อชันต้า เอลโลร่า มุมไบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
สอบถามเพิ่มเติม/เบอร์โทรศัพท์*
* I agree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

1311

มีปัญหาสอบถามเพิ่มเติม?

ทีมงานวาริต้า ทราเวล คอยให้คำแนะนำทุกคำถาม โทรเลย เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ 09.00 น.-17.30 น.
วันเสาร์ : 9.00-12.00 น.

02-1024241-2

contact@varitatravel.com

ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

➡ 5 วัน 3 คืน

ถ้ำอชันตา 
บิบิ กา มัคบาร่า 
หมู่ถ้ำเอลโลร่า 
ป้อมเดาลาตาบัด 
ทะเลอาระเบีย 
ถ้ำเอเลเฟนตา
สักการะพระพิฆเนศวรศรีสิทธิวินายัก

สายการบิน

สายการบินแอร์อินเดีย (Air India) สายการบินประจำชาติพร้อมสะสมไมล์ น้ำหนักกระเป๋า 30 กิโลกรัม และอีกหลากหลายความบันเทิงตลอดการเดินทาง

โรงแรม

มาตรฐานระดับสากล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

พาหนะ

รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานพร้อมคนขับที่ชำนาญเส้นทาง

ทัวร์

รายการทัวร์จัดให้แบบสบายไม่เหนื่อย

หัวหน้าทัวร์

นำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ที่มีประสบการณ์ มีความรับผิดชอบสูง ให้บริการและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทาง
ช่วงเวลาเดินทาง
12-16 ต.ค. 62 38,900
19-23 ต.ค. 62 38,900
16-20 พ.ย. 62 38,900
4-8 ธ.ค. 62 38,900
11-15 ม.ค. 63 38,900
1-5 ก.พ. 63 38,900
รูปภาพ
รายละเอียด

กรุงเทพฯ – เมืองเดลลี – เมืองออรังกาบัด

06.00 น.
– พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 บริเวณแถว  D เคาน์เตอร์สายการบินแอร์อินเดีย (AI) เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและสัมภาระแด่ท่าน

08.50 น.
– เหินฟ้าสู่เมืองเดลลี โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI333 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

12.05 น.
– คณะเดินทางถึง เมืองเดลลี  เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดียและมีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศ นอกจากนั้นเมืองแห่งนี้ยังเคยเป็นศูนย์กลางของอำนาจการปกครองของอินเดียมาหลายพันปี ทั้งจากผู้ครองนครที่เป็นสุลต่าน มุสลิม กษัตริย์ฮินดู และจักรพรรดิโมกุล อันเป็นช่วงของการแพร่ขยายอิทธิพลและวัฒนธรรมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการปกครอง ภาษา ศิลปะ สถาปัตยกรรม และศาสนาอิสลาม ซึ่งส่งผลให้ที่นี่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่ยาวนานหลายยุคหลายสมัย นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร

เที่ยง
–  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองเดลลี เพื่อเดินทางสู่เมืองออรังกาบัด โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ … ให้บริการทำการเช็คอิน และคอยอำนวยความสะดวก

17.50 น.
– คณะเดินทางออกจากสนามบินนานาชาติเมืองเดลลี สายการบินแอร์อินเดีย (AI)  เที่ยวบินที่ AI441

19.35 น.
– คณะเดินทางถึง เมืองออรังกาบัด จากนั้นนำคณะสู่ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก 7 APPLE AJANTA HOTEL หรือเทียบเท่า

