Tel : 02-1024241-2 Line : @VARITATRAVEL
      ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว 11/09384

สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก 12 วัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
สอบถามเพิ่มเติม/เบอร์โทรศัพท์*
* I aggree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

1078

มีปัญหาสอบถามเพิ่มเติม?

ทีมงานวาริต้า ทราเวล คอยให้คำแนะนำทุกคำถาม โทรเลย เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ 09.00 น.-17.30 น.
วันเสาร์ : 9.00-12.00 น.

02-1024241-2

contact@varitatravel.com

ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

ราคาเริ่มต้น 149,900 ➡ 12 วัน

– อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนย่อน
– อุทยานแห่งชาติเยลโล่ สโตน
– เขื่อนเกล็นคอนยอน
– แอนทีโลบแคนยอน
– อุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอน(หุบผาแดง)
– ทะเลสาบเพาเวล
– สะพานโกลเด้นเกท
– อ่าวซานฟรานซิสโด
– ลอสแอนเจลีส
– ถนนฮอลีวู้ด
– ช้อปปิ้งลาสเวกัส พรีเมียม เอาท์เล็ท นอร์ท
– ลาสเวกัส
– ซานฟรานซิสโก

สายการบิน

อีวีเอ แอร์ (EVA Air) ระดับ 5*

โรงแรม

มาตรฐานระดับ 4* พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

อาหาร

เช้า เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ เที่ยง และค่ำ เป็นอาหารอาหารท้องถิ่นสลับอาหารเอเชีย และอาหารไทย

ทัวร์

รายการทัวร์จัดให้แบบสบายไม่เหนื่อย ค่อยๆ ไปทีละเมือง.....สวยทุกๆ เมืองถูกใจแน่นอน

พาหนะ

รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรป พร้อมคนขับที่ชำนาญเส้นทาง

หัวหน้าทัวร์

นำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ที่มีประสบการณ์ มีความรับผิดชอบสูง ให้บริการและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทาง
ช่วงเวลาเดินทาง
1-12 ก.พ. 2563 149,900
20-31 มี.ค. 2563 149,900
8-19 เม.ย. 2563 159,900
04-15 พ.ค. 2563 149,900
รูปภาพ
รายละเอียด

กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

23.00 น.
– คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบินอีวีเอ แอร์ (EVA Air) เจ้าหน้าที่ วาริต้า ทราเวล คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ และบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง
(***กรุณามาให้ตรงเวลาเนื่อง จากกฎของสายการบิน ท่านต้องมาแสดงตัวของท่านเอง***)

 

กรุงเทพฯ-ไทเป-ลอสแองเจลีส-เบเวอร์รี่ฮิลล์-ถนนฮอลีวู้ด-ไชนีส เธียร์เตอร์-ยูนิเวอร์แซล

01.45 น.
– ออกเดินทางสู่ ลอสแองเจลีส โดยเที่ยวบินที่ BR 206/BR 006 (0145-0635/1010-0705) แวะพัก และรอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินไทเป เกาะไต้หวัน ä บริการอาหาร และเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

———————————————–เครื่องบินบินผ่านเส้นแบ่งเวลาสากล———————————————–

07.05 น.
– เดินทางถึง สนามบินทอมเบรดดี้-ลอสแอนเจลีส หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับสู่ นครลอสแอนเจลิส (Los Angeles) หรือที่รู้จักในชื่อ แอลเอ (LA) เป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากที่สุดอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการบันเทิง ตั้งอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ชื่อเมืองลอสแอนเจลิสมาจากคำว่า โลสอังเคเลส (Los Ángeles) ในภาษาสเปนหมายถึงเทวดาหลายองค์ ซึ่งชื่อเมืองนั้นมีความหมายว่า เมืองแห่งเทพ เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ นำท่านเที่ยวชมย่านที่พักสุดหรูของบรรดาเศรษฐีและเหล่าดาราคนดังฮอลลีวูด เบเวอรี่ฮิลล์ (Beverly Hills) ซึ่งเป็นย่านที่โด่งดังมากที่สุดในลอสแอนเจลิส จากนั้นผ่านชม ย่านถนนโรดิโอไดร์ฟ (Rodeo Drive) ซึ่งเป็นพื้นที่ปูหินกรวดที่เรียงรายไปด้วยร้านกาแฟกลางแจ้ง และร้านค้าแบรนด์ดังๆ เข้าสู่ ฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม (Hollywood Walk of Fame) ตั้งอยู่บนถนนฮอลลีวูดตัดกับถนนไวน์ เป็นอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์คของลอสแอนเจลิส ในปี ค.ศ. 1978 ที่นี่ถูกยกให้เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของลอสแอนเจลิส และถูกเรียกว่า “ย่านของฮอลลีวูดสตาร์ (Hollwood Star Road)” ทั้งสองฝั่งพื้นถนนของเส้นนี้จะถูกประดับไปด้วยรูปดาวพร้อมชื่อของนักแสดง ผู้กำกับ นักร้อง นักดนตรี วงดนตรี และคนมีชื่อเสียงด้านต่างๆ ของวงการฮอลลีวูด ยาวถึง 15 บล็อก นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของโรงละครชื่อดังอย่าง โรงละครดอลบี้ (Dolby Theatre) สถานที่จัดงานรับรางวัลออสการ์และ โรงละครจีน (Chinese Theatre) ที่มีชื่อเสียงใน

