
05.00 น.
คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่ วาริต้า ทราเวล คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับท่าน
07.35 น.
คณะออกเดินทางสู่เมืองคยาโดยสายการไทย เที่ยวบินที่ TG327 (พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
10.35 น.
คณะเดินทางถึงกรุงเดลลี เมืองหลวงของประเทศอินเดียเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศ เมืองแห่งนี้ยังเคยเป็นศูนย์กลางของอำนาจการปกครองของอินเดียมาหลายพันปี ซึ่งส่งผลให้ที่นี่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่ยาวนานหลายยุคหลายสมัย จากนั้นนำท่านชมหอคอย กุตับมีนาร์ เดิมชื่อ ปฤถวีสตัมภ์ เป็นหอคอยสุเหร่าสูงที่สุดในโลก และเป็นศิลปกรรมแบบมุสลิมผสมฮินดู มีความสูงทั้งหมด 238 ฟุต แบ่งเป็น 5 ชั้น ภายใน โปร่ง มีบันไดขึ้นไป 379 ขั้น สร้างขึ้นโดยพระเจ้าปฤกวิราช กษัตริย์ฮินดู เพื่อให้พระธิดาขึ้นไปดูแม่น้ำยมุนาอันศักดิ์สิทธิ์
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านผ่านชม India Gate หรือประตูเมืองอินเดีย สิ่งก่อสร้างที่มีรูปแบบและลักษณะคล้ายคลึงประตูชัยของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นประตูทรงโค้งที่มีความสูงถึง 42.35 เมตร โดยเซอร์เอ็ดเวิร์ด ลูตเยนส์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เหล่าทหารอินเดียและอังกฤษจำนวนมากมายที่เสียชีวิตไปในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามอัฟกัน แล้วเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1931 โดยใช้วัสดุในการก่อสร้างเป็นหินทรายแดง ส่วนตรงกลางประตูนั้นมีกระถางหินทรายแดงขนาดใหญ่ซึ่งถูกจุดไฟให้ลุกโชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 จนกระทั่งปัจจุบัน จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอัคราโดยใช้ทางด่วนพิเศษซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อเดือน พ.ค. ปี 2555 ใช้สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางสู่เมืองอัครา สถานที่ตั้ง ของทัชมาฮาลอันโด่งดัง ระหว่างทางผ่านชมทัศนียภาพชนบทของชาวอินเดีย สัมผัสความเป็นอยู่บ้านเรือนท้องนาหรือแปลงเกษตรต่าง ๆ โดยดินแดนบริเวณนี้ถือได้ว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของอาณาจักรต่าง ๆ ที่อยู่ในอินเดียมานับพันปี โดยเฉพาะราชวงศ์โมกุล จึงมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารเดินทางสู่ที่พัก
พัก SAURA HOTEL หรือเทียบเท่า
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางไปบริเวณริมฝั่งแม่น้ำยมนา อันเป็นที่ตั้งของ ทัชมาฮาล หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนา สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวและหินทรายสีแดง ประดับประดาด้วยรัตนชาติ หินมีค่าหลากหลายชนิด ใช้เวลาใน
การสร้างถึง 22 ปี เพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของ พระเจ้าซาร์จาฮาน ต่อพระมเหสี มุมตัสมาฮาล ที่สวรรคต เนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่ 14 ภายในทัชมาฮาลนั้น เป็นที่เก็บพระศพของพระมเหสีมุมตัสมาฮาล และกษัตริย์ ซาร์จาฮาน ท่านจะตะลึงกับความสวยงาม ความละเมียดละไม บรรจงสร้าง ประดับตกแต่งด้วยงานฝีมือที่ละเอียด แบบหาชมที่ไหนไม่ได้ เชิญท่านสัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการของทัชมาฮาล และสวนโดยรอบในมุมต่าง ๆ ที่สวยงาม ได้เวลาอันสมควรนำท่านชม ซิกานดา หรือ สุสานแห่งจักรพรรดิอักบาร์ม ที่ซึ่งพระองค์ได้สร้างขึ้นเองด้วยหินทรายสีแดง เพื่อเป็นที่บรรจุศพของพระองค์ บนยอดสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว จากนั้นนำท่านเดินทางไปเข้าชมป้อมปราการประจำเมือง อัคราฟอร์ด เป็นป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่ใช้เวลาในการสร้างยาวนานถึงสามยุคสมัยของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์โมกุล มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้น และป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วยพระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ สนาม และอาคารทางเดินโดยรอบ จุดเด่นของอัคราฟอร์ดคือ ชาฮังคี มาฮาล อาคารสีแดงจากหินทรายซึ่งจักรพรรดิอัคบาร์ สร้างประทานให้แก่มเหสีฮินดู จอร์ฮาบาย ชมห้องโถงใหญ่ที่สวยงาม, กาซ มาฮาล และ Palace of mirrors. พอร์มารค์ มัสยิด สีขาวสะอาด และ นักร่ามัสยิด สถานที่โอรส คุมขัง กษัตริย์ซาร์จาฮาน ผู้สร้างทัชมาฮาล และเป็นจุดที่พระองค์ทรงใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตมองผ่านแม่น้ำยมนา ไปเห็นทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์ จากนั้นให้ท่านมีเวลาเก็บภาพบรรยากาศอันสวยงามกันตามอัธยาศัย
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ ฟเตหปุระสีกรี หรือ เมืองผีสิง ด้วยสถาปัตยกรรมของเปอร์เซียโบราณ ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมของอินเดีย โดยการก่อสร้างหลักจะใช้หินทรายแดง ที่สามารถหาได้บริเวณโดยรอบเมือง จึงเรียกกันว่า หินทรายสีกรี ตำหนักภายในวางผังรูปแบบวางเรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ และสมมาตรบนฐานเดียวกัน ตามลักษณะการก่อสร้างแบบอาหรับ และเอเชียกลาง โดย ใช้เวลาสร้างนานถึง 15 ปี ภายในประกอบด้วยพระราชวัง ฮาเร็ม ศาล มัสยิด สระน้ำ สวน อาคารต่างๆ แต่หลังจากสร้างเสร็จไม่นานก็ถูกทิ้งร้าง มีการย้ายเมืองหลวงไปที่ลาฮอร์แทน เนื่องจากปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ ความแห้งแล้ง จากนั้นนำท่านสู่ บ่อน้ำขั้นบันไดโบราณ Chand Baori บ่อน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียมีความลึกถึง 30 เมตร หรือเทียบเท่ากับอาคาร 10 ชั้น ประกอบด้วยขั้นบันไดมากกว่า 3,500 ขั้น ที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ รอบบ่อน้ำลึก เมื่อมองลงไปจะเห็นขั้นบันไดที่ลดหลั่นลงไปอย่างเป็นระเบียบ ทำให้เกิดความรู้สึกทึ่งในฝีมือการสร้างของคนในสมัยโบราณ ได้เวลาสมควรเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ เป็นเมืองหลวงของ รัฐราชสถาน และยังเป็นเมืองที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 10 ของประเทศอีกด้วย โดยตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย นครแห่งนี้เคยรุ่งเรืองในแถบตะวันออก และขึ้นชื่อเรื่องการวางผังเมืองได้เป็นอย่างดี บริเวณใจกลางเมืองแบ่งผังเมืองเป็นตารางพร้อมถนนล้อมรอบสี่ด้านสวยงาม และเป็นระเบียบ
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารเดินทางสู่ที่พัก
พัก KK ROYAL HOTEL หรือเทียบเท่า
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้านำท่านนั่งรถจิ๊ปสู่ พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท หรือ ป้อมแอมเบอร์ สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของเมืองชัยปุระ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1592 โดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1 พระราชวังแห่งนี้ผสานสถาปัตยกรรมแบบราชปุตและโมกุลได้อย่างงดงาม ใช้หินทรายสีแดงและหินอ่อนสีขาวสร้างความโดดเด่นตระการตา ภายในมีห้องกระจก Sheesh Mahal ที่สะท้อนแสงระยิบระยับทั่วห้อง พร้อมวิวทะเลสาบ Maota Lake ที่มองเห็นจากด้านบนได้อย่างสวยงาม โดยแอมเบอร์ฟอร์ทจึงไม่ใช่เพียงป้อมปราการเก่าแก่ แต่คือร่องรอยแห่งศิลปะและประวัติศาสตร์ที่ยังคงเปล่งประกายเหนือกาลเวลา จากนั้นนำท่านสู่ภัตตาคารรับประทานอาหารกลางวัน
