ทัวร์เยอรมนีไฮไลท์ 8 วัน EY

0
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
เบอร์โทรติดต่อ*
จำนวนผู้เดินทาง*
* I agree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

511
Tour Details
  • โรงแรมระดับมาตรฐานสากลระดับ 4 ดาว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐาน พร้อมคนขับที่ชำนาญเส้นทาง
  • รายการทัวร์จัดให้แบบสบายๆ ค่อยๆ ไปทีละเมือง…ไม่เร่งรีบ
  • หัวหน้าทัวร์ที่มีประสบการณ์ มีความรับผิดชอบสูง ให้บริการ และอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด
Itinerary

วันที่ 1กรุงเทพฯ - อาบูดาบี - มิวนิก

18.00 น.         

คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ q สายการบินเอทิฮัด แอร์ไลน์ (ey) เจ้าหน้าที่ วาริต้า ทราเวล คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ และบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

20.45 น.               

ออกเดินทางสู่ มิวนิก โดยเที่ยวบินที่ ey401/ey5 (2045-0010/0250-0655) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ä บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ พร้อมรับการบริการอันสุดแสนประทับใจ เพลิดเพลินกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่งรับชมโปรแกรมความบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์นานาชาติ เพลงสากล สารคดี ช่องกีฬาต่างๆ รวมถึงการ์ตูนสำหรับคุณหนูๆ

วันที่ 2มิวนิก - จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ - การ์มิช พาร์เทินเคียร์เชิน - ยอดเขาซุกสปิทเซ่

06.55 น.       

คณะเดินทางถึง สนามบิน Franz Josef Strauss-Munich สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระแล้ว รถโค้ชปรับอากาศนำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองมิวนิก เมืองหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย ถือว่าเป็นหัวเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของเยอรมนี ศูนย์กลางด้านเศษรฐกิจ อุตสาหกรรม การศึกษาและการเดินทางที่สำคัญของยุโรป มิวนิก (Munich) ซึ่งถือได้ว่าเป็นประตูของยุโรป เมืองมิวนิกหลากหลายด้วยสถาปัตยกรรมที่แตกต่าง เมืองนี้เคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์วิทเทลสบาค และพัฒนาเมืองให้มีความสำคัญที่สุดทางตอนใต้ของเยอรมนี เป็นแหล่งผลิตเบียร์ ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ BMW จากนั้นนำท่านชมสถานที่ต่างๆ ในเขตเมืองเก่า อาทิเช่น เฟราเอ่นเคียร์เช่อ (The Frauenkirche) โบสถ์พระแม่มารีทรงหัวหอมคู่ สร้างด้วยอิฐสีแดง สูง 99 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิวนิก ประตูชัย ย่าน มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่, หอสมุดแห่งชาติและโรงละครโอเปร่า ฯลฯ จากนั้นเดินทางเข้าสู่ มาเรียน พลาตซ์ (Marienplatz) เป็น “หัวใจ” ของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง ในยุคกลางที่นี่เคยเป็นตลาด แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ มาเรียนพลาตซ์ มีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเขาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neues Rathaus) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ Glockenspiel หอระฆัง ที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เวลา 11.00 น. ในหน้า หนาว และ 17.00 น. ในหน้าร้อน จากนั้นให้ท่านอิสระเลือกซื้อผลไม้สดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมืองที่ ตลาดวิคทัวเลียน ที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาซื้อและหาของกิน ตั้งแต่ผักสดๆ จากฟาร์มไปจนถึงผลไม้นำเข้า รวมถึงแผงลอยที่ขายอาหารทานเล่นเช่นชีสฮอตด็อกหรือไส้กรอกอีกนับไม่ถ้วน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์มิช พาร์เทินเคียร์เชิน (Garmisch Partenkirchen) เมืองชนบททางใต้ของรัฐไบเอิร์น ติดกับพรมแดนประเทศออสเตรีย ถือเป็นแหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เมืองแห่งนี้เคยเป็นสถานที่จัดโอลิมปิกฤดูหนาว ค.ศ. 1936 ในอดีตเมืองแห่งนี้เคยมีชื่อว่า พาร์ทานุม (Partanum) ในสมัยจักรวรรดิโรมัน ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางค้าขายระหว่างนครเวนิสกับเอาคส์บวร์ค ก่อนที่ราว 800 ปีต่อมาจะถูกเรียกว่า แกร์มาเนสเกา (Germaneskau) ซึ่งแปลว่า “แขวงเยอรมัน”