เรื่องความใหญ่ซึ่งสามารถจุได้ถึง 900 ที่นั่ง นอกจากนั้นที่หน้าโรงละครแห่งนี้ยังมีลายเซ็นต์ พร้อมกับรอยพิมพ์มือและเท้าลงบนพื้นของคนดังฮอลลีวูด

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– นำท่านเดินทางสู่ โรงถ่ายภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studios) มีเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ชมเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์อย่างละเอียด สัมผัสกับฉากใหญ่โตมโหฬาร ที่ใช้ในการถ่ายทำจริงของภาพยนตร์ ที่โด่งดังทั้งในอดีต และปัจจุบัน เช่น คิงคอง ฉากถ่ายภาพยนตร์เรื่องจอว์ส ฉลามยักษ์ที่ ตื่นเต้นระทึกใจ ชมฉากแผ่นดินไหวในซานฟรานซิโก และอาคารบ้านเรือน ที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างๆ เช่น เจาะ  เวลาหาอดีตบัญญัติ 10 ประการหรือสนุกสนานผจญภัยกับเครื่องเล่นทันสมัย Back To The Future, Jurassic Park และนั่งรถไฟชมรอบบริเวณโรงถ่าย เสมือนท่านเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ชมโชว์กับฉากเสี่ยงตายสตั้นท์แมน โชว์วอเตอร์เวิลด์ โชว์ความน่ารักของสัตว์แสนรู้

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
– พักค้างคืน ณ Double Tree by Hilton Whittier หรือเทียบเท่า

ลอสแองเจลีส-เบเคอร์-ลาสเวกัส-ช้อปปิ้งลาสเวกัส พรีเมียม เอาท์เล็ท นอร์ท

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

ออกเดินทางสู่ เมืองเบเคอร์ (Baker) ซึ่งเป็นประตูสู่หมู่บ้านแห่งความตาย (Death Valley) และที่เมืองเบเคอร์นี้เอง จะมีเครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermometer) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกติดตั้งอยู่ เครื่องวัดอุณหภูมินี้มีความสูง 134 ฟุตหรือประมาณ 40.84 เมตร เป็นที่ระลึกถึงอุณหภูมิสูงสุดที่ 134 องศาฟาเรนไฮต์หรือ 56.67 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยวัดได้ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่หมู่บ้านแห่งความตายเมื่อ ค.ศ. 1913 (ระยะทาง 172 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 3.30 ชม.)

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ออกเดินทางสู่ เมืองลาสเวกัส (Las Vegas) มลรัฐเนวาดา เป็นสถานที่ที่ชาวอเมริกัน และคนทั่วโลกให้ฉายาว่า “เมืองแห่งบาป” (Sin City) เพราะเมืองทั้งเมืองเจริญเติบโตขึ้นมาจากความก้าวหน้าของกิจการการพนันต่อมาก็ได้พัฒนาไปสู่ธุรกิจบริการ ได้แก่ โรงแรม, ศูนย์แสดงสินค้า, ศูนย์ประชุม, ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความโอ่อ่าอลังการ และขนาดใหญ่ นำท่านแวะที่ ลาสเวกัส พรีเมียม เอาท์เล็ท นอร์ท (Las Vegas Premium Outlets North) เพื่อช้อปปิ้งสินค้าราคาขายส่งหลากหลายจากโรงงาน เลือกซื้อสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Bally, Calvin Klein, Coach, Gap, Guess, Gymboree, Nuatica, Nike, Adidas, Nine West, Polo, Timberland, TommyHilfiger, Samsonite, Kipling เป็นต้น (ระยะทาง 156 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 03.30 ชม.)

