่งของคนยาก

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี ซึ่งเมืองพาราณสีนั้นเป็นเมืองโบราณที่มีมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาล เป็นอดีตเมืองหลวงของแคว้นกาสี ซึ่งเป็นเมืองที่สถิตย์ขององค์พระศิวะที่มีชื่อเสียงทางด้านพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูมาอย่างยาวนานบนแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเชื่อในการอาบน้ำล้างบาป ตามทรรศนะคติพราหมณ์ตราบจนถึงปัจจุบัน สำหรับศาสนาพุทธเมืองพาราณสียังเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาที่หลากหลายประเทศมีการส่งพระสงฆ์มาศึกษาพระธรรมวินัยในยุคปัจจุบันในสมัยพุทธกาล

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก SGT  HOTEL หรือเทียบเท่า

ล่องเรือแม่น้ำคงคา – เมืองพาราณสี – กรุงเทพฯ

05.00
– นำท่านล่องเรือแม่น้ำคงคา ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และชมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำคงคา สายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อเลี้ยงชาวอินเดียมาแต่โบราณกาล

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พักได้เวลาสมควนนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองพาราณาสี โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท … ให้บริการทำการเช็คอินและคอยอำนวยความสะดวก

11.55 น.
– คณะอำลาประเทศอินเดีย ออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ด้วยเที่ยวบิน 6E-97

16.40 น.
– เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี…พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

Scroll Up