ทัวร์แสวงบุญอินเดีย-เนปาล สี่สังเวชนีสถาน 2567

0
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
เบอร์โทรติดต่อ*
จำนวนผู้เดินทาง*
* I agree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

799
Tour Details
ทัวร์แสวงบุญอินเดีย – เนปาล ครั้งหนึ่งได้สักการะสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในพระพุทธประวัติ เยือนสี่สังเวชนียสถาน ศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธจากทั่วโลก มีพระวิทยากรประจำกรุ๊ปให้ความรู้ในแต่ละสถานที่ รวมทั้งนำสวดมนต์ไหว้พระตลอดทริป เดินทางสะดวกสบายโดยสายการบินแอร์เอเชีย บินตรงพุทธคยา
 
  • มีพระวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คอยบรรยายธรรมตลอดการเดินทาง
  • เดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชีย ตรงสู่เมืองพุทธคยา
  • พักโรงแรมระดับมาตรฐานทุกคืนตลอดการเดินทาง
  • บริการเสริมอาหารไทยทุกมื้อโดยพ่อครัวคนไทยเดินทางพร้อมคณะ
  • สิ่งสักการะบูชา เช่น พวงมาลัย,ดอกไม้หอม,น้ำหอม,หนังสือสวดมนต์
Itinerary

Day 1กรุงเทพ - พุทธคยา - สถูปนางสุชาดา - แม่น้ำเนรัญชรา - ต้นพระศรีมหาโพธิ์ - พระมหาเจดีย์พุทธคยา - พระพุทธเมตตา

07.00 น.
คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ (B3)  เจ้าหน้าที่ วาริต้า ทราเวล คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับท่าน

10.00น.      
คณะออกเดินทางสู่เมืองคยาโดยสายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3707 พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

11.30 น.   
คณะเดินทางถึงท่าอากาศยานเมืองคยา (เวลาช้ากว่าไทย 1.30 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เข้าสู่ตัวเมืองคยา  ซึ่งทอดยาวไปตามชายฝั่งของแม่น้ำเนรัญชรา เมืองแห่งนี้เป็นเมืองสำคัญทางพระพุทธศาสนาคือเป็นที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดงอาทิตตปริยายสูตรแก่ชฏิลสามพี่น้อง  มีสถานที่สำคัญต่าง ๆหลายแห่งไม่ว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ แม่น้ำเนรัญชราสถานที่ลอยถาดอธิฐาน บ้านนางสุชาดาผู้ถวายข้าวมธุปายาสแก่เจ้าชายสิทธัตถะก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้ นอกจากนี้ยังมีสถาที่สำคัญอื่น ๆ ที่ท่านจะได้เยี่ยมชมอีกมากมาย

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย
จากนั้นนำท่านชมสถูปนางสุชาดา ผู้ซึ่งถวายข้าว มธุปายาสแก่เจ้าชายสิทธัตถะก่อนการตรัสรู้  และชมสถานที่ลอยถาดทองอธิฐานที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา  ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญในพุทธประวัติ ชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า “ลิลาจัน” มาจากคำสันสกฤตว่า “ไนยรัญจนะ” แปลว่า แม่น้ำที่มีสีใสสะอาด โดยแม่น้ำสายนี้มีความกว้างราว 1 กิโลเมตร  ได้เวลาอันสมควรนำคณะเข้าสู่สถานที่สำคัญหนึ่งในสี่ของการเดินทางมาเยือนดินแดนแห่งพุทธภูมิแห่งนี้ คือต้น พระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ภายในท่านจะได้ชม พระแท่นวัชรอาสน์ เป็นพระแท่นจำลองขึ้นทับตรงบริเวณพระแท่นเดิมเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ณ จุดนี้  ปัจจุบันสร้างด้วยวัสดุหินทรายเป็นรูปหัวเพชรสี่เหลี่ยม กว้าง 4.10 นิ้ว 7.6 นิ้ว หนา 5 นิ้วครึ่ง ประดิษฐานอยู่ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ โดยสร้างกำแพงแก้วทำด้วยทองคำแท้ ประดิษฐานรอบต้น จากนั้นนำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์พุทธคยา อนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้  ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีลักษณะเป็นเจดีย์ 4 เหลี่ยม สูง 170 ฟุต วัดโดยรอบฐานได้ 121.29 เมตร ภายในประดิษฐาน พระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบศิลปะปาละ

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
พัก  TATHAGAT HOTEL  หรือเทียบเท่าระดับ

Day 2ราชคฤห์ - รอยเกวียนโบราณ - ถ้ำมหาสมบัติ - วัดเวฬุวันมหาวิหาร - ตโปทาราม -มหาวิทยาลัยนาลันทา - หลวงพ่อองค์ดํา

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ หรือ เบญจคีรีนคร แปลว่า เมืองที่มีเขาทั้ง 5 อันได้แก่ เขาคิชกูฏ เขาปัณฑวะ เขาเวภาระ เขาอิสิคิลิ และเขาเวปุลละ จากนั้นนำท่านชม รอยเกวียนโบราณ ที่อยู่บริเวณหลังประตูเมืองราชคฤห์ เป็นรอยเกวียนที่ลงลึกเข้าไปในหิน ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเส้นทางที่ใช้เกวียนมาหลายชั่วอายุคน และสอดคล้องกับพงศาวดารในอดีตเกี่ยวกับ  เมืองราชคฤห์ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมา ก จากนั้นนำท่านสู่ ถ้ำโสนภัณฑาร์ หรือถ้ำคลังมหาสมบัติของพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงความมั่งคั่ง ร่ำรวยของกรุงราชคฤห์ที่เหนือกว่าเมืองอื่น ๆในสมัยนั้น มหาสมบัติเหล่านี้อยู่ในถ้ำหินที่เกิดจากการขุดเจาะภูเขาเวภารบรรพต ซึ่งมีอยู่ 2 ถ้ำอยู่ติดกัน เกิดจากหินก้อนเดียวกัน  นำท่านชม วัดเวฬุวันมหาวิหาร หรือป่าไผ่ สถานที่กำเนิดวันสำคัญทางศาสนา “วันมาฆบูชา” ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ต่อหน้าพระสงฆ์ที่พระองค์ทรงบวชให้ทั้งหมด และวัดเวฬุวันมหาวิหารยังเป็นวัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารถวายให้กับองค์พระศาสดา จากนั้นนำชม ตโปทารามบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์สถานที่อาบน้ำแร่ร้อนธรรมชาติเพื่อเป็นการชำระล้างบาปซึ่งมีการแบ่งเป็นห้องอาบน้ำตามความเชื่อของชาวฮินดู โดยแต่ละวรรณะจะแยกชั้นลดหลั่นกันลงมาตามวรรณะทั้งสี่   ในแต่ละวันจะมีชาวฮินดูเดินทางมาอาบน้ำเพื่อทำการชำระล้างบาปกันเป็นจำนวนมาก  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก

เที่ยง           
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย           
จากนั้นนําท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยพุทธศาสนาที่เคยรุ่งเรืองโด่งดังมากที่สุดในโลก มีพระนักศึกษาจํานวน หมื่น เมื่อราว พ.ศ.1700 ได้ถูก ชาวมุสลิม  รุกรานสังหารพระ และเผาทําลายเสียสิ้นปัจจุบันเหลือไว้แต่ซากปรักหักพัง  ปรากฏเป็นรูป ฐานและผนังของอาคารยาวเหยียดในบริเวณอันกว้างขวาง และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของ พระโมคคัลลานา พระสารีบุตร ที่นี่ยังมีพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตรปรากฏอยู่ หลังจากนั้นนําท่านกราบนมัสการ หลวงพ่อดําศักดิ์สิทธิ์   เป็นพระเกตุทรงบัวตูม ปางนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ชี้แม่พระธรณีเป็นพยาน สร้างในสมัยพระเจ้าเทวปาล เมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๓๕๓-๑๓๙๓ ประดิษฐานอยู่ทางด้านทิศเหนือของซากปรักหักพังของมหาวิทยาลัยนาลันทา ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปเพียงองค์เดียวที่รอดพ้นจากการทำลายของกองทัพมุสลิม เป็นที่เคารพศักการะของชาวพุทธเป็นอย่างมาก