– พักค้างคืน ณ Planet Hollywood Resort & Casino หรือเทียบเท่า

อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือเดินเล่นชมเมืองลาสเวกัสยามค่ำคืน ย่านเดอะสตริป (The Strip) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถนนลาสเวกัสใต้ ศูนย์รวมของบรรดาโรงแรม รีสอร์ทและคาสิโน มากมายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดติดอันดับโลก เช่น Bellagio, Caeca Palace, The Mirage, The Venetian, MGM และ Paris Las Vegas ฯลฯ มีความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย ทั้งแสง สี เสียง ความบันเทิงจัดเต็มทุกรูปแบบ จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมระดับ ชมการแสดงของภูเขาไฟ ณ โรงแรม The Mirage ตลอดเส้นทางหรือจะเสี่ยงโชคกับเกมส์พนันต่างๆ ในสถานคาสิโน Sinv หรือเลือกชมโชว์ชื่อดังก้องโลกซึ่งมีให้เลือกชมมากมาย ฯลฯ

ลาสเวกัส-วิลเลียม-แกรนด์แคนยอน (SOUTH RIM GRAND CANYON)-เพจ

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมืองวิลเลียม (Williams) ประตูสู่ แกรนด์แคนยอน ตั้งอยู่บนเส้นทางประวัติศาสตร์ Route 66 ซึ่งเป็นทางหลวงเส้นหนึ่งในอดีตของสหรัฐฯ ถือเป็นทางหลวงสายแรกๆ ของรัฐบาลกลาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 1926 แต่การติดตั้งป้ายทางหลวงได้ทำในปีถัดมา เส้นทางสมัยเริ่มแรกเริ่มตั้งต้นที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ผ่านมิสซูรี แคนซัส โอคลาโฮมา เทกซัส นิวเม็กซิโก แอริโซน่าและจบที่เมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นระยะทางทั้งสิ้น 3,940 กม. Route 66 ถูกยกเลิกระบบทางหลวงอเมริกา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 1985 บางส่วนของเส้นทางเดิมมีการกำหนดให้เป็นเส้นทางชมวิว (National Scenic By way) ที่ใช้ชื่อว่า Historic Route 66 (ระยะทาง 218 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 04.00 ชม.)

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon National Park) มลรัฐแอริโซนา (ระยะ ทาง 55 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 01.00 ชม.) ชมความงามสง่าของอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (South Rim) ซึ่งเกิดขึ้นโดยอิทธิพลของแม่น้ำโคโลราโด ไหลผ่านที่ราบสูงทำให้เกิดการสึกกร่อนพังทะลายของหินเป็นเวลา 225 ล้านปีมาแล้ว เดิมทีแม่น้ำโคโลราโด้มีสภาพเป็นลำธารเล็กๆ ที่ไหลคดเคี้ยวไปตามที่ราบกว้างใหญ่ที่อยู่ระดับเดียวกับน้ำทะเล ต่อมาพื้นโลกเริ่มยกตัวสูงขึ้นอันเนื่องมา จากแผ่นดินไหว แรงดัน และความร้อนอันมหาศาลภายใต้พื้นโลก ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูป และกลายเป็นแนวเทือกเขากว้างใหญ่ การยกตัวของแผ่นดินทำให้ทางที่ลำธารไหลผ่านลาดชันขึ้น และทำให้น้ำไหลแรงมากขึ้น พัดเอาทราย และตะกอนไปตามน้ำ เกิดการกัดเซาะลึกลงไปทีละน้อยในเปลือกโลก วัดจากขอบลงไปก้นหุบเหวกว่า 1 ไมล์ (ประมาณ 1,600 เมตร) และอาจลึกกว่าสองเท่าของความหนาของเปลือกโลก ก่อให้เกิดหินแกรนิต หินชั้นแบบต่างๆ พื้นดินที่เป็นหินทรายถูกน้ำ และลมกัด เซาะ จนเป็นร่องลึกสลับซับซ้อนนานนับล้านปี เป็นแคนยอนที่งดงาม นำท่านเที่ยวชมความงาม และถ่ายรูปที่ระลึกกับสถานที่ต่างๆ เริ่มต้นจากชื่นชมทัศนียภาพอันงดงาม และตื่นเต้นกับหุบเหวลึกตลอดสองข้างทางที่จุดชมวิว Yavapai Museum of Geology หรือ Yavapai Observation Station จุดชมวิว Yavapai Point ที่ตั้งอยู่เหนือสุดของ South Rim ซึ่งมีทัศนียภาพที่น่าทึ่งที่สุด และปิดท้ายที่จุดชมวิว Mather Point สมควรแก่เวลาออกเดินทางต่อไปยัง เมืองเพจ (Page) มลรัฐแอริโซนา (ระยะทาง 109 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 02.00 ชม.) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1957 ในฐานะชุมชนที่อยู่อาศัยสำหรับคนงานและครอบครัว ในระหว่างการก่อสร้างเขื่อนเกล็น แคนย่อน ซึ่งต่อมาได้ขยายกลายเป็นเมืองเพจขึ้นมา