ออรังกาบัด – ถ้ำอชันตา – บิบิ กา มัคบาร่า– ออรังกาบัด

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ ถ้ำอชันตา (ระยะทาง 93 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชั่วโมง ) ถ้ำอชันตาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ชมความงดงามและอลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยขุดเจาะภูเขาเป็นสังฆรามขนาดใหญ่แบบศิลปะคุปตะและหลั  งคุปตะอันวิจิตร ถ้ำ อชันตาประกอบไปด้วยถ้ำ 28 ถ้ำ มีอายุกว่า 2,000 ปี เป็นพุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผาหินเข้าไปในเขาเหนือแม่น้ำวโฆระ แต่เดิมเป็นศูนย์กลางสำนักปฏิบัติของเหล่าสงฆ์ในพุทธศาสนาราวพุทธศตวรรษที่    7-13 ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่าจึงรอดพ้นจากการทำลายล้างจากกองทัพผู้รุกรานจนมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนาย  ทหารอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำท่านจะ  ได้ชมงานแกะสลักเสาอันงดงามและวิจิตรบรรจง รวมถึงพระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัดและตกแต่งขึ้นจากหินเนื้อเดียวกันกับพื้นผนังถ้ำยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติ ภาพสีเฟรสโก้อันน่าอัศจรรย์ พระพุทธรูปศิลา ที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุมถ้ำอชันตาเป็นถ้ำที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบพุทธและฮินดูเข้าด้วยกัน

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– หลังอาหารกลางวันนำท่านชมถ้ำอชันตา (ต่อ) ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ เมืองออรังกาบัด ระหว่างทางนำท่านชม บิบิ กา มัคบาร่า (Bibi Ka Maqbara) หรือ ทัชมาฮาลน้อย เพราะมีลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายทัชมาฮาล สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก โดยพระโอรสของออรังเซบ ทรงสร้างเพื่อรำลึกถึงพระมารดา

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
– พัก 7 APPLE AJANTA HOTEL หรือเทียบเท่า

ออรังกาบัด – เอลโลร่า – ป้อมเดาลาตาบัด – ออรังกาบัด – เมืองมุมไบ

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ หมู่ถ้ำเอลโลร่า (ระยะทาง 30 กม.) หนึ่งในสถานที่ที่สวยงามจนติดอันดับมรดกโลก ท่านจะได้สัมผัสความใหญ่โตมหึมาของศาสนสถานหินเอลโลร่า อันสวยสดงดงาม และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 ด้วยถ้ำมหัศจรรย์นี้ถูกสร้างโดยการขุดเจาะหน้าผาเข้าไปเป็นแนวตรงระหว่างศตวรรษที่ 6-10 ปลายสมัยราชวงศ์รัชตคุต ถ้ำเอลโลร่า ประกอบไปด้วยถ้ำทั้งหมด 34 ถ้ำ แบ่งเป็นพุท  ธสถาน 12 ถ้ำ เทวสถานในศานาฮินดู 14 ถ้ำ และศาสนสถานของเชน 8 ถ้ำ ชมเทวสถานไกรลาส ในศาสนาฮินดู ซึ่งแกะสลักภูเขาทั้งลูกให้เป็นปราสาทหินศิลปะอินเดียใต้ สลักลวดลายเป็นรูปเทพเจ้าต่างๆ อย่างงดงามเหนือจิตนาการ

เที่ยง
–  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– จากนั้นนำท่านชม ป้อมเดาลาตาบัด แปลว่า เมืองแห่งความมั่งคั่ง เป็นป้อมในศตวรรษที่ 14 ป้อมปราการโบราณถูกโอบล้อมด้วยภูเขาดัลคีรี เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราวาน ตำนานเล่าว่าเมืองนี้สร้างขึ้นโดยดันการ์ เมื่อ ค.ศ.1203 หลังจากนั้นถูกสุลต่านเดลีชาวมุสลิมอลาอุดดินคิลจิยึดได้ใน ค.ศ.1294 เดวากิรีกลายเป็นเมืองสำคัญในสมัยของสุลต่านมูฮัมมัดดินตุ๊คลัคในปีค.ศ.1327 พระองค์ทรงตั้งเป็นเมืองหลวงและเปลี่ยนชื่อจาก เดวากิรี เป็น เดาลาตาบัด จวบจนถึงสมัยของโมกุล หลังจากนั้นจึงถูกถูกทิ้งร้างเพราะย้ายไปสร้างเมืองออรังกาบัดแทน

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก จนได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับสู่ สนามบินเมืองออรังกาบัด

