ปักกิ่ง 5 วัน 3 คืน โดยสายการบินไทย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
สอบถามเพิ่มเติม/เบอร์โทรศัพท์*
* I agree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

1247

มีปัญหาสอบถามเพิ่มเติม?

ทีมงานวาริต้า ทราเวล คอยให้คำแนะนำทุกคำถาม โทรเลย เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ 09.00 น.-17.30 น.
วันเสาร์ : 9.00-12.00 น.

02-1024241-2

contact@varitatravel.com

ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

➡ 5 วัน 3 คืน

– จัตุรัสเทียนอันเหมิน
– พระราชวังต้องห้ามกู้กง
– ถนนโบราณเฉียวเหมิน
– โชว์พิเศษกายกรรมปักกิ่ง
– หอสักการะฟ้าเทียนถาน
– วัดลามะ
– ตลาดรัสเซีย
– กำแพงเมืองจีน
– สนามกีฬารังนก
– ถนนหวังฝู่จิ่ง
– พระราชวังฤดูร้อนอวี้เหอหยวน

 

ช่วงเวลาเดินทาง

22 – 26 ก.พ. 63

23,900

7 – 11 มี.ค. 63

23,900

14 – 18 มี.ค. 63

23,900

28 มี.ค. – 1 เม.ย. 63

23,900

4 เม.ย. – 8 เม.ย. 63

24,900

11 – 15 เม.ย. 63 (สงกรานต์)

27,900

18 – 22 เม.ย. 63

23,900

รายละเอียด

กรุงเทพ - ปักกิ่ง

20.30 น.
– คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ( ระหว่างประเทศ ) ชั้น 4 ประตู 2 – 3 บริเวณ  เคาน์เตอร์ สายการบินไทย TG โดยมีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับท่าน

23.50  น.          
นำท่านเหิรฟ้าสู่ปักกิ่ง โดยเที่ยวบินที่  TG 674  ( บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง )

ปักกิ่ง - จัตุรัสเทียนอันเหมิน - พระราชวังต้องห้ามกู้กง - ร้านสมุนไพรนวดฝ่าเท้า - ถนนโบราณเฉียวเหมิน - โชว์กายกรรมปักกิ่ง

05.30  น.    
– คณะเดินทางถึงสนามบินกรุงปักกิ่ง  เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีชื่อย่อว่า จิง ตั้งอยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของ ที่ราบหวาเป่ย ชื่อเดิมคือ จี่ สมัยชุนชิวจ้านกั๋วเป็นเมืองหลวงของแคว้นยัน สมัยราชวงศ์เหลียว เป็นเมืองหลวงรอง ชิ้อยันจิง เป็นเมืองหลวงของจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิน หยวน หมิง ชิง จนถึง สาธารณรัฐจีน เคยใช้ชื่อจงตู ต้าตู เป่ยผิงและเป่ยจิง เริ่มตั้งเป็นเมืองตั้งแต่ปี 1928 นครเป่ยจิงเป็นศูนย์กลางการเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษาและเขตชุมทางการคมนาคมทั่วประเทศจีนและก็เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อดังทั้งในประเทศจีนและในโลก   ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