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
– พักค้างคืน ณ Quality Inn at Lake Powell หรือเทียบเท่า

เพจ-ทะเลสาบเพาเวลล์-แอนทีโลปแคนยอน-เขื่อนเกล็นแคนยอน-ไบรซ์แคนยอน

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

พร้อมกับชื่นชม ทะเลสาบพาวเวลล์ ทะเลสาบสีน้ำเงินล้อมรอบด้วยหุบเขา ซึ่งเป็นเขื่อนที่ใญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ ตั้งอยู่บนแม่น้ำโคโลราโด คร่อมระหว่างชายแดนรัฐยูทาห์กับแอริโซน่า เป็นสวรรค์ของนักเล่นสกีน้ำ และยังเป็นที่นิยมชื่นชอบของนักตกปลาอีกด้วย จากนั้นออกเดินทางสู่ แอนทีโลปแคนยอน (Antelope Canyon) เป็นสลอตแคนยอน (Slot Canyon) ที่มีผู้มาชม และนิยมเข้าไปถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เพราะสีสันจากธรรมชาติซึ่งเกิดจากการตกกระทบของแสงอาทิตย์ ที่สาดส่องผ่านช่องแคบสะท้อนกับสีของชั้นหิน ตั้งอยู่ในบริเวณเขต อินเดียนแดงนาวาโฮ (Navajo) อีกหนึ่งความอัศจรรย์ที่ธรรมชาติบันดาลให้ปรากฏหุบเขาพิศวงแห่งนี้ เกิดจากการพังทลายของชั้นหิน Navajo Sandstone ซึ่งถูกกัดเซาะอย่างฉับพลันจากกระแสน้ำที่ซัดผ่าน ผสานความแรงจากกระแสลม พายุฝน ผ่านฤดูกาลต่างๆ ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ชมความงดงาม และมหัศจรรย์ของ แอนทีโลปแคนยอน ที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดในโลก สมควรแก่เวลานำท่านชม Horseshoe Bend อุทยานหินที่ถูกน้ำฝนชะเซาะมานับด้วยสิบๆ ล้านปีแล้วถูกน้ำแข็งที่ละลายตัว ตลอดจนหิมะช่วยแปรรูปให้อีก ทำให้เกิดเป็นรูปร่างแปลกๆ หรือเป็นแท่งหินขนาดต่างๆ เป็นงานฝีมือที่ประหลาดล้ำของธรรมชาติ ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาให้เป็นรูปร่างอย่างที่ไม่นึกว่าจะเป็นไปได้เขาหินสีส้มแดงท่ามกลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอน (Bryce Canyon) (ระยะทาง 152 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 03.00 ชม.) ระหว่างทางแวะบันทึกภาพ เขื่อนเกล็นแคนยอน เกล็นแคนยอนเป็นหุบเขาแห่งหนึ่งอยู่ทางตอนเหนือของสหรัฐฯ ริมทะเลสาบพาวเวลล์ และในค.ศ. 1966 ได้มีการสร้างเขื่อนเกล็นแคนยอน ขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำสำหรับประชากรในหมู่บ้านต่างๆ ที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายไว้ใช้อุปโภคบริโภค เช่น ลาสเวกัส ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 17 ปีเพื่อเก็บน้ำในเขื่อน ดังนั้นเกล็น แคนยอนจึงเป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใครในโลก

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
– พักค้างคืน ณ Best Western Plus Bryce Canyon Grand Hotel หรือเทียบเท่า

อุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอน (หุบผาแดง)-ซอลท์ เลค ซิตี้

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม อุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอน หรือ หุบผาแดง ที่กินเนื้อที่ถึง 36,000 เอเคอร์ อันเต็มไปด้วยหินสีแดง, ชมพู, ครีม, รูปทรงต่างกัน และสีต่างกัน เหล่านี้จะเปลี่ยนไปตามเวลาจากรุ่งอรุณจนถึงยามโพล้เพล้ ซึ่งดูน่าทึ่ง และงดงามเป็นอย่างยิ่ง นำท่านเข้าชมอุทยานหินที่ถูกน้ำฝนชะเซาะมานับด้วยสิบๆ ล้านปี แล้วถูกน้ำแข็งที่ละลายตัวตลอด จนหิมะช่วยแปรรูปให้อีกทำให้เกิดเป็นรูปร่างแปลกๆ หรือเป็นแท่งหินขนาดต่างๆ เป็นงานฝีมือที่ประหลาดล้ำของธรรมชาติที่สร้างสรรค์ขึ้นมาให้เป็นรูปร่างอย่างที่ไม่นึกว่าจะเป็นไปได้ โดย เฉพาะส่วนที่เรียกว่า “ฮูดู” ปัจจุบันที่นี่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเกือบล้านคนต่อปี ชม คลาร่อน ฟอร์เมชั่น (Claron Formation) ซึ่งเป็นไบรซ์แคนยอน บริเวณนี้เคยอยู่ใต้ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ การกัดเซาะจากน้ำทำให้เกิดกลุ่มหินสีชมพูยอดแหลมขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกกันว่า Pink Cliffs (หน้าผาสีชมพู) หรือ Grand Staircase (บันไดใหญ่) นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวพระอาทิตย์อัสดงที่ ซันเซ็ต พอยท์ (Sunset Point) และยังมีเส้นทางเดินธรรมชาติลงไปยังหุบเขาเบื้องล่างอีกด้วย

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ออกเดินทางสู่ ซอลต์เลค ซิตี (Salt Lake City) เป็นเมืองหลวง และเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของรัฐยูทาห์ตั้งอยู่ระหว่าง Great Salt Lake กับเทือกเขา Wasatch SLC เป็นจุดหมายปลายทางอันโด่งดังสำหรับกีฬาฤดูหนาวมาตั้งแต่ที่เมืองนี้จัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2002 เมื่อหิมะละลาย ลองออกสำรวจเส้นทางสุดโหดบนเขาขรุขระ และชายฝั่งทะเลสาบด้วยการเดินหรือปั่นจักรยาน (ระยะทาง 269 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 05.00 ชม.)

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
– พักค้างคืน ณ Hilton Hotel Salt Lake City Center หรือเทียบเท่า

ซอลท์ เลค ซิตี้-ไอดาโฮ ฟอลล์-แจ๊คสัน โฮล-อุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีตัน

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมืองไอดาโฮ ฟอลส์ (Idaho Falls) มลรัฐไอดาโฮ (ระยะทาง 213 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 03.30

ชม.) ตั้งอยู่ในบริเวณอันงดงามดุจภาพวาดของเทือกเขาร็อกกี้ เป็นที่ที่เหมาะจะใช้ปักหลักเตรียมการผจญภัยออกสู่ทิวเขาสลับซับซ้อนของอุทยานแห่งชาติแกรนด์ ทีตัน และอุทยานแห่งชาติเยลโลว์ สโตน

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ออกเดินทางสู่ เมืองแจ็คสัน โฮล (Jackson Hole) ซึ่งเป็นเมืองคาวบอยเล็กๆ ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวตั้งอยู่บนพื้นที่ราบระหว่าง เทือกเขาแกรนด์ทีตัน และ แม่น้ำสเน็ค (ระยะทาง 91 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 02.00 ชม.) ซึ่งอยู่ระหว่างพรมแดนไวโอมิ่ง และไอดาโฮ โอบล้อมด้วยเทือกเขา ป่าไม้ ทุ่งหญ้า และสายธาร ในอดีตเป็นทุ่งสำหรับนักล่าสัตว์มักจะมาวางกับดัก จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้ถูกตั้งชื่อตามเมืองขนาดเล็กว่า “แจ๊คสัน” (Jackson) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1892 และถูกตั้งชื่อเมืองอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1983 โดยนางมากาเร็ต ซิมพ์สัน ใช้เป็นที่อยู่เพื่อที่จะส่งจดหมายจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก ปัจจุบันเมืองแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านมากมายเพื่อใช้เป็นประตูสู่ อุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีตัน (Grand Teton National Park), อุทยานแห่งชาติเยลโลว์ สโตน (Yellow Stone National Park) และอุทยานแห่งชาติเอลค์ รีฟูก (Elk Refuge National Park)