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านสู่ พระราชวังหลวง พระราชวังหลวงชัยปุระ สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ผสานศิลปะแบบ ราชปุต และ โมกุล ได้อย่างวิจิตรตระการตา พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1727 โดย มหาราชา สวัยชัย สิงห์ที่ 2 (Maharaja Sawai Jai Singh II) ผู้ก่อตั้งเมืองชัยปุระ ตัวอาคารภายในแบ่งเป็นหลายส่วนที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ เช่น Chandra Mahal พระราชวังหลักที่ยังเป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ชัยปุระ Mubarak Mahal อาคารรับรองแขกต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องแต่งกายและของใช้ราชวงศ์ Pritam Niwas Chowk ลานกลางที่มีประตูสี่บานประดับลวดลายแทนฤดูกาลทั้งสี่ จุดถ่ายรูปยอดนิยมที่งดงามราวภาพฝัน พระราชวัง หลวงชัยปุระจึงไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรมอันงดงาม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองแห่งราชวงศ์ราชสถาน และเรื่องราวของเมืองสีชมพูที่ยังคงเปล่งประกายอยู่ทุกมุมของอินเดีย จากนั้นนำท่านสู่ ฮาวามาฮาล หรือ พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายพระราชวังที่อยู่ในกำแพงเมืองของนคร สีชมพูแห่งนี้ พระราชวังสายลมเคยเป็นฮาเร็ม ของมหาราชา มีลักษณะเป็นอาคาร 5 ชั้น สร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง เป็นรูปแบบของสถาปัตยกรรม สไตล์เปอร์เซียกับโมกุล ที่สวยเด่น คือ ลวดลายฉลุหินตามหน้าต่าง ช่องระบายอากาศที่บรรดา นางสนมในวังใช้เป็น ที่แอบดูชีวิตความเป็นอยู่ของสามัญชนทั่วไป และประโยชน์อีกอย่างคือเป็นช่องแสงและช่องลมมีช่องหน้าต่าง จากนั้นนำท่านสู่ภัตตาคาร
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารเดินทางสู่ที่พัก
พัก KK ROYAL HOTEL หรือเทียบเท่า
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังมื้อเช้านำท่านสู่ เมืองอัจเมอร์ นำท่านสู่ วัดนาสิยัน หรือที่เรียกว่า วัดทองแดงแดง มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมและความวิจิตรของงานแกะสลักไม้ วัดนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่ พระตีรถังกร มีลักษณะ เด่นคือ “พิพิธภัณฑ์ทองแดงแดง” ด้วยงานแกะสลักไม้สักสีแดงที่วิจิตรและประณีต สื่อถึงความเชื่อและปรัชญาของศาสนาจีน นอกจากนี้ วัดนาสิยันยังมี ห้องสวดมนต์และศาลาใหญ่ สำหรับพิธีทางศาสนา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวสามารถชม ศิลปกรรมอันงดงามและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของศาสนาจีนในอินเดียอย่างใกล้ชิด
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านสู่ เมืองพุชการ์ เมืองเก่าแก่และมีชื่อเสียงทางศาสนาในรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดู เนื่องจากมี ทะเลสาบพุชการ์ ซึ่งเชื่อว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา บรรยากาศเมืองเงียบสงบ มีวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมผสมผสานกับความศรัทธา ทำให้พุชการ์เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้ง ความศรัทธาและเสน่ห์ของราชสถาน นำท่านสู่ ทะเลสาบพุชการ์ เป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางศาสนาของศาสนาฮินดู ทะเลสาบนี้เชื่อกันว่าเกิดจากหยดน้ำตาของพระพรหม และเป็นจุดประกอบพิธีทางศาสนาที่สำคัญ โดยรอบทะเลสาบมี เกาะศักดิ์สิทธิ์ วัดโบราณ และศาลาสำหรับสวดมนต์ นักแสวงบุญจะมาล้างบาปและสวดมนต์บริเวณน้ำ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ทะเลสาบพุชการ์ยังมี ทิวทัศน์งดงาม รายล้อมด้วยภูเขาและวัดสีขาว เป็นแหล่งพักผ่อนและถ่ายภาพที่สวยงาม สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองพุชการ์ ทำให้ทะเลสาบนี้เป็นสัญลักษณ์ทั้งด้าน ศาสนาและความงามทางธรรมชาติของราชสถาน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองจ๊อดปูร์ เมืองเก่าแก่ในรัฐราชสถานของอินเดีย เป็นที่รู้จักในชื่อ “เมืองสีน้ำเงิน” ด้วยบ้านเรือนในเขตเมืองเก่าที่ทาสีฟ้าเรียงรายสวยงาม