เที่ยง             

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร *เมนูขาหมูเยอรมันและเบียร์สูตรบาวาเรียดั้งเดิม

บ่าย                

ออกเดินทางต่อสู่ สถานีรถไฟ จากนั้น นำท่านขึ้นสู่ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitzgipfel) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี เก็บภาพประทับใจจากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนีคือ 9,721 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล ที่ทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ทั้งปีคือ สกีในฤดูหนาวและเดินเขาในฤดูร้อน เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกันคือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์ โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีก 3 ยอดคือ แอล์ปสปิตซ์ Alpspitz, ครอยเซ็ค Kreuzeck และแวงค์ Wank ซึ่งล้วนแต่เป็นสวรรค์ของนักเดินทางและนักสกีทั้งสิ้น นิทรรศการศิลปะบนที่สูงที่สุดและซุกสปิตซ์ปลาต ธารน้ำแข็งสายเดียวของเยอรมนีที่ยามหิมะตกหนา ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน กลายเป็นเส้นทางสกีให้เลือกเล่นหลายระดับ สมควรแก่เวลานำท่านลงจากยอดเขาโดย กระเช้าลอยฟ้า สู่ สถานีทะเลสาบไอบ์เซ่ (Eibsee) ทะเลสาบที่มีสีน้ำเงินเข้มสุดงดงาม

ค่ำ                   

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ณ Mercure Hotel Garmisch Partenkirchen หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 3การ์มิช พาร์เทินเคียร์เชิน - ฟุสเซ่น – ชวานเกา - ปราสาทนอยชวานชไตน์ - นูเรมเบิร์ก

เช้า                 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางผ่าน เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เมืองสุดท้ายปลายเส้นทางถนนสายโรแมนติก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเยอรมนี เป็นเมืองที่ใกล้กับประเทศออสเตรีย ฟุสเซ่นเป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาท  ของกษัตริย์บาวาเรีย เมืองฟุสเซ่นนั้นมีสิ่งที่น่าสังเกตอีกออย่างคือตัวตึกหรือบ้านช่องนั้นของทั้งเมืองจะมีหลากสีสันมากเหมือนกับลูกกวาดสีสวยๆ ทั้งเมือง นำท่านสู่ หมู่บ้านชวานเกา (Schwangau) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานชไตน์ และปราสาทโฮเฮนชวานชเกา จากนั้น นำท่านเปลี่ยนขึ้นรถมินิบัสท้องถิ่นขึ้นสู่ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein Castle) ที่สร้างในสมัยพระเจ้าลุควิกที่ 2 ตามจินตนาการของคีตกวีชาวเยอรมนี เที่ยวชมความสวยงามของป้าไม้ และบ้านพักสไตล์ชาเล่ต์ที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากหลายสี ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของตัวปราสาทที่โดเด่นมี ทะเลสาบ และธารน้ำล้อมรอบจากสะพานมาเรีย ซึ่งพาดผ่านโตรก ผาพอลเล็ท ผาสูง 200 เมตร เป็นจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของปราสาทที่สร้างบนหน้า แล้วนำท่านเข้าชมภายในปราสาทที่งดงามในคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 สร้างโดยพระเจ้าลุควิคที่ 2 ชม ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต รับฟังเรื่องราวอันน่าสลดในของผู้ที่สร้างปราสาทแห่งนี้ให้งดงามยากเกินกว่าจะบรรยาย แม้กระทั่งราชาการ์ตูนวอล์ทดิสนีย์ยังได้จำลองแบบไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางลงจากยอดเขา

เที่ยง              

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                

ออกเดินทางสู่ เมืองนูเรมเบิร์ก (Nuremberg) หรือ เนิร์นแบร์ก เมืองที่มีปราสาทสวยงามตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเด่นกลางเมือง ตั้งอยู่ในรัฐบาวาเรียทางตอนเหนือของนครมิวนิก เมืองนี้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Pegnitz และคลองเชื่อมแม่น้ำ 3 สาย คือ Rhine-Main-Danube Cana ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำของยุโรปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1051-1057 เนิร์นแบร์กได้ขยายตัวอย่างมากเพราะเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ และเสมือนเป็นเมืองหลวงอย่างไม่เป็นทางการของจักรพรรดิเยอรมันเมื่อปี ค.ศ. 1219 หรือ 789 ปีมาแล้วจนได้กลายเป็น Imperial Free City ในสมัยของจักรพรรดิเฟรเดอริคที่ 2 และกลายเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญควบคู่ไปกับเมืองเอาก์สบวร์กตั้งแต่เส้นทางจากอิตาลีไปจนถึงยุโรปตอนเหนือ นำท่านชมเมืองและมีเวลาให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้า Brand Name ชั้นนำของยุโรปภายในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของเยอรมันเป็นการส่งท้าย อาทิเช่น Karstadt, Gareria Kaufhof, Muller, Woolworth ฯลฯ

ค่ำ                   

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักค้างคืน ณ Hotel Park Inn by Radisson Nurnberg หรือเทียบเท่า

วันที่ 4นูเรมเบิร์ก - เดรสเดิน - ปราสาทซวิ้งเก้อร์ - เบอร์ลิน - กำแพงเบอร์ลิน - ประตูบันเดนบวร์ก

เช้า                 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมืองเดรสเดิน (Dresden) เมืองที่ได้รับสมญานามว่านครฟลอเรนซ์แห่งแม่น้ำเอลเบอ ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบบาร็อกของอาคารบ้านเรือน และตัวเมืองตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำเอลเบอ ทำให้ บริเวณเมืองเก่าย่านใจกลางเมืองเดรสเดินได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมอีกด้วย นำท่านชมความงามของ จัตุรัสใจกลางเมือง ชมปราสาทของเจ้าผู้ครองนี้ชื่อว่า ซวิงเก้อร์ (Zwinger) สถาปัตยกรรมอันสวยงาม ล้อมรอบด้วยซุ้มประตูจำนวนสามซุ้มประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิด จากนั้นชม โบสถ์ประจำราชวงศ์ หรือ ฮอฟเคียเช่อ จุดเด่นคือมีรูปปั้นของนักบุญและอัศวินผู้ปกป้องศาสนาตั้งไว้รายรอบอาคารโบสถ์หลังนี้ได้รับการเสียหายไม่มากจากการทิ้งระเบิดจึงยังคงความสมบูรณ์ของสถาปัตยกรรมโบราณไว้อย่างดี จากนั้นนำท่านชม โรงโอเปร่าแห่งเดรสเด้น  ก่อสร้างแบบบาโรกมีความสวยงามในแบบหรูหราและในขณะเดียวกันก็ดูมีมนตขลังด้วยการประดับด้วยสัญลักษณ์รูปตัว A  ซึ่งหมายถึงเจ้าชายเอากุสตุส    (Augustus) ด้านหน้าอาคารประดับด้วยรูปปั้นของเทพบุตรและเทพธิดาขี่รถเทียมเสือสี่ตัวภายในประดับด้วยโคมไฟสีสันสวยงามยิ่งนัก