หลังมื้ออาหาร นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเทียนอันเหมิน  ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง ความยาวตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ 880 เมตร ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 500 เมตร พื้นที่ทั้งสิ้น 440,000 ตารางเมตร สามารถจุประชากรได้ถึง 1,000,000 คน ปัจจุบันจัตุรัสเทียนอันเหมินนับเป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก   จากนั้นนำท่านเดินผ่านเทียนอันเหมินเฉิงโหลว หรือหอประตูเมืองเทียนอันเหมิน  ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของจัตุรัส ประตูเทียนอันเหมิน เป็นที่มาของชื่อจัตุรัสเทียนอันเหมิน ที่ถือว่าเป็น ดวงตา ของเมืองปักกิ่ง และเป็นจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง เป็นทั้งบ้านและชีวิตของจักรพรรดิในราชวงศ์หมิงและชิงรวมทั้งสิ้น 24 พระองค์ พระราชวังเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี มีชื่อในภาษาจีนว่า กู้กง หมายถึงพระราชวังเดิม มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จื่อจิ้นเฉิง ซึ่งแปลว่า พระราชวังต้องห้าม เหตุที่เรียกพระราชวังต้องห้าม เนื่องมาจากชาวจีนถือคติในการสร้างวังว่า จักรพรรดิเปรียบเสมือนบุตรแห่งสวรรค์ ดังนั้นวังของบุตรแห่งสวรรค์จึงต้องเป็น ที่ต้องห้าม คนธรรมดาสามัญไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           
– หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ร้านนวดเท้าสมุนไพรจีน ชมการสาธิตการนวดเท้า ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายความเครียดและปรับสมดุลให้การไหลเวียนของโลหิตโดยวิธีธรรมชาติ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถนนโบราณเฉียวเหมิน หรือ ถนนสายวัฒนธรรมปักกิ่ง ย่านการค้าแหล่งใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มีซุ้มประตูไม้ห้าช่องขนาดใหญ่ศิลปะสมัยราชวงศ์ชิง ตั้งอยู่ด้านหน้า ถนนเฉียนเหมินเป้นถนนเส้นตรงยาวที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และช้อปแบรนด์เนมมากมาย เป็นถนนสายวัฒนธรรมซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปักกิ่ง ถนนสายนี้ตั้งอยู่ ณ ใจกลางกรุงปักกิ่ง ใกล้กับจตุรัสเทียนอันเหมิน มีประวัติความเป็นมากกว่า 600 ปี ปัจจุบัน ถนนเฉียนเหมินเป็นถนนคนเดิน ไม่มีรถราให้ต้องหลบหลีก เหมาะกับการเดินเล่นชมบรรยากาศความสวยงามเป็นอย่างมาก จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกอย่างหนึ่งของถนนเฉียนเหมินก็คือ รถรางแบบโบราณที่วิ่งผ่านกลางถนน ให้บริการนักท่องเที่ยวนั่งชมถนนทั้งเส้นอย่างสบายๆ ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมที่มีตลอดเส้นทาง สิ่งเหล่านี้สร้างเพื่อจำลองการใช้ชีวิตของคนในสมัยโบราณ

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ลิ้มรสอาหารพิเศษ เป็ดปักกิ่ง หลังมื้ออาหารนำท่านชม กายกรรมปักกิ่ง อันยิ่งใหญ่ตระการตา โดยการแสดงทุกชุดจะมีนักแสดงหลายสิบชีวิตออกมาโชว์ความสามารถให้ท่านชม ในชุดต่าง ๆ สร้างความตื่นเต้นหวาดเสียวและประทับใจในความสามารถ จนทำให้ท่านไม่อาจละสายตาได้เลย
– พัก WANSAI HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว

หอฟ้าเทียนถาน - ร้านบัวหิมะ - วัดลามะ - ร้านไข่มุก - ตลาดรัสเซีย

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

จากนั้นนำท่านสู่ หอฟ้าเทียนถาน เป็นสถานบวงสรวงเทพยดาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งยังคงรักษาไว้ในจีน ประกอบด้วยตําหนักฉีเหนียนเตี้ยน ตําหนักหวงฉงอี่ และลานหยวนชิว เป็นต้น เทียนถานตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกรุงปักกิ่ง มีเนื้อที่ทั้งหมด 273 เฮกเตอร์ เป็นสถานซึ่งจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิงใช้เป็นที่บวงสรวงเทพยดา ในระยะย่างเข้าฤดูหนาวถึงเดือนอ้ายตามจันทรคติทุกปี พระจักรพรรดิจะเสด็จไปประกอบพระราชพิธีบวงสรวงที่นั่นเพื่อให้การเก็บเกี่ยวได้ผลอุดม  ตําหนักฉีเหนียนเตี้ยนเป็นตําหนักเอก เริ่มก่อสร้างเมื่อ ค.ศ. 1420ห่างจากปัจจุบัน 500 กว่าปี เป็นรูปทรงกลมหลังคา 3 ชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีนํ้าเงิน ไม่มีขื่อและอกไก่ อาศัยเสาไม้ 24 ต้น เป็นโครงยึดไว้ซึ่งได้ชื่อว่า “ตําหนักไม่มีขื่อ” ภายในตําหนักมีภาพวาดสีประณีตงดงาม บนเพดานวาดเป็นรูปมังกรและหงส์   ลานหยวนชิว ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านใต้ของตําหนักฉีเหนียนเตี้ยนเป็นแบบคล้ายเวทีกลม 3 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีนํ้าเงินและสีขาว แต่ละชั้นล้อมรอบด้วยลูกกรงหินอ่อนสีขาว เป็นสถานซึ่งพระจักรพรรดิบวงสรวงเทพยดาหรือขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ตําหนักหวงฉงอี่สร้างเป็นรูปทรงกลมหลังคาชั้นเดียว มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีนํ้าเงินแก่ เป็นสถานสําหรับเก็บรักษาแผ่นป้ายพระนาม”เทพเจ้าผู้ปกครองสวรรค์” ตําหนักนี้ล้อมรอบด้วยกําแพงเตี้ย ๆ กําแพงนี้สร้างถูกต้องตามหลักวิชาว่าด้วยเสียง จึงสะท้อนเสียงได้จนเป็นที่เลื่องลือ เมื่อสองคนยืนอยู่ที่กําแพงคนละฟาก คนหนึ่งพูดใส่กําแพงเบา ๆ อีกคนหนึ่งเอาหูแนบกับกําแพง ก็จะได้ยินเสียงพูดจากฝ่ายตรงกันข้าม จากนั้นนำท่านสู่ ร้านบัวหิมะ ชมครีมเปาซู่ถัง หรือ ที่รู้จักกันดีในชื่อ บัวหิมะ สรรพคุณเป็นเลิศในด้านการรักษาแผลไฟไหม้ ผุพองและแมลงกัดต่อย เป็นยาสามัญประจำบ้าน