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารเดินทางสู่ที่พัก
พัก THE MARUGARH RESORT หรือเทียบเท่า
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ป้อมเมห์รานการห์ เป็นหนึ่งในป้อมที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นตาที่สุดของประเทศอินเดีย ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงประมาณ 125 เมตร ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1459 โดย พระเจ้าราวโจธา ผู้ก่อตั้งเมืองจ๊อดปูร์ ตัวป้อมทำจากหินทรายสีแดงเข้ม มี กำแพงสูงและหนา แข็งแกร่งจนแทบจะเป็นป้อมที่ไม่อาจตีแตกได้ ภายในประกอบด้วยพระราชวังหลายหลัง เช่น พระราชวังมอตีมหาล , พระราชวังฟูลมหาล และ พระราชวังเชศมหาล ซึ่งตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยกระจก แกะสลักไม้ และจิตรกรรมฝาผนัง ปัจจุบัน ป้อมเมห์รานการห์เป็น พิพิธภัณฑ์ จัดแสดงอาวุธ ชุดเกราะ เครื่องประดับ และของใช้ของราชวงศ์ นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองสีฟ้าได้อย่างงดงามตระการตา ด้วยความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ป้อมเมห์รานการห์จึงถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองจ๊อดปูร์
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังอุเมดพาวัน ตั้งอยู่ที่เมืองโชธปุระ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย เป็นหนึ่งในพระราชวังที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยพระมหาราชาอุเมด สิงห์ที่ 2 ระหว่างปี ค.ศ. 1928–1943 เพื่อสร้างงานให้ประชาชนในช่วงภัยแล้ง ตัวอาคารออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ เฮนรี วอนต์ ลันเซสเตอร์ ผสมผสานศิลปะแบบอาร์ตเดโคของยุโรปเข้ากับสถาปัตยกรรมราชปูต ใช้หินทรายสีทองที่เปล่งประกายงดงามกลางทะเลทรายธาร์ ปัจจุบันพระราชวังแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ที่พำนักของราชวงศ์โชธปุระ โรงแรมหรูภายใต้การบริหารของเครือ Taj Hotels และพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของสะสมและรถยนต์คลาสสิก พระราชวังอุเมดภาวันจึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันงดงามของอินเดีย เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จากนั้นนำท่านสู่ วัดเชนรณคปุร์ เป็นหนึ่งใน วัดเชนที่งดงามที่สุด สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เพื่ออุทิศแก่พระอะทินาถ ทิรถังกรองค์แรก จุดเด่นของวัดคือสถาปัตยกรรม หินอ่อนอันประณีตในแบบ Chaumukha และเสากว่า 1,400 ต้นที่แกะสลักไม่ซ้ำกัน ภายในเต็มไปด้วยลวดลายละเอียดเพดานโดมและประติมากรรมอันวิจิตร ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของเทือกเขาอราวัลลี ทำให้วัดแห่งนี้ถูกยกย่องเป็นอัญมณีศิลปกรรมเชนและเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองอุไดปูร์ เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในรัฐ ราชสถาน ประเทศอินเดีย ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งทะเลสาบ” เพราะมีทะเลสาบสวยงามหลายแห่ง
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารเดินทางสู่ที่พัก
พัก VESTA GRAND CENTRAL HOTEL หรือเทียบเท่า
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านสู่ CITY PALACE เป็นพระราชวังหลวงที่ใหญ่ที่สุดในรัฐราชสถาน ตั้งอยู่ริมทะเลสาบพิชโอลา ในเมือง อุไดปูร์ สร้างขึ้นในปี 1559 โดย Maharana Udai Singh II และขยายต่อโดยกษัตริย์หลายพระองค์ พระราชวังมีสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่าง ราชปุต และ โมกุล ภายใน ประกอบด้วยระเบียง ซุ้มประตู โถงบัลลังก์ ห้องกระจก และภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม จากตัวพระราชวังสามารถมองเห็นวิวทะเลสาบพิชโอลาและพระราชวังกลางน้ำ เช่น Lake Palace ได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์และจุดท่องเที่ยวสำคัญของอุไดปูร์ จากนั้นนำท่านนั่งเรือบนทะเลสาบพิโชลา นำท่านขึ้นชม พระราชวังจักมันเดียร์ พระราชวังกลางน้ำอันงดงามบนทะเลสาบพิชโอลา สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 โดยราชวงศ์เมวาร์ ตัวพระราชวังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบราชปุตผสมโมกุล หินอ่อนแกะสลัก และสวนสวยภายในเกาะ จุดสำคัญคือ Gul Mahal ที่เคยเป็นที่ลี้ภัยของเจ้าชายคุราม ผู้ซึ่งต่อมากลายเป็นจักรพรรดิชาห์จาฮาน สามารถชมวิวเมืองอุไดปูร์ได้อย่างสวยงาม
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดบาราบาซาร์ เป็นตลาดเก่าแก่และมีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของเมือง ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองจึงเป็นจุดแวะยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นแท้ ๆ ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลาย จำหน่ายทั้ง เครื่องประดับเงินและทองเหลือง ผ้าพื้นเมือง เครื่องแต่งกาย งานหัตถกรรม เครื่องเทศ และของที่ระลึกทำมือ บรรยากาศของตลาดคึกคักและเต็มไปด้วยสีสันสะท้อนวัฒนธรรมราชสถานอย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชม ต่อรองราคา และเพลิดเพลินกับกลิ่นอายของอินเดียดั้งเดิมได้ตลอดทั้งวัน ด้วยเสน่ห์ของความเรียบง่ายและความมีชีวิตชีวา บาราบาซาร์ จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นเมืองของอุไดปูร์อย่างใกล้ชิด
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารเดินทางสู่ที่พัก
พัก VESTA GRAND CENTRAL HOTEL หรือเทียบเท่า
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านสู่ สาเฮลียวน กี บารี หรือ “สวนของเหล่าสหายสตรี” หรือสวนราชินี เป็นสวนเก่าแก่ที่งดงาม สร้างขึ้นในสมัย มหาราณา สังคร สิงห์ที่ 2 เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนของพระมเหสีและนางสนม ภายในสวนมีน้ำพุ บ่อน้ำ ศาลา และรูปปั้นช้างหินอ่อนตกแต่งอย่างประณีต บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ ปัจจุบันเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่สะท้อนศิลปะและวิถีชีวิตอันหรูหราของราชวงศ์เมวาร์ในอดีต นำท่านแวะชม วัดจักดิศ วัดศักดิ์สิทธิ์ใจกลางเมือง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1651 โดย มหาราณา ชักติ สิงห์ที่ 1 เพื่ออุทิศถวายแด่พระวิษณุในปางพระจัคนาถ วัดแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบอินโด-อารยัน สร้างจากหินทรายและหินอ่อนสีขาว โดดเด่นด้วยยอดเจดีย์สูงและประติมากรรมแกะสลักอย่างประณีต
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอาห์เมดาบัด มหานครใหญ่ที่เต็มไปด้วยนักล่าฝัน เมืองสุดคลาสสิกได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก World Heritage City แห่งแรกของอินเดีย เป็นเมืองใหญ่ที่สุดและอดีตเมืองหลวงของรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย เมืองก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1411 โดยพระเจ้าอาหมัดที่ 1 แห่งคุชราต เมืองมีประชากรมากกว่า 5.5 ล้านคน และอาจมากถึง 6.3 ล้านคน เป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 และเขตนครใหญ่เป็นอันดับ 7 ของอินเดีย เมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาพรมตี
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่ สนามบินอาห์เมดาบัด
01.05 น.
คณะอำลาประเทศอินเดีย ออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ด้วยเที่ยวบิน TG344 (พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
07.00 น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี…พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