เที่ยง              

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                

นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงและรัฐหนึ่งในสิบหกรัฐสหพันธ์ของประเทศเยอรมนี มีประชากร ในเขตเมืองมากที่สุดในเยอรมนี และมากเป็นอันดับสองในสหภาพยุโรป เป็นศูนย์กลางของเขตนครหลวงเบอร์ลิน-บรานเดนบวร์ก เบอร์ลินเป็นหนึ่งในศูนย์กลางที่มีอิทธิพลที่สุดของยุโรป ในด้านการ เมือง วัฒนธรรม สื่อสารมวลชน และวิทยาการ เป็นศูนย์กลางที่สำคัญของการคมนาคมทางอากาศและทางรางของทวีป นำท่านแวะชม กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) เป็นกำแพงที่สร้างขึ้นช่วงสงครามเย็น มีวัตถุประสงค์เพื่อปิดกั้นพรมแดนระหว่างเบอร์ลินตะวันตกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนีตะวันตก กับเยอรมนีตะวันออกที่โอบอยู่โดยรอบ มีความยาวทั้งสิ้น 155 กิโลเมตร เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1961 และปิดกั้นพรมแดนนี้เป็นระยะเวลา 28 ปี ก่อนถูกทลายในวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1989 จากนั้นผ่านชม เบอร์ลินโดม (Berlin Cathedral)  มหาวิหารโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี สร้างในระหว่างปี 1894-1905 ในรูปแบบสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์ จากนั้นท่านไปถ่ายรูปกับ เช็คพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) ซึ่งเป็นเขตพรมแดนการปกครองระหว่างอเมริกันและรัสเซีย สมควรแก่เวลานำท่านไปถ่ายรูปกับ ประตูบันเดนบวร์ก (Brandenburg Gate) สัญลักษณ์ของเมืองด้านบนเป็นรูปปั้นของเทพีแห่งชัยชนะสีทองเด่นตระหง่านและพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปกับ อาคารไรช์สตัทด์ อาคารที่ใช้เป็นรัฐสภาแห่งเยอรมนี สร้างขึ้นด้วย ศิลปะอิตาเลียนเรอเนสซองส์ ในปี 1884-1894 อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ครั้งสาธารณะรัฐไวมาร์ จนหลังสงครามโลกได้มีการสร้างโดมแก้วครอบตัว อาคารโดยสถาปนิกชื่อก้องโลกชาวอังกฤษ เซอร์นอร์แมน-ฟอสเตอร์ สมควรแก่เวลานำท่านผ่านชม จัตุรัสโพสต์แดมเมอร์ (Potsdamer Platz) เมืองใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นให้มีขนาดใหญ่และทันสมัยแห่งหนึ่งในยุโรป ใช้เงินทุนกว่า 4 พันล้านเหรียญยูโร ภายในประกอบไปด้วย ตึกที่ทำการของ Sony, A&T, ABB ฯลฯ

ค่ำ                   

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Leonardo Boutique Hotel Berlin City South หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 5เบอร์ลิน - พอทสดัม - พระราชวังซองส์ซูซี - ไลพ์ซิก - แอร์ฟูร์ต

เช้า                 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมืองพอทสดัม (Potsdam) เมืองที่มีความเก่าแก่มากกว่าเมืองเบอร์ลินถึง 250 ปี ในตอนกลางของคริสตศตวรรษที่ 17 เมืองนี้ได้ถูกเลือกให้เป็นที่ประทับของบรรดาเจ้านายในราชสำนัก จึงได้เกิดการก่อสร้าง

ปราสาทราชวังในเมืองเล็กๆแห่งนี้ขึ้นมากมาย จากนั้น นำท่านเข้าชมพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์ปรัสเซียในราชวงศ์โฮเฮนโซลเลิน พระราชวังซองส์ซูซี (Sanssouci) พระราชวังฤดูร้อนที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส แต่มีขนาดเล็กกว่าและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำท่านชมความงามของห้องต่างๆ ภายในพระราชวังที่ตกแต่งในแบบร็อกโกโก เช่น ห้องที่ประทับ ห้องบรรทม ห้องแสดงคอนเสิร์ต ฯลฯ ได้สมควรเวลานำท่านชมความงามสวนของพระราชวังที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธ์ และรูปปั้นรูปสลักตามเรื่องราวเทพปกรณัมต่างๆ