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
พัก  BODHI RETREAT HOTEL  หรือเทียบเท่าระดับ

 

Day 3ยอดเขาคิชกูฏ - พระคันธกุฏิ - เมืองราชคฤห์ - เมืองไวสาลี - กุฎาคารศาลา - ปาวาลเจดีย์ - เมืองกุสินารา

05.00 น.    
จากนั้นนำท่านสู่ ยอดเขาคิชกูฏ สถานที่ประทับพรรษาแรกของพระพุทธเจ้า อันประกอบไปด้วย ถ้ำพระโมคคัลลานะ ที่,จุดที่พระเทวทัตกลิ้งหินหวังปลงพระชนพระพุทธเจ้า  ,ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) และจุดที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดคือพระคันธกุฎี กุฏิที่พำนัก  ของพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งจำพรรษาอยู่ในกรุงราชคฤห์ นำท่านสักการะพร้อมสวดมนต์ถวายแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคลแด่ท่านและครอบครัว ได้เวลาอันสมควรคณะลงจากยอดเขา

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่เมืองไวสาลี ในอดีตคือแคว้นวัชชีที่ปกครองโดยกษัตริย์ลิจฉวี เป็นหนึ่งใน 16 แคว้นของชมพูทวีป ซึ่งในสมัยพุทธกาลพระพุทธอง ค์เคยมาโปรดให้ชาวเมืองได้รอดพ้นจากโรคอหิวาตกโรค ที่แม้แต่พระมหาวีระ ศาสดาแห่งศาสนาเชนไม่สามารถบำบัดโรคร้ายนี้ได้ จึงถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ สำคัญแห่งหนึ่ง นำท่านชม กุฎาคารศาลา วัดป่ามหาวัน ที่มีลักษณะเป็นสถูปทรงบาตรคว่ำ ซึ่งกษัตริย์ลิจฉวีทรงสร้างถวายสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธองค์ ทรงประทับจำพรรษา ณ สถานที่แห่งนี้ ในพรรษาที่ 5 พร้อมนำท่านชมเสาอโศกรูปสิงห์ที่เชื่อว่ามีความสมบูรณ์ที่สุด นำท่านชม ปาวาลเจดีย์ สถานที่พระพุทธเจ้าทรงทำการปลง  พระชนมายุสังขารในวันเพ็ญเดือนสามแห่งพรรษาสุดท้ายของพระชนมชีพ มีขึ้นในวันมาฆบูชา ณ กูฏคารศาลา ป่ามหาวัน เมื่อมีพระชมมายุได้ 80 พรรษา ซึ่ง ณ เวลานั้น ทรงได้ตรัสรู้แล้วเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนมานานถึง 45 ปีแล้ว ก็ได้ทรงตั้งพระทัยว่า “นับแต่นี้ต่อไปอีกสามเดือน ตถาคตจักดับขันธปรินิพพาน”

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา เดิมในสมัยพุทธกาล เมืองกุสินารานั้นเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นมัลละ  ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงของพระพุทธองค์  ระหว่างทางหากมีเวลานำท่านเดินทางสักการะ เกสรียาสถูป  บริเวณที่พระพุทธองค์ทรงหันกลับมาทอดพระเนตรดูเมืองไวสาลีเป็นครั้งสุดท้าย และพระราชทานบาตรให้กับพวกลิจฉวีก่อนเดินทางไปยังกุสินารา เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานสถูปแห่งนี้ถูกขุดพบเมื่อปีพุทธศักราช 2541

