Tel : 02-1024241-2 Line : @VARITATRAVEL
      ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว 11/09384

ทัวร์อิตาลี สวิส ฝรั่งเศส

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
สอบถามเพิ่มเติม/เบอร์โทรศัพท์*
* I aggree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

644

มีปัญหาสอบถามเพิ่มเติม?

ทีมงานวาริต้า ทราเวล คอยให้คำแนะนำทุกคำถาม โทรเลย เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ 09.00 น.-17.30 น.
วันเสาร์ : 9.00-12.00 น.

02-1024241-2

contact@varitatravel.com

ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

รหัสทัวร์ : PRO-05 ➡ 9 วัน 6 คืน

– หอเอนปีซ่า
– พิชิตยอดเขายุงเฟรา TOP OF EUROPE
– พิพิธภัณฑ์ลูฟร์
– ล่องเรือแม่น้ำแซน
– พระราชวังแวร์ซายส์
– หอไอเฟล
นำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์มืออาชีพ มีประสบการณ์
– ใช้รถโค้ชคุณภาพ คันใหญ่ 49 ที่นั่ง กว้างขวาง

สายการบิน

เอติฮัด แอร์เวย์ (Etihad Airways) สายการบินระดับ 5* มีจอทีวีส่วนตัว เพลิดเพลินกับภาพยนตร์และอีกหลากหลายความบันเทิงตลอดการเดินทาง

โรงแรม

มาตรฐานยุโรประดับ 4* พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (พักโรงแรมที่สวิส 2 คืน)

อาหาร

เช้า เป็นแบบอเมริกันและคอนติเนนตัล เที่ยงและค่ำ เป็นอาหารจีนสลับอาหารพื้นเมือง

ทัวร์

รายการทัวร์จัดให้แบบสบายไม่เหนื่อย ค่อยๆ ไปทีละเมือง ทีละประเทศ

พาหนะ

รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรป พร้อมคนขับที่ชำนาญเส้นทาง

หัวหน้าทัวร์

นำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ที่มีประสบการณ์ มีความรับผิดชอบสูง ให้บริการและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทาง
ช่วงเวลาเดินทาง

6-14 มี.ค. 63

72,900

28 มี.ค.-5 เม.ย. 63

72,900

3-11 เม.ย. 63 (จักรี)

77,900

8-16 เม.ย. 63 (สงกรานต์)

83,900

17-25 เม.ย.63

77,900

24 เม.ย.-2 พ.ค. 63 (แรงงาน)

77,900
รูปภาพ
รายละเอียด

กรุงเทพฯ-โรม

16.00 น.
– คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้า 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบินเอติฮัด (EY) เจ้าหน้าที่ วาริต้า ทราเวล คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ และบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

18.25 น.
– ออกเดินทางสู่ โรม โดยเที่ยวบินที่ EY405/EY 085 (1825-2145/0215-0620) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ä บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่พร้อมรับการบริการอันสุดแสนประทับใจ เพลิดเพลินกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่งรับชมโปรแกรมความบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์นานาชาติ เพลงสากล สารคดี ช่องกีฬาต่างๆ รวมถึงการ์ตูนสำหรับคุณหนูๆ ด้วย

โรม-โคลอสเซียม-วิหารพานธีออน-น้ำพุเทรวี่-บันไดสเปน-วาติกัน-ปิซ่า (อิตาลี)

06.20 น.
– เดินทางถึง สนามบินลีโอดาโน ดาวินชี่ (ฟิอุมมิชิโน) หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรป นำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอ มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันแทบจะแยกไม่ออก โรมเป็นศูนย์กลางของความเจริญในยุคโบราณ และอาณาจักรโรมันได้แผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทางชนิดที่มีคำกล่าวว่า ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม จากนั้นนำท่านไปพบกับสิ่งก่อสร้างอันงดงามซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของกรุงโรม และจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลกนั่นคือ โคลอสเซียม หรือ อัฒจันทร์ฟลาเวียน เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัสในคริสต์ศตวรรษที่ 1 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐ และหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตรสูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อ