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
– พักค้างคืน ณ Springhill Suites by Marriott Jackson Hole หรือเทียบเท่า

แจ๊คสัน โฮล-อุทยานแห่งชาติเยลโลว์ สโตน-น้ำพุร้อน-โอลด์เฟธฟูล-น้ำพุร้อนแกรนด์ พริสมาติก-ฟาวน์เทน เพนท์ พ็อท-บ่อน้ำพุร้อนนอริส-อาร์ตติสท์ พอยท์

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติเยลโลว์ สโตน (Yellow Stone National Park) ตั้งอยู่ ในบริเวณมุมตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐไวโอมิง (Wyoming) และเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของสหรัฐ มีอาณาบริเวณ ถึง 6 ล้านไร่ จัดเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีเนื้อที่ครอบคลุมถึง 3 รัฐ คือ รัฐไวโอมิง รัฐมอนทาน่า และรัฐไอดาโฮ่ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของธรรมชาติทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ทะเลสาบ น้ำตก ซึ่งบางแห่งมีความสูงกว่าน้ำตกไนแองการ่าของแคนาดาถึงสองเท่า มีน้ำพุร้อน ซึ่งบางแห่งพ่นน้ำขึ้นมาทุกชั่วโมง มีความสูง 125-180 ฟุต รวมทั้งเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ กวางมูส (Bull Moose), กวางเอลค์ (Bull Elk) , กวาง Pronghorn, หมีสีน้ำตาลขนาดยักษ์พันธุ์กริซลี่ย์ (Grizzly Bear), หมีดำ (Black Bear), ควายไบซัน (Bison) รวมถึงนกน้ำนานาชนิด นำท่านสัมผัสประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่กับการชื่นชม น้ำพุร้อนโอลด์ เฟธฟูล (Old Faithful Geyser) ขึ้นชื่อว่าของแคนาดาถึงสองเท่า มีน้ำพุร้อน ซึ่งบางแห่งพ่นน้ำขึ้นมาทุกชั่วโมง มีความสูง 125-180 ฟุต รวมทั้งเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ กวางมูส (Bull Moose), กวางเอลค์ (Bull Elk) , กวาง Pronghorn, หมีสีน้ำตาลเป็นน้ำพุร้อนที่มีความซื่อสัตย์ที่สุดแห่งหนึ่งคือจะปะทุขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 21-23 ครั้งต่อวัน พุ่งสูงประมาณ 43-46 เมตร นานถึง 4 นาทีนับเป็นเวลากว่า 100 ปีมาแล้ว มีน้ำพุร้อนซึ่งบางแห่งพ่นน้ำขึ้นมาทุกชั่วโมง มีความสูง 125-180 ฟุต (ระยะทาง 80 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 02.30 ชม.)

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ศูนย์อาหารของอุทยานฯ

บ่าย
– นำท่านชม บ่อน้ำพุร้อนแกรนด์ พริสมาติก (Grand Prismatic Spring) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกโดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 110 เมตร ความลึกประมาณ 40 เมตร บ่อน้ำร้อนที่ถูกค้นพบโดย เฟอร์ดินาน แวนเดอเวียร์ เฮย์เด้น นักธรณีวิทยาชาวอเมริกันในปี ค.ศ. 1871 เป็นบ่อน้ำร้อนรายล้อมไปด้วยสีสันของสายรุ้งรอบบ่อซึ่งเกิดจากการทับถมของแบคทีเรียและพืชเซลล์เดียว จากนั้นนำชม ฟาวน์เทน เพนท์ พ็อท (Foutain Paint Pot) บ่อโคลนเดือดที่เกิดจากไอร้อนที่เกิดจากแมกม่าในชั้นใต้ดินของผิวโลกที่ผสมผสานกับดินโคลนในแถบนั้นจึงทำให้เกิดเป็นบ่อโคลนเดือด และเกิดสีแดง สีเหลืองและสีน้ำตาลตามสีของชั้นดินในแถบนั้น จากนั้นนำท่านชม บ่อน้ำพุร้อนนอริส (Norris Geyser Basin) บ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด และเปลี่ยนแปลงบ่อยที่สุดในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์ สโตนที่มีความยาวประมาณ 3.6 กิโลเมตร ซึ่งทุกท่านจะได้เดินชมบ่อน้ำพุร้อน Porcelian และบ่อน้ำพุร้อน Back ที่อยู่ในเขตบ่อน้ำพุร้อนนอริสซึ่งท่านจะได้เห็นทัศนียภาพอันงดงามทางธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของสีของธรรมชาติที่รายล้อมอยู่โดยรอบบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ ถึงเวลานัดหมายนำท่านชมความงามของบริเวณที่เรียกว่า อาร์ตติสท์ พอยท์ (Artist Point) ซึ่งเป็นจุดที่หน้าผามีสีสันสวยงาม และมีน้ำตกที่สวยงามอยู่ 2 แห่งคือ น้ำตกอัพเพอร์ ฟอลส์ และ น้ำตกโลเวอร์ ฟอลส์