20.25 น.
– ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ AI441

21.35 น.
– คณะเดินทางถึง “มุมไบ” นครลอนดอนแห่งอินเดีย ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามครั้งเมื่ออังกฤษยังปกครองอยู่ มีทั้งแบบอังกฤษโกธิค แบบอิน เดียผสมอาหรับ

– พัก KEYS HOTEL NESTOR หรือเทียบเท่า

ถ้ำเอเลเฟนตา – พระพิฆเนศวรศรีสิทธิวินายัก - สถานีรถไฟวิคทอเรียเทอร์มินัส – มุมไบ – กรุงเทพฯ

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมทัศนียภาพของทะเลอาระเบีย ท่ามกลางมหาสมุทรอินเดีย (ระยะเวลา 10 กิโลเมตร) สู่ “เกาะช้าง” (Elephanta Island) หรือ “ฆรบุรี”  เพื่อชมถ้ำเอเลเฟนตา (Elephanta Cave) ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกในปี 1987 เพราะเคยมีรูปสลักช้างขนาดยักษ์ แต่  ปัจจุบันได้เคลื่อนย้ายไปไว้ยังสวนสัตว์ในเมืองมุมไบแล้ว ถ้ำช้างเป็นเทวาลัยถ้ำอันอลังการขุดเจาะขึ้นในศตวรรษที่ 7 และ 8 งานประติมากรรมชิ้นเอกเป็นเทวรูป “มเหศวรมูรติ” หรือ “พระตรีมูรติ” ขนาดครึ่งองค์สูง 5 เมตร เป็นรูปที่รวมเทพทั้ง 3 พระองค์ คือ “พระศิวะ พระพรหม และพระนารายณ์” มีสามเศียร แสดงปางผู้สร้าง ผู้รักษา และผู้ทำลายเชื่อกันว่าหากได้ขอพรจาก “พระตรีมูรติ” จะมีความสมบูรณ์พูนสุขในชีวิตทั้งความรักและ การงานให้ท่านได้มีเวลาชื่นชมความงดงามภายในถ้ำ และบันทึกภาพ เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– นำท่านสักการะพระพิฆเนศวรศรีสิทธิวินายัก “SIDDHIVINAYAK”  เทพเจ้าแห่งความสำเร็จและการเอาขนะอุปสรรคต่างๆ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมุมไบและมีชื่อเสียงของอินเดีย ทั้งยังเป็นองค์ประธานของเทวรูปพระพิฆเนศทุกองค์ในโลก โดยองค์พระพิฆเนศรมีความสูง 2.6 เมตรและสร้างจากหินสีดำก้อนเดียวกันทั้งองค์ วัดแห่งนี้ยังเป็นที่ได้รับเงินบริจาคมากที่สุดในประเทศอินเดีย ไม่ว่านักแสดง นักการเมืองและทุกสายอาชีพ ให้ความศรัทธาและเชื่อถือ ชาวอินเดียและคนที่นับถือพระพิฆเนศทั่วโลก หากมีโอกาสจะต้องเดินทางมาสั  กการะองค์สิทธิวินายัก พร้อมกับการกระซิบบอกหนู พาหนะคู่ใจขององค์พระพิฆเนศ เพื่อตอกย้ำสิ่งที่ขอพรจากท่าน จากนั้นนำท่านชมเมือง “มุมไบ” เช่น สถานีรถไฟวิคทอเรียเทอร์มินัส หรือชื่อเดิม วิคตอเรียเทอมินาส ที่ได้รับการตั้งชื่อตามพระนามพระราชินีวิคตอเรีย ก่อสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกก กรรมแบบวิคตอเรียโกธิค ผสมผสานกับงานศิลปะแบบอินเดีย อันทรงคุณค่าจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

ค่ำ
–  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร จนได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับสู่สนามบิน

กรุงเทพฯ – สนามบินสุวรรณภูมิ

01.50 น.      

– ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ AI330

07.45 น.      

– เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี…พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

Scroll Up