เที่ยง
– บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– นำท่านชม วัดลามะ ” ยงเหอกง ” ศาสนสถานที่มีความวิจิตรและได้รับการบูรณะอย่างยอดเยี่ยมที่สุดในปักกิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1694 แต่เดิมเคยเป็นตำหนักที่ประทับของจักรพรรดิหย่งเจิ้น หรือองค์ชาย4 ผู้เป็นพระราชบิดาของจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ต่อมาตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา ที่นี่ได้กลายป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายมหายาน และศิลปแบบธิเบตนมัสการพระพุทธรูปอารยเมตไตรย์ที่งดงามและสูงถึง23เมตร โดยเชื่อกันว่าเป็นงานแกะสลักจากไม้จันทน์เพียงชิ้นเดียว ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในศาลาหมื่นสุข ” ว่านฟู่เก๋อ ” จากนั้นนำท่านแวะชม ผีชิว ซึ่งเป็นลูกหลานมังกร รุ่นที่ 9 มีพลังอำนาจในการดูดกลืนสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายให้หมดไป มักจะวางหันหน้าออกตัวอาคารหรือห้องเพื่อป้องกันขจัดภยันตรายต่างๆ ให้ท่านได้เลือกซื้อเป็นของฝากให้กับคนทางบ้าน นำท่านแวะชม ร้านไข่มุก เลือกซื้อครีมไข่มุกบำรุงผิว ที่สกัดมาจากไข่มุกน้ำจืด ที่เพาะเลี้ยงในทะเลสาบ  จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งสินค้านานาชนิดที่ตลาดหงเฉียว ตลาดชื่อดังที่คุ้นเคยกันในชื่อตลาดรัสเซีย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากของที่ระลึกกันตามอัธยาศัย จากนั้นอิสระช้อปปิ้งที่ ตลาดรัสเซีย ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่อยู่บนถนนยาวกว่า 400 เมตร ตั้งอยู่ภายใน บริเวณที่ตั้งของสถานทูตนานาชาติ มีร้านค้ากว่า 300 ร้านตั้งเรียงรายไปตามสองข้างถนน ไม่ว่าจะเป็น ผ้าไหม, เสื้อผ้า , งานฝีมือ , เครื่องหนัง , ของที่ระลึก ฯลฯ ในราคาขายปลีกและส่ง

ค่ำ               
– รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  หลังอาหารคณะเดินทางสู่โรงแรมที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
– พัก WANSAI HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว

ร้านหนก - กำแพงเมืองจีนด่านจูยงกวน - ร้านหมอนยางพารา - สนามกีฬารังนก - ถนนหวังฝู่จิ่ง