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
– พักค้างคืน ณ Gray Wolf Inn & Suites หรือเทียบเท่า

อุทยานแห่งชาติเยลโล สโตน-โบซแมน-ซานฟรานซิสโก

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ สนามบินเมืองโบซแมน (Bozeman) (ระยะทาง 93 ไมล์/ใช้เวลาประมาณ 02.00 ชม.)

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย (ไม่รวมในรายการ)

_____น.
– ออกเดินทางสู่ ซานฟรานซิสโก โดย สายการบิน________________ เที่ยวบินที่ __________

_____น.
– เดินทางถึง เมืองซานฟรานซิสโก (San Francisco) เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ตั้งอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียท่ามกลางสายน้ำสามด้าน ด้านตะวันตกคือมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศเหนือ

และทิศตะวันออกติดกับอ่าวซานฟรานซิสโก แม้จะอยู่ติดชายฝั่งทะเลมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ก็ไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำเพราะน้ำเย็นจัด นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงเรื่องไร่องุ่น และแหล่งผลิตไวน์กลางหุบเขานาปา (Napa Valley) ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากตัวเมือง

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
– พักค้างคืน ณ Hilton San Francisco Union Square 4 หรือเทียบเท่า

ซานฟรานซิสโก-ทวินพีค-พระราชวังแห่งโรงละครวิจิตรศิลป์-สะพานโกลเด้น เกท ไชน่าทาวน์-ถนนลอมบาด-นั่งรถราง-ฟิชเชอร์แมนส์วาร์ฟ-ท่าเรือ 39

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ ทวินพีค (Twin Peak) อิสระให้ท่านถ่ายรูปวิวเมืองซานฟรานซิสโก ณ จุดชมวิวแบบพาโนราม่า สมควรแก่เวลาเดินทางต่อไปยัง พระราชวังแห่งโรงละครวิจิตรศิลป์ (Palace of Fine Arts) พระราชวังสไตล์โรมันเนสก์นี้สร้างขึ้นเป็นดาวเด่นในงานนิทรรศการนานาชาติปานามา-แปซิฟิกในปี ค.ศ. 1915 งานนิทรรศการนี้เป็นการเฉลิมฉลองการขุดคลองปานามาเสร็จสมบูรณ์ และการฟื้นฟูซานฟรานซิสโกจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1906 และเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นตามมานักออกแบบ Bernard Maybeck เป็นผู้วางสไตล์ของการก่อสร้างตามแบบซากสิ่งปลูกสร้างของโรมัน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของทั้งโรมัน และกรีก เขามีเจตนาที่จะสื่อถึง “ความเสื่อมสูญของสิ่งอลังการ และความสูญเปล่าในความปรารถนาของมนุษย์” จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ สะพานโกลเด้นเกท (Golden Gate Bridge) หนึ่งในท็อปเท็นของสถานที่ท่องเที่ยวของอเมริกา และมีอายุครบ 65 ปีแล้ว สร้างในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รู สเวลท์ เมื่อช่วงปี ค.ศ. 1933-1937 สะพานโกลเดน เกทนับเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก และมีเสาสะพานที่สูงที่สุดในโลก ณ ยุคนั้น จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ย่านไชน่าทาวน์ ของซานฟรานซิสโกเป็นหนึ่งในย่านที่มีชีวิตชีวา และประชากรหนาแน่นที่สุดในสหรัฐฯ ถนนสายแคบๆ เหล่านี้คงอยู่มาเป็นากว่า 160 ปี ผ่านสงครามแย่งชิงพื้นที่ การค้าฝิ่น กาฬโรค การขายของหนีภาษี สมาคม และสโมสรลับ จนปัจจุบันกลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่โด่งดังของเมืองนี้ เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ของซานฟรานซิสโก ย่านนี้ได้รับการบูรณะหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว และไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1906