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
พัก  OM RESIDENCY HOTEL  หรือเทียบเท่าระดับ

Day 4ปรินิพพานสถูป - โทณะพราหมณ์สถูป - มกุฏพันธนเจดีย์ - กุสินารา - ลุมพินี (เนปาล )

เช้า            
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทาง ปรินิพพานสถูป เป็นสถูปที่อยู่ด้านหลังวิหารปรินิพพาน ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชพระราชทานพระราช-ทรัพย์100,000 รูปี ให้สร้างขึ้นคร่อมกับพระแท่นปรินิพพาน มีลักษณะเป็นทรงบาตรคว่ำสูง 65 เมตร มี  ยอดฉัตร 3 ชั้น พร้อมปรากฏเสาอโศกในบริวณใกล้เคียง จากนั้นนำท่านชม โทณะพราหมณ์สถูป สถานที่แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์ ภายหลังการถวาย  พระเพลิงสรีระ ปัจจุบันมีลักษณะเป็นเนินดิน และมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ปรากฎในบริเวณเดียวกัน ตั้งอยู่หลังวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์  จากนั้นนำท่านสู่ มกุฏพันธนเจดีย์  เป็นสถูปโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตรงเพื่อสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้าได้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัย พระเจ้าอโศกมหาราช บริเวณด้านตะวันออกของเมืองกุสินารา หรือปัจจุบันคือรัฐอุตตรประเทศ

เที่ยง          
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นสังเวชนียสถานแห่งเดียวที่ไม่อยู่ในประเทศอินเดีย อันเนื่องมาจาก ก่อนที่สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จมาประสูติ พระองค์ท่านเป็นพระบรมโพธิสัตว์เจ้า ยังมิได้รับอาราธนาของทวยเทพทั้งหลายทรงพิจารณาดู “ปัญ  จมหาวิโลกนะ” คือ การตรวจดูอันยิ่งใหญ่ 5 อย่าง ก่อนที่จะตัดสินพระทัยประทานปฏิญาณรับอาราธนาของเทพยดาทั้งหลาย ว่าจะจุติจากดุสิตเทวโลกไปบังเกิดในพระชาติสุดท้ายที่จะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้ามี 5 อย่างที่พระบรมโพธิสัตว์เจ้าทรงเลือก

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
พัก  NIRVANA HOTEL  หรือเทียบเท่าระดับ

Day 5สวนลุมพินี - วิหารมายาเทวี - เนปาล - อินเดีย - สาวัตถี

เช้า             
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่หนึ่งในสี่สังเวชนียสถานที่สำคัญ ณ  สวนลุมพินีวัน ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ของประเทศเนปาล นำท่านเข้าชม วิหารมายาเทวี ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งภายในวิหารจะปรากฏรูปปั้นของพระนางมายาเทวี (พระ  มารดาของพระพุทธเจ้า) ขณะพระองค์กำลังให้กำเนิดเจ้าชายสิทธัตถะ และ รูปรอยเท้าของเจ้าชายสิทธัตถะ ภายนอกวิหารจะปรากฏสระโบกขรณี และเสาอโศก ซึ่งถูกฝังดินไว้และพบจารึกเป็นอักษรพราหมณ์ระบุว่าที่แห่งนี้คือสถานที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ

เที่ยง          
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           
คณะเดินทางต่อไปยัง เมืองสาวัตถี ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้น เมืองสาวัตถีเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นโกศล และมีความสำคัญกับศาสนาพุทธอยู่มากมายเช่นกัน เนื่องจากเป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจำพรรษาอยู่ถึง 24 พรรษา และเป็นเมืองที่พระองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาและแสดงธรรมแก่ภิกษุและพุทธบริษัทให้บรรลุอมตธรรมเป็นจำนวนมาก มีพระอรหันตสาวกอยู่จำพรรษานับพันนับหมื่นองค์ มีอุบาสกอุบาสิกาก็เป็นเลิศกว่าใครในแผ่นดิน ส่วนพระราชาก็ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
พัก  LOTUS NIKKO HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ

Day 6เมืองสาวัตถี - ปาฏิหาริย์สถูป - วัดเชตวันมหาวิหาร - อานันทโพธิ์ - พระมูลคันธกุฎี - บ้านองคุลิมาล - บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี - เมืองพาราณสี

เช้า             
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

นำท่านสักการะ สถานที่แสดงยมกปาฏิหาริย์สถูป เป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ที่แม้แต่อัครสาวกไม่สามารถแสดงได้ โดยปาฏิหาริย์ที่เกิดเป็นลักษณะคู่ คือมี 2 เหตุการณ์ อันประกอบไปด้วย  การปราบทิฏฐิพวกเดียรถีย์ภายใต้ต้นมะม่วงคัณฑามพฤกษ์ และการเสด็จขึ้นไปสวรรค์ชั้นที่ 2 หรือดาวดึงส์เพื่อโปรดพระนางมายาเทวี พระพุทธมารดาของพระองค์ จากนั้นนำท่านเที่ยวชม วัดเชตวันมหาวิหาร หรือสาเหต (Sahet) พระอารามหลวงขององค์พระศาสดา จำพรรษาถึง 19 พรรษา โดยท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีผู้บริจาคทรัพย์สมบัติในการสร้างมหาวิหารแห่งนี้ ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 80 ไร่ พร้อมเยี่ยมชม สถานที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าวัดเชตวันมหาวิหาร และอานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ที่ปลูกโดยพระอานนท์ในสมัยพุทธกาล ต้นโพธิ์ต้นนี้ปรากฏหลักฐานจารึกของหลวงจีนฟาเหียนและ พระถังซัมจั๋งโดยต้น  โพธิ์ดังกล่าวยังคงยืนต้นมาจนปัจจุบัน จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม พระมูลคันธกุฎี กุฏิของพระพุทธเจ้า ที่ได้รับการ ขุดค้นและปรับแต่งภูมิทัศน์เป็นอย่างดี ได้เวลาสมควรนำท่านชม บ้านองคุลิมาล เป็นบุคคลสำคัญในยุคต้นแห่งพุทธศาสนา โดยเฉพาะตามพุทธประวัติพุทธฝ่ายเถรวาท เดิมนั้นเป็นโจรปล้นฆ่าคน แต่ภายหลังมีศรัทธาในพุทธศาสนา ได้กลับใจบวชเป็นพระภิกษุ และบรรลุเป็นพระอรหันต์ และชม บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ชาวสาวัตถีในสมัยพุทธกาล มีชีวิตร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า เดิมท่านมีนามว่าสุทัตตะเศรษฐี เกิดในตระกูลของสุมนะเศรษฐีผู้เป็นบิดา ท่านเป็นเศรษฐีที่ใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนตกยาก ทำให้ท่านถูกเรียกจากชาวเมืองสาวัตถีว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี แปลว่า เศรษฐีผู้เป็นที่พึ่งของคนยาก

เที่ยง         
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย           
หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี ซึ่งเมืองพาราณสีนั้นเป็นเมืองโบราณที่มีมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาล เป็นอดีตเมืองหลวงของแคว้นกาสี ซึ่งเป็นเมืองที่สถิตย์ขององค์พระศิวะที่มีชื่อเสียงทางด้านพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูมาอย่างยาวนานบนแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเชื่อในการอาบน้ำล้างบาป ตามทรรศนะคติพราหมณ์ตราบจนถึงปัจจุบัน สำหรับศาสนาพุทธเมืองพาราณสียังเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาที่หลากหลายประเทศมีการส่งพระสงฆ์มาศึกษาพระธรรมวินัยในยุคปัจจุบันในสมัยพุทธกาล