เที่ยง              

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                

ออกเดินทางสู่ เมืองไลพ์ซิก (Leipzig) เมืองซึ่งได้รับสมญานามว่า ปารีสน้อย (Little Paris) ดินแดนที่นโปเลียนพ่ายแพ้ครั้งสำคัญจนต้องถอยร่นกลับฝรั่งเศส และในที่สุดต้องถูกเนรเทศไปอยู่เกาะเอลบา สมรภูมินี้เกิดขึ้นในวันที่ 16-19 ตุลาคม ค.ศ. 1813 นโปเลียนรบกับพันธมิตรที่ร่วมมือกันระหว่างปรัสเซีย, ออสเตรีย, อังกฤษ, รัสเซีย สวีเดน, สเปน และ โปรตุเกส การรบครั้งนี้เป็นสมรภูมิที่นองเลือดที่ใหญ่ที่สุดก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 และเป็น จุดเปลี่ยนของขั้วอำนาจทางการทหารในยุโรป หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไลพ์ซิกถูกแบ่งเข้ามาอยู่ทางเยอรมันตะวันออก ทำให้อาคารบ้านเรือนเก่าแก่โบราณไม่ถูกเปลี่ยนแปลงสภาพไปมากนัก นำท่านชมย่านเมืองเก่าของเมืองไลป์ชิก เมืองศูนย์กลางการค้าสมัยโบราณ เป็นที่ชุมนุมของปัญญาชน นักเรียน นักศึกษาจากทั่วสารทิศ เป็นแหล่งรวมสินค้าอย่างดีเลิศ ทำให้เมืองไลป์ซิกมีความหรูหราโอ่อ่า และเป็นเมืองที่รํ่ารวย สถาปัตยกรรมของ เมืองไลป์ซิกส่วนใหญ่ล้วนอยู่ใน ยุคบาร็อค โดยผสมผสานเข้ากับศตวรรษที่ 21 ได้อย่างลงตัว นำท่านชม ศาลาว่า  การเมืองเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1556 สไตล์เรเนสซองส์ ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสประจำเมือง และจัดได้ว่าเป็นอาคารยุคเรเนสซองส์หลังใหญ่ที่สุดในเยอรมนีที่ยังคงเหลือไว้ให้คนรุ่นนี้เห็น มีความยาวเกือบ 100 เมตร  เป็นอาคารสองหลังที่ถูกสร้างให้เชื่อมกันและมีหอคอยสูง ในอาณาบริเวณเมืองเก่าของไลพ์ซิก มีพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ สถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ไม่แพ้หัวเมืองอื่นในเยอรมนี สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองเออร์เฟิร์ต  (Erfurt) หรือ แอร์ฟูร์ท เมืองหลวงของรัฐทูรินเจีย เป็นเมืองที่ปลูกดอกไม้เพื่อการค้า เป็นแหล่งค้าต้นไม้และเมล็ดพันธุ์ และเป็นเมืองที่มีการจัดนิทรรศการดอกไม้อยู่เนืองๆ เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่มีอากาศบริสุทธ์และมีธรรมชาติที่สวยงาม นำท่านสู่ จัตุรัส Domplatz จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในเมืองคือพลาซ่าขนาด 3.5 เฮกตาร์ซึ่งอยู่ด้านล่างมหาวิหารในเช้าวันจันทร์ถึงวันเสาร์มีตลาดขายผลไม้และผัก, ไส้กรอก, ไข่, น้ำผึ้ง, ชีสและอาหารแปลกใหม่: ประเพณีการตลาดของจัตุรัสอาจเก่าแก่เท่ากับศตวรรษที่ 8 หรือ 9 นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่หลักสำหรับตลาดคริสต์มาสที่ยอดเยี่ยมในเดือนธันวาคม

ค่ำ                   

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Mercure Hotel Erfurt Altstadt หรือเทียบเท่า

วันที่ 6แอร์ฟูร์ท - แบมเบิร์ก - มหาวิหารแบมเบิร์ก - เวิร์ซบวร์ก - เรสซิเดนส์ ออฟ เวิร์ซบวร์ก