ให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการ ออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬา ต่างๆ ในปัจจุบัน ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10 ปี และทาง ทางด้านตะวันตกของโคลอสเซียมยังมี ระตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของ จักรพรรดิคอนสแตนติน อิสระให้ท่านชมและถ่ายรูปที่ระลึกตามอัธยาศัย ถึงเวลานัดหมายนำท่านนั่งรถผ่านชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ โรมันฟอรั่ม เข้าสู่ จัตุรัสเวเนเซีย ชม ระเบียงปาลาสโซ่ ที่กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินี และ อนุสาวรีย์พระเจ้า   วิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 หรือพระบิดาของชาวอิตาลี จากนั้นนำท่านชม วิหารพนธออน เป็นสถาปัตยกรรมสำคัญ สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิมาร์คุส วิบซานิอุส อะกริบปา จุดมุ่งหมายในการสร้างไม่ชัดเจนต่อมามีการสร้างใหม่ในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียน ใน ค.ศ. 126 และซ่อมใหญ่ในปี ค.ศ. 202 โดยจักรพรรดิ์เซพติมิอุส เซเวรุส และคาราคาลา การก่อสร้างในสมัยจักรพรรดิฮาเดรียนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเทวสถานของเทพเจ้าโรมัน 7 องค์หรือเทพแห่งดาวในระบบสุริยะ Apollo ลักษณะเด่นของตัววิหารคือมีหลังคาทรงกลม และโค้งเป็นครึ่งวงกลมวางอยู่บนเสาหินแกรนิตขนาดมหึมา วิหารมีความสูงถึง 43.3 เมตร รายละเอียดของโดมหลังคาภายในวิหาร รวมถึงโครงสร้างที่แข็งแรงและยืนหยัดมานานกว่าสองพันปี ตั้งแต่คริสต์ษตวรรษที่ 7 เป็นต้นมา วิหารแห่งนี้ถูกใช้เป็นโบสถ์โรมันคาธอลิค อุทิศแด่พระแม่มารี และผู้พลีชีพเพื่อศาสนา จากนั้นนำท่านชม น้ำพุเทรวี่ ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง “Three Coins in the Fountain” แถวนี้ผู้คนเบียดแน่นจนแทบไม่มีที่ยืน เทรวี่จอแจกว่าที่ไหนๆ ในโรม คงเป็นเพราะสถาปัตยกรรมการก่อสร้างด้วยหินอ่อนตามสไตล์บาร็อกที่งดงามอลังการ จึงทำให้ผู้คนแห่แหนกันมามากขนาดนี้ แต่กว่าจะออกมาสวยแบบนี้ มีการสร้างขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง  จนกระทั่งลงตัวที่แบบดีไซน์ของสถาปนิกชื่อ ฟรานเซสโก ซาลวี (Francesco Salvi) ในช่วงศตวรรษที่ 17 นี้เอง ส่วนกลางของน้ำพุนั้นมี รูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูน (Neptune) ขี่รถม้าติดปีก แสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรง และความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร ว่ากันว่าถ้ามาโรมแล้วไม่ได้เห็นน้ำพุ เทรวี่ก็เท่ากับมาไม่ถึงโรม และเมื่อไปถึงแล้วก็ต้องโยนเหรียญไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นเคล็ดว่าจะได้กลับมาเยือนโรมอีก จากนั้น         นำท่านเดินเล่น ย่านบันไดสเปน จัตุรัสแห่งนี้ถูกเรียกชื่อตามสถานทูตสเปนซึ่งตั้งอยู่บริเวณนั้น ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาว

อิตาเลียนชื่อ Francesco de Sanctis เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1723 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1725 สถานที่แห่งนี้ ป็นแหล่งชุมชมกันของหนุ่มสาวผู้คนชอบที่จะมานั่งเรียงรายบนบันไดแห่งนี้ และที่แห่งนี้ยังเป็น     แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสินค้า Brand Name อิตาลีโดยเฉพาะบน ถนน Via Condotti

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เอเชีย)