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
พัก SGT PLAZA HOTEL  หรือเทียบเท่าระดับ

 

Day 7ล่องเรือแม่น้ำคงคา - ป่าอิสิป - มูลคันธกุฎี - ธัมเมกขสถูป - กุฏิยสะเถร - พิพิธภัณฑ์-พาราณสี - พุทธคยา

05.00 น.     นำท่านล่องเรือแม่น้ำคงคา ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และชมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำคงคา สายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อเลี้ยงชาวอินเดียมาแต่โบราณกาล

เช้า             
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ สารนาถ ซึ่งอยู่ในเขตเมืองพาราณสี ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือ“ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน” อันเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระปฐมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” แก่ปัญจวคีย์ทั้ง 5 และเป็นสถานที่เกิดพระรัตนตรัยครบ 3 องค์ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ จากนั้นนำท่านชม พระมูลคันธกุฎี กุฏิของพระพุทธเจ้า ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าอโศกมหาราช พร้อมปรากฏเสาอโศกในพื้นที่ดังกล่าว นำท่านนมัสการ ธัมเมกขสถูป เป็นสถูปที่สร้างเพื่ออุทิศแด่พระอัญญาโกณฑัญญะ ผู้ซึ่งเห็นธรรมเป็นท่านแรก สถูปแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบเมาริยะ เป็นทรงกลมแบบบาตรคว่ำ มีความสูงจากฐาน 42 เมตร ภายหลังจากสถูปองค์เก่าถูกทำลายได้มีการสร้างสถูปแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ เมื่อปีพุทธศักราช 2337 และ” นำท่านเยี่ยมชม กุฏิยสะเถระ เป็นสถานที่ที่พำนักของพระยสะเถระ บุตรของเศรษฐีในกรุงพาราณสี ผู้ซึ่งมีความเบื่อหน่ายต่อทางโลก จนได้พบกับสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยที่พระองค์ทรงแสดงอนุปุพพิกถา เพื่อฟอก จิตใจยสกุลบุตรให่ห่างไกลจากความยินดีในกาม และได้รับการขนานนามว่า พระอรหันต์องค์แรกที่อยู่ในเพศฆราวาส จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม เจาคัณฑีสถูป เป็นอนุสรณ์สถานที่พระพุทธเจ้าทรงพบกับ  ปัญจวคีย์ทั้ง 5 เมื่อเสด็จมาโปรดหลังจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้เพียง 2 เดือน และสามารถทำให้อัญญาโกณฑัญญะบรรลุอรหันต์ซึ่งสถูปแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์สารนาถ ท่านจะได้ชมศิลปวัตถุชิ้นสำคัญสองรายการ ได้แก่ พระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก  และเสาหินพระเจ้าอโศกที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาก สภาพของวัสดุที่เป็นหินทรายแดงยังขึ้นเงาวับ ซึ่งหัวเสานี้ถูกนำมาใช้เป็นตราแผ่นดินของอินเดียในเวลาต่อมา และใช้จนถึงปัจจุบัน

เที่ยง         
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            
คณะออกเดินทางสู่เมืองคยา ผ่านชมเส้นทางอันสวยงามสองข้างทางพร้อมรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ โดยท่านวิทยากร

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
พัก  TATHAGAT HOTEL  หรือเทียบเท่าระดับ

Day 8พุทธคยา - กรุงเทพฯ - สนามบินสุวรรณภูมิ

เช้า             
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

อิสระให้ทางคณะได้เข้าสักการะ และวิปัสสนากรรมฐานใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า หรือเดินช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นตามอัธยาศัย และยังสามารถเดินทางไปสักการะวัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา อยู่ห่างจากองค์เจดีย์พุทธคยาประมาณ 500 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวก

เที่ยง          
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

15.05 น.
คณะอำลาประเทศอินเดีย ออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ด้วยเที่ยวบิน B3706

20.00 น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี…พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

Photos