เช้า
– บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

หลังมื้ออาหารนำท่านสู่ ร้านหยก ซึ่งเป็นเครื่องประดับนำโชค ให้ท่านได้เลือกซื้อเนของฝากอันล้ำค่าแก่คนที่ท่านรัก จากนั้นนำท่านสู่ กำแพงเมืองจีน หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ว่ากันว่าสามารถมองเห็นได้จากภายนอกโลก สร้างในปี ราว 700 ปีก่อนคริสตกาล ถึงราชวงศ์หมิง ปีค.ศ.1368-1644   อาณาเขต – ความยาว 14,600 ลี้ (ราว 6,700 กิโลเมตร) สมญานามกำแพงหมื่นลี้ กำแพงเมืองจีนเริ่มก่อสร้างครั้งแรกในสมัย ราชวงศ์โจว เมื่อราว 700 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยกษัตริย์แคว้นฉู่ได้ริเริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้น เพื่อป้องกันการรุกรานจากแคว้นอื่น ได้แก่ ฉี เยี่ยน เว่ย จ้าว และฉิน ซึ่งต่อมาแคว้นเหล่านี้ก็ได้หันมาลงมือก่อสร้างกำแพงต้านข้าศึกตามอย่างบ้าง  เมื่อย่างเข้าสู่ยุคสมัยของจักรพรรดิฉินซีแห่ง ราชวงศ์ฉิน ภายหลังผนึกรวมทั้งหกแคว้นเป็นหนึ่งแล้ว ได้ทำการเชื่อมกำแพงเมืองจีนทางตอนเหนือของแคว้นฉิน เยี่ยน และจ้าวเข้าด้วยกัน รวมถึงดำเนินการก่อสร้างต่อเติมออกไปอีกทั้งในสมัย ราชวงศ์ฮั่น เรื่อยไปถึงจน ราชวงศ์หมิง

เที่ยง
– บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– นำท่านแวะชม ร้านยางพารา เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากยางพารา อาทิ หมอน ผ้าห่ม ที่นอน กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ จากนั้นนำท่านผ่านชม สนามกีฬาโอลิมปิก สนามกีฬาหลักที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ซึ่งมีชื่อเล่นว่า รังนก เนื่องจากรูปแบบโครงสร้างที่คล้ายรัง เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนธันวาคม 2546 สร้างเสร็จในปี 2550 ได้รับการออกแบบโดย Herzog & DeMeuron และสถาบันออกแบบสถาปัตยกรรมจีน (China Architecture Design Institute) มีขนาดความจุ 1 แสนที่นั่ง จากนั้นเดินทางสู่ ถนนหวังฟู่จิ่ง แหล่งช็อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองปักกิ่ง มีร้านค้าน้อยใหญ่เรียงรายสองข้างถนน รวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านหนังสือ ครบครัน พาท่านจับจ่ายกันอย่างเพลิดเพลินอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าแบรนด์เนมดังราคาตายตัวต่อรองไม่ได้ และยังมีร้านกิ๊ฟช้อปราคาย่อมเยาให้เลือกซื้อ

ค่ำ               
– รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  หลังอาหารคณะเดินทางสู่โรงแรมที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
– พัก WANSAI HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว

พระราชวังฤดูร้อนอวี้เหอหยวน - พิพิธภัณฑ์ผีซิว - กรุงเทพ ฯ

เช้า
– รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

– นำท่านเดินทางไปชม พระราชวังฤดูร้อนอวี้เหอหยวน อุทยานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 800 ปีก่อน ชมทะเลสาบคุนหมิงที่ขุดขึ้นด้วยแรงงานคนล้วน ชมที่ประทับของพระนางซูสีไทเฮาและจักรพรรดิกวางสู ชมระเบียงกตัญญูและเรือหินอ่อน จากนั้นนำท่านแวะ พิพิธภัณฑ์ผีซิว หรือ ปี่เซี๊ยะ ถือเป็นสัตว์เทพชนิดหนึ่ง และเป็นลูกตัวที่เก้าของมังกร ผีซิวถือเป็นสัตว์ดุร้ายชนิดหนึ่ง แบ่งเป็นเพศผู้ เพศเมีย เพศเมียเรียกว่า “ผี” ส่วนเพศผู้เรียกว่า “ซิว” โดยผีซิวตัวผู้จะหาทรัพย์ ส่วนตัวเมียก็เฝ้าทรัพย์ ดังนั้น คนจีนจึงนิยมเก็บสะสมไว้เป็นคู่ สามารถนำเงินทองและโชคลาภให้กับผู้เป็นเจ้าของและช่วยเก็บรักษาทรัพย์ที่หามาได้

เที่ยง
– รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น.
– นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงปักกิ่ง เพื่อทำการเชคอิน ( ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)

17.05 น.
– คณะอำลาเมืองปักกิ่งเหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 615

21.20 น.
– คณะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

Scroll Up