บ่าย
– นำท่านเดินทางข้ามแม่น้ำไทเบอร์ซึ่งไหลผ่านใจกลางเมืองเข้าสู่ นครวาติกัน รัฐอิสระซึ่งที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก และยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสตจักรโลก นำท่านถ่ายรูปที่ระลึกบริเวณด้านหน้าลานกว้างของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งมีทางเดินทางเดินครึ่งวงกลมสองด้านเป็นผลงานชิ้นเอกของเบอร์นินี่จากนั้นนำท่านเข้าชมภายในมหาวิหารซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดโลกซึ่งจุผู้คนได้ถึง 60,000 คน ซึ่งประดับประดาไปด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย เช่น ปีเอต้า รูปแกะสลักหินอ่อนพระแม่มารีอุ้มพระเยซูไว้บนตัก และ ยอดโดมขนาดใหญ่ ซึ่งมีภาพเขียนอันงดงามวิจิตรผลงานของศิลปินเอกไมเคิล แองเจโล ตรงกลางมหาวิหารมี ศาลาคาโนปี ซึ่งเป็นแท่นบูชาในโบสถ์ออกแบบอย่างวิจิตรพิสดารโดยแบร์นินี่ สมควรแก่เวลาอำลากรุงโรมออกเดินทางต่อไปยัง ปิซ่า เมืองซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเชิงเขา Monte Pisano ทางตะวันตกของแค้วนทัสคานี อดีตเมืองท่าริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตก ที่มีชื่อเสียงของชาวโรมันช่วงศตวรรษที่ 11-13 บ้านเกิดของนักดาราศาสตร์เอกของโลก กาลิเลโอ กาลิเลอิ ระหว่างเส้นทางผ่านเมืองน้อยใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งในอดีตเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวอีทรุสกันก่อนที่ชาวโรมันจะเข้าปกครองดินแดนแห่งนี้ นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (ท้องถิ่น) *เมนูสปาเก็ตตี้..สเต็กอิตาเลียน
– พักค้างคืน ณ Hotel Galilei Pisa หรือเทียบเท่า

ปิซ่า-หอเอนปีซ่า-โบโลญญ่า-เกาะเวนิส-จัตุรัสซานมาร์โก-โบสถ์ซานมาร์โก

เช้า             
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ศูนย์กลางของเมืองสถานที่ตั้งของ อาคารแบ็บติสตรีทรงกลม, มหาวิหารประจำเมือง สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันเนสก์ และ หอระฆัง ที่เอนเอียงเพราะความผิดพลาดในการก่อสร้าง จนทำให้ได้ชื่อว่า หอเอนปิซ่า และนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกชิ้นหนึ่งของโลก อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัยสมควรแก่เวลาออกเดินทางสู่ โบโลญญ่า เมืองมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ของอิตาลี

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น)

บ่าย
– ออกเดินทางสู่ เวนิส เมืองหลวงแห่งแคว้นเวเนโต้เจ้าของฉายา “ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก” ถึง ท่าเรือตรอนเชโต้ จากนั้นลงเรือเหมาลำส่วนตัวเดินทางสู่ เกาะเวนิส เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” เป็นเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือซานมาร์โก (เซนต์มาร์ก) จากนั้นนำท่านเดินเท้าไปยัง จัตุรัสซานมาร์โก อันเป็นศูนย์กลางของนครเวนิส ผ่านชม สะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง พระราชวังดอจ กับ เรือนจำโบราณ อันเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคนั้นอีกด้วย นำท่านชม โบสถ์เซนต์มาร์ก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์และอาคารรายระเบียง สำหรับนักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนหย่อนใจกับร้านกาแฟชื่อดังหรือเลือกช้อปปิ้งสินค้าของเวนิสตามร้านรวงต่างๆ อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่ง ท่าเรือตรอนเชโต้

ค่ำ            
– รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
(เอเชีย) หลังมื้ออาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
– พักค้างคืน ณ  Smart Hotel Holiday หรือเทียบเท่า

เวนิส-มิลาน-มหาวิหารดูโอโม่-ปิอาซซ่า เดลลา สกาลา-ลูเซิร์น (สวิตเซอร์แลนด์)

เช้า             
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางผ่าน เวอโรโน่ แหล่งผลิตไวน์และเมืองโบราณที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งทางตอนเหนือไปยัง เมืองมิลาน หรือ มิลาโน่ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะและเครื่องหนังเป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญ

เมืองหนึ่งของโลกในลักษณะเดียวกับนิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน มิลาน เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของอิตาลี มีชื่อเสียงเกี่ยวกับแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึง สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน และ สโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน มีภาพวาดเฟรสโก้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง, โรงละครโอเปร่าอันลือชื่อ ชม มหาวิหารดูโอโม่ มหาวิหารที่มีขนาดใหญ่เป็นอับดับ 2 รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1386 แต่มาแล้วเสร็จ 400 กว่าปีหลังจากนั้น คือในปี ค.ศ. 1813 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135 ยอด จึงมีชื่อเล่นว่า “มหาวิหารเม่น” มีรูปสลักหินอ่อนจากยุคต่างๆ ประดับอยู่กว่าสามพันรูป ยอดที่สูงที่สุดประดับด้วยรูปสลักพระแม่มาเรียสูง 4 เมตร หุ้มด้วยทองคำทั้งองค์มีชื่อเรียกว่า มาดอนนิน่า ภายในมหาวิหารเรียบง่ายแต่โอ่อ่ากว้างขวางตามแบบโกธิก ด้านหน้ามหาวิหารจะเป็นลานกว้าง ชม จัตุรัสเดลลา สกาลา (Teatro alla scala)โรงอุปรากรชื่อก้องโลกแห่งเมืองมิลาน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1776-1778 เลิศหรูอลังการ เป็นโรงละครโอเปร่ายอดเยี่ยมที่สุดของโลกแห่งหนึ่งด้านหน้าเป็นลานที่เรียกว่า ปิอาซซ่า เดลลา สกาลา มีรูปปั้นของศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งของโลกคือลีโอนาร์โด ดาวินชี ในยุคนั้นเจ้าผู้ปกครองเมืองมิลาน ได้ว่าจ้างลีโอนาร์โดยชาวเมืองฟลอเรนซ์ให้มาผลิตผลงานที่เมืองมิลานแทนอยู่ฟลอเรนซ์ลำบาก ศิลปินดังๆ เชิญบันทึกภาพกับรูปปั้นของศิลปินเอกลีโอนาโด ดาวินชี และเลือกซื้อสินค้า Brand Name ชื่อดังภายใน ห้างแกลลอเรียวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ล อาคารกระจกที่เก่าแก่สวยงาม

เที่ยง           
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น)

บ่าย
– ออกเดินทางผ่านเมืองตากอากาศโคโม่ไปเข้าสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ ลูกาโน่ เมืองตากอากาศริมทะเลสาบของแค้วนทิซิโน่ ผ่านเส้นทาง อุโมงค์กอตทาร์ต อุโมงค์รถยนต์ใต้ภูเขาที่ยาวที่สุดในสวิส (17 กิโลเมตร) ระหว่างทางชมทัศนียภาพอันงดงามไปจนถึง ลูเซิร์น เมืองตากอากาศที่โด่งดังของสวิส และยังมีความสำคัญในด้านการก่อกำเนิดสมาพันธรัฐด้วย เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ชื่อว่า เวียวาลด์สแตร์ทเตอร์ หมายถึงทะเลสาบสี่พันธรัฐ จากนั้นนำท่านไปถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์สิงโตแกะสลักริมหน้าผา

สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และเสียสละที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ทหารสวิสที่เสียชีวิตจากการปกป้องพระราชวังตุยเลอลีส์ในฝรั่งเศส และไปชม สะพานคาเปล สะพานไม้เก่าแก่ของเมืองที่มีอายุกว่า 600 ปี ทอดตัวข้ามแม่น้ำรอยส์ เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งภายในร้านตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาชื่อดัง อาทิ  บุคเคอเรอร์, กือ เบอลิน, เอ็มบาสซี่ หรือร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ร้านช็อคโกแลต และสินค้าชั้นดีที่มีชื่อเสียง

ค่ำ               
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (เอเชีย)
– พักค้างคืน ณ Grand Hotel Europe หรือเทียบเท่า

ลูเซิร์น-พิชิตยอดเขายุงเฟรา-อินเทอร์ลาเก้น

เช้า              
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทาง เมืองกรินเดอวาลด์ จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวยอดเขายุงเฟราโดยในปี ค.ศ.  2001 องค์การ Unesco ประกาศให้ยอดเขายุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป จากนั้นนำท่านนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติของ Jungfraubahn ขึ้นพิชิต สถานียอดเขายุงเฟรา ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,454 (11,332 ฟุต) เป็น สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe ส่วนยอดเขายุงเฟรานั้นสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต) ที่มีความหมายว่า สาวน้อย มีความเป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความงาม ระหว่างเส้นทางนำท่านสู่ยอดเขาแวะชม กลาเซียร์ หรือ ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 กิโลเมตรและหนา 700 เมตรโดยไม่เคยละลาย นำท่านชม วังน้ำแข็ง ที่แกะสลักให้สวยงามอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตรเพลิดเพลิน เชิญท่านสนุกสนานกับการเล่นหิมะในลานกว้าง และเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขายุงเฟรา และไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา (สวิสเมนู)

บ่าย
– นำท่านนั่งรถไฟลงจากยอดเขาสู่ สถานีเลาเทอร์บรุนเน่น จากนั้นออกเดินสู่ อินเทอร์ลาเก้น เมืองที่เป็นชุมทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ และมีความสำคัญประการหนึ่งเมืองหลวงของแบนเนอร์โอเบอร์แลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก อิสระให้ท่านได้เที่ยวชมเมืองหรือเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งของที่ระลึกและสินค้าชั้นดี อาทิเช่น นาฬิกา, นาฬิกากุ๊กกู, มีดพับวิคตอรีน็อกซ์, ผ้าลูกไม้, ช็อกโกแลต และของที่ระลึกน่ารักอื่นๆ อีกมากมาย

ค่ำ               
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ท้องถิ่น) *เมนูสวิสฟองดูว์
– พักค้างคืน ณ Hotel City Oberland Interlaken หรือเทียบเท่า

อินเทอร์ลาเก้น-เวเวย์-โลซานน์-เจนีวา-ดิจอง (ฝรั่งเศส)

เช้า              
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมืองเวเวย์ เมืองที่แสนโรแมนติกริมทะเลสาบที่แม้แต่ศิลปินตลกแห่งฮอลลีวู้ด อย่างชาลี แชปปลิ้น ก็ยังหลงใหล และได้อาศัยอยู่ที่นี่ในบั้นปลายชีวิต นำท่านเดินเล่นริมทะเลสาบที่แสนงดงาม และถ่ายรูปกับ รูปปั้นชาลี แชปปลิ้น เป็นที่ระลึก จากนั้นออกเดินทางผ่านพื้นที่ปลูกองุ่นพันธุ์ ลาโว (Lavaux) อันเลื่องชื่อของสวิสไปยัง โลซานน์ เมืองซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งทะเลสาบเจนีวา มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศ นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ทำให้ผู้คนจากเมืองไกลหลงใหลในเสน่ห์และดึงดูดนักประพันธ์ นักปรัชญา เช่น วอล์แตร์ ดิกเค็นส์ ไบรอน และที เอส อีเลียต ให้มายังเมืองนี้ นำท่านชม สวนสาธารณะเดอ นองตู (Parc du Denantou) ริมทะเลสาบเลอมัง เพื่อให้ท่านได้ชื่นชมและถ่ายรูที่ระลึกกับ ศาลาไทย ซึ่งรัฐบาลไทยและภาคเอกชนบางส่วนร่วมกันสร้างเนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ ครบ 60 ปี ทั้งเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีไทยกับสวิสต์เซอร์แลนด์ ครบ 75 ปี ชม น้ำพุรูปลิง 3 ตัว กำลังทำท่า ปิดหู ปิดปากและปิดตาที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดและฉายพระรูปไว้เสมอ สมเด็จพระพี่นางทรงนิพนธ์ว่าหมายถึง “ไม่ยอม ฟัง ดู พูด ในสิ่งที่เลว” จากนั้นเดินไปตามถนนเรียบทะเลสาบไปถ่ายรูปกับที่ทำการของ สำนักงานโอลิมปิกสากล ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขา มองลงมาเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบที่สวยงาม สถานที่แห่งนี้มีพื้นที่โดยรอบมีสวนต้นไม้และสนามหญ้าที่น่ารื่นรมย์ มีม้านั่งให้พักผ่อนใต้ร่มไม้มองเห็นวิวที่งดงามของทะเลสาบ และไม่ไกลจากที่นี่เป็นที่ตั้งของ โรงแรมโบริวาจ (Beau-Rivage Palace) เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของสวิสอยู่ริม ทะเลสาบเลอมัง (Lac Leman) มองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ทอดตัวเป็นแนวยาว จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองเจนีวา พันธรัฐที่เล็กที่สุดของสวิส ที่ว่ากันว่าเป็นพันธรัฐสวิสที่แทบจะไม่มีอะไรเป็นสวิสเลย นอกจากนโยบายต่างประเทศศาสนาและเป็นที่ตั้งของธนาคารจำนวนมาก