เช้า                 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านแวะถ่ายรูปที่ระลึกกับ มหาวิหารเออร์เฟิร์ต (Erfurt Cathedral) หรือที่รู้จักกันในชื่อ มหาวิหารเซนต์แมรี่ (St. Mary’s Cathedral) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 742 คริสตจักรเดิมถูกแทนที่ด้วยโบสถ์แบบโรมันในปี ค.ศ. 1154 มีอีกหลายรูปแบบในภายหลังรวมทั้งมีคณะนักร้องประสานเสียงกอธิคสูงจากปี ค. ศ. 1370 และสร้างขึ้นใหม่ในฐานะห้องโถงในคริสตจักรในปี ค.ศ. 1465 โบสถ์มีหอคอยที่มีอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 19 อยู่ตรงกลาง หนึ่งที่อยู่อาศัยระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ Maria Gloriosa, ที่มีชื่อเสียงสำหรับความงามของเสียงของมัน หน้าต่างสูง 15 ดวงในคณะนักร้องประสานเสียงเป็นผลงานชิ้นเอกของกระจกสียุคกลางและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเยอรมนีสำหรับขนาด และความ สามัคคีของชุดรูปแบบ ในโบสถ์อื่นๆ มีบารอมิเตอร์สูงตระหง่านแท่นบูชาแกะสลักประติมากรรมศตวรรษที่ 14 ประติมากรรมรูปปั้นของพระแม่มารีจาก 1160 และกลางศตวรรษที่ 13 หลุมฝังศพของฟอน Gleichen และภรรยาสองคนของเขา และ วอล์ฟราม (Wolfram) เชิงเทียนที่มีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 สมควรแก่เวลาออกเดินทางสู่ เมืองแบมเบิร์ก (Bamberg) หรือ บัมแบร์ก เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของรัฐบาวาเรีย 1 ใน 16 รัฐ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และยังเป็นรัฐที่มีอาณาเขตใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี องค์กรยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็น เมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1993 เมืองนี้ถือว่าเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของเยอรมนี เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนั้นถือว่าเป็นศูนย์รวมทางประวัติศาสตร์ ที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี นำท่านชม อดีตศาลากลางเก่า (Altes Rathaus) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของสะพานที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำเร็กนิทซ์ (Regnitz River) โดยอาคารถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1386

เที่ยง              

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                

หลังมื้ออาหารนำท่านแวะถ่ายรูปที่ระลึกกับ มหาวิหารบัมแบร์ก (Bamberger Dom) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า มหาวิหารบัมแบร์กเซนต์ปีเตอร์และเซนต์จอร์จ (Bamberger Dom St. Peter und St. Georg) มีความสำคัญเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลของอัครบาทหลวงแห่งบัมแบร์ก โดยมหาวิหารถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ. 1004 โดยจักรพรรดิเฮนรีที่ 2 (Henry II) ซึ่งแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1012 ถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองเวิร์ซบวร์ก (Wurzburg) เมืองแรกในการเริ่มต้นเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายโรแมนติก อย่างเป็นทางการ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำไมน์ (Main) เป็นอีกแหล่งของการเพาะปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ของเยอรมัน ซึ่งบรรดาสถาปัตยกรรมในเมืองนี้ล้วนเป็นสไตล์บาร็อก จึงได้รับสมญานามว่าเป็น Baroque City และเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก นำท่านชมความงดงามของเมืองมรดกโลกเมืองนี้ โดยเริ่มจาก ศาลาว่าการเมือง (City Hall) แวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งเมืองเวิร์ซบวร์ก (Wurzburg Cathedral) ที่สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 788 และในการก่อสร้างเพิ่มเติมระหว่างปี 1040-1225 ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโรมาเนสก์ จึงทำให้ภายนอกมหาวิหารสร้างแบบโรมาเนสก์ จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ เรสซิเดนส์ ออฟ เวิร์ซบวร์ก (Residence of Wurzburg) สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 10 ซึ่งอดีตคือพระราชวังเก่า สร้างแบบสถาปัตยกรรมบาร็อก และได้มีการบูรณะหลายครั้งเนื่องจากถูกทำลายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 นำท่านถ่ายภาพบริเวณสะพานไม้ข้ามแม่น้ำไมน์ที่ชื่อว่า อัลเทอไมน์บรุค (Alte Mainbrucke) ที่มีจุดเด่นที่สะดุดตาเมื่อแรกเจอก็คงเป็นรูปปั้นนักบุญที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง สะพานหินแห่งนี้สร้างในปี ค.ศ. 1473-1543 ซึ่งเป็นการสร้างทดแทนของเดิมที่เป็นศิลปะโรมาเนสก์เมื่อปี ค.ศ. 1133 รูปปั้นที่เรียงรายอยู่รวม 12 องค์นั้นการตกแต่งเพิ่มเติมตั้งแต่ปี ค.ศ.1730 เป็นทั้งรูปปั้นนักบุญและบุคคลที่มีชื่อเสียง สะพานนี้ยังเป็นตัวเชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่า ป้อมมาเรียนแบร์ก (Marienberg)  และย่านชานเมืองอีกฝั่งแม่น้ำอีกด้วย