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– นำท่านชม ถนน Crookest Street หรือเรียกว่า ถนนย่านลอมบาด ตั้งอยู่ใน Russian Hill ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการมาที่นี่ เพราะว่าต้นไม้ต่างแข่งกันออกดอกแย่งกันโชว์ความงามไปตามถนนที่แสนจะคดเคี้ยวนี้ ถ้าคุณขับรถไปก็อย่าลืมลองขับรถลงถนนเส้นนี้ดูจะได้ไปคุยกับเขาได้ว่าเคยขับรถบนถนนที่คดเคี้ยวที่สุดในโลกมาแล้ว ก็จะไปจอดที่หัวถนนพอดิบพอดี ท่านจะได้เห็นถนนนี้จากมุมบนแล้วก็ยังได้เห็นวิวของเมืองนี้ที่สวยมากๆ อีกมุมหนึ่งด้วย แต่จะให้สวยก็เดินลงไปด้านล่างแล้วถ่ายรูปจากมุมข้างล่างขึ้นมา คุณก็จะเห็นถนนเส้นนี้จะจะว่าคดขนาดไหน ใครมาเมืองนี้ไม่มาที่นี่ก็ถือว่าไม่ถึงเหมือนกัน นำท่าน นั่งรถราง (Cable Car) ซึ่งรถรางถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของเมืองซานฟราน อย่างหนึ่งโดยผู้ใดที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเมืองซานฟรานซิสโก ก็จะต้องลองนั่งรถรางเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ และยังได้สัมผัสกับวิวที่สวยงามโดยรอบของเมือง จากนั้นนำท่านสู่ท่าเรือ ท่าเรือ 39 หรือ Pier 39 เพื่อให้ท่านได้เดินชมบริเวณ ท่าเรือฟิชเชอร์แมนส์วาร์ฟ (Fisherman’s Wharf) ซึ่งในสมัยก่อนฟิชเชอร์แมนส์ วาร์ฟ เป็นเพียงท่าเรือที่ชาวประมงใช้เป็นที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าพวกสัตว์ทะเลที่จับมาได้ในแต่ละวัน แต่ปัจจุบันนี้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ โดยเฉพาะตรงบริเวณท่าเรือ 39 หรือ Pier 39 ซึ่งจะเต็มไปด้วยร้านขายของ ร้านอาหารขึ้นชื่อ และมีการแสดงต่างๆ รวมถึงม้าหมุน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ดึงความสนใจให้กับผู้ที่มาเยือนท่าเรือแห่งนี้นอกจากร้านค้า และร้านอาหารจำนวนมากตรงบริเวณท่าเรือ 39 ที่นี่ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ สิงโตทะเล ที่มานอนอาบแดดกันนับร้อยตัวในช่วงฤดูหนาว แต่ว่าช่วงฤดูร้อนมันจะย้ายไปผสมพันธ์กันที่อ่าวเม็กซิโกโน่นแน่ะ แต่ก็ยังคงมีเจ้าสิงโตทะเลบางตัวที่ไร้คู่ ยังคงนอนอาบแดด เป็นดาราหน้ากล้องให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพอยู่บางส่วน และ อ่าวซานฟรานซิสโก ผ่านชม เกาะอัลคาทรัส (Alcatraz) เกาะที่เคยเป็นที่คุมขังอาชญากรนามระบือ “อัลคาโปน” ในอดีต

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเดินทางสู่ สนามบินซานฟรานซิสโก

วันที่ 11 ซานฟรานซิสโก-ไทเป-กรุงเทพฯ

01.00 น.
– ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ BR 017/BR 211 (0100-0550/0825-1110) แวะพักและรอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินไทเป ä บริการอาหาร และเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน

————เครื่องบินบินผ่านเส้นแบ่งเวลาสากล————–

วันที่ 12 กรุงเทพมหานคร

11.10 น.
เดินทางถึง
สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ…พร้อมด้วยความประทับใจ

Scroll Up