ค่ำ                   

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Maritim Hotel Wurzburgหรือเทียบเท่า

วันที่ 7เวิร์ซบวร์ก - แฟรงค์เฟิร์ต - จัตุรัสโรเมอร์ - ช้อปปิ้งย่านถนนไซล์

เช้า                 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางต่อไปยัง แฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt) อดีตอันยิ่งใหญ่ของการตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ถูกบันทึกไว้เมื่อปี ค.ศ. 794 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางการเดินทาง เศรษฐกิจและพาณิชย์สำคัญที่สุดตอนกลางของเยอรมนี นำท่านเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ โดยเริ่มต้นที่ จัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) นำท่านชมบรรยากาศย่านใจกลางเมืองเก่าอันเป็นที่ตั้งของ ศาลาว่าการเมือง ศิลปะแบบโกธิกที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1405 ตรงกันข้ามกับศาลาว่าการเมือง ท่านจะพบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบ ฟาคแวร์กเฮ้าส์ ที่เรียกว่า ออสไซเล่อ ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิม ที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัย สงครามโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด ถ่ายภาพความสวยงามของ น้ำพุแห่งความยุติธรรม ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน ชม โบสถ์เซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมืองแฟรงค์เฟิร์ต

เที่ยง              

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                

อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้ามากมายหลากหลายบริเวณ ย่านถนนไซล์ (Zeil)  ถนนสายช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดใจกลางเมืองแฟรงค์เฟิร์ตแห่งนี้ เป็นสวรรค์ของนักช้อป มีต้นกำเนิดจะย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 14 แต่กว่าถนนสาย นี้จะคับคั่งดังเช่นปัจจุบันก็ต่อเมื่อถึงยุค 1800 ไปแล้ว นับแต่นั้นมาย่านช้อปปิ้งไซล์ก็ได้กลายมาเป็นปลายทางร้านค้าปลีกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมนี ไม่ว่าคุณจะมองหาไอเดียของขวัญสไตล์เยอรมันสุดบรรเจิดหรือว่าแฟชั่นล่าสุดที่ได้รับความนิยม มีร้านแฟชั่นสำคัญหลายแห่งเรียงราย เป็นที่ตั้งของร้านค้าชั้นนำมากมาย เลือกซื้อรองเท้าหรือเดินดูสินค้าได้ที่ร้านบูทีคเลิศหรู หรือร้านขนาดเล็กและสินค้าของช่างฝีมือของท้องถิ่น หรือเข้าไปในศูนย์การค้าใหญ่ ซึ่งมีอยู่สองแห่งในย่านนี้คือ Zeilgalerie และ Galeria Kaufhof ฯลฯ

ค่ำ                   

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ Leonardo Royal Hotel Frankfurt หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 8 แฟรงค์เฟิร์ต - กรุงเทพฯ

เช้า                 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังมื้ออาหารเชิญท่านจัดเก็บสัมภาระเพื่อเตรียมเดินทางกลับ และพักผ่อนอิสระตามอัธยาศัย

ถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางไปยัง สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ และมีเวลาให้ท่านทำ Tax Refund พร้อมช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

11.20 น.         

ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EY 02/EY 406 (1120-1935/2330-0610) แวะเปลี่ยนเครื่องที่อาบูดาบี้ ä บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ พร้อมรับการบริการอันสุดแสนประทับใจ พลิดเพลินกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่งรับชมโปรแกรมความบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์นานาชาติ เพลงสากล สารคดี ช่องกีฬาต่างๆ รวมถึงการ์ตูนสำหรับคุณหนูๆ

วันที่ 9กรุงเทพมหานคร

09.10 น.  คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี….พร้อมความประทับใจ