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เอเชีย)

บ่าย
– นำท่านชื่นชมบรรยากาศของ ทะเลสาบเจนีวา และ น้ำพุจรวด (Jet d’eau) ที่สามารถส่งน้ำขึ้นท้องฟ้าได้สูงถึง 140 เมตร และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเจนีวา ถ่ายรูปกับ นาฬิกาดอกไม้ และชื่นชมไม้ดอกไม้ประดับหลากสีสันภายใน สวนอังกฤษ ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาที่มีต่อเจนีวา สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางบนเส้นทางที่สวยงามแล้วข้ามพรมแดนสวิส-ฝรั่งเศส ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วยสู่ เมืองดิจอง อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์ก็องดี ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรอเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง จุดเด่นก็คือการมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดที่จัดเรียงเป็นลวดลายงดงาม นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

ค่ำ               
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (ท้องถิ่น)
– พักค้างคืน ณ Hotel Holiday Inn Dijon Toison D’or หรือเทียบเท่า

ดิจอง-รถไฟความเร็วสูง TGV-ปารีส-พระราชวังแวร์ซายส์-ล่องเรือแม่น้ำแซน-ชมกรุงปารีส

เช้า              
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

– นำท่านเดินทางสู่ กรุงปารีส โดย รถไฟความเร็วสูง TGV สะดวกสบายด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตร/ ชั่วโมง ระหว่างทางท่านจะเพลิดเพลินกับบรรยากาศของท้องทุ่ง ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในชนบทของชาวฝรั่งเศส  จนถึง สถานีรถไฟ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง แวร์ซายส์ อดีตเมืองหลวงและศูนย์กลางการเมืองการปกครองในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อยู่ห่างจากปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร

เที่ยง            
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เอเชีย)

บ่าย
– นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายข้อมูลแน่นปึ๊ก..ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใหญ่ที่สุดในปฐพี ชมความอลังการของพระราชวังซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความงดงามของห้องต่างๆ อาทิเช่น ห้อง อพอลโล,ห้องนโปเลียน, ห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงครามและสันติภาพรวมถึงเรื่องราว และความเป็นมาของอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้ จากนั้นอิสระให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณอุทยานอันร่มรื่น หลากหลายด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสีสันสวยงาม ถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือปอร์ท เดอ อัลมา-กรุงปารีส นำท่านลง เรือบาโตมูซ ล่อง แม่น้ำแซน ชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมือง ผ่านชมความงดงามของโบราณสถาน และอาคารเก่าแก่สร้างขึ้นตามสไตล์ของศิลปะเรอเนสซองส์ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ดูแลเป็นอย่างดี ตลอดทางท่านจะได้ความประทับใจกับความสวยงามของทัศนียภาพที่ร่วมกันสรรสร้างให้นครปารีสได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น สะพานอเล็กซานเดอร์, ศาลาว่าการ, จัตุรัสคองคอร์ด, โรงกษาปณ์, เกาะอิลเดอลาซิเต้ ศูนย์กลางเมืองแห่งแรก สถานที่ตั้ง มหาวิหารนอเตรอดาม สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิกที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างงดงามซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับพิธีราชาภิเษกนโปเลียนขึ้นครองราชย์ มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และ พระราชวังกองแซร์เจอรี  จากนั้นนำท่านถ่ายรูปที่ระลึกกับ ประตูชัยฝรั่งเศส (The Arc de Triomphe) เป็นอนุสรณ์สถานสำคัญแห่งกรุงปารีส ตั้งอยู่กลาง จัตุรัสชาร์ลส์ เดอ โกลล์ หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม จัตุรัสแห่งดวงดาว (Place de l’Étoile) อยู่ทางทิศตะวันตกของชองป์-เอลิเซ่ส์ ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีถึงวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน และ ในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย เป็นประตูชัยที่ใหญ่รองเป็นอันดับสองของโลกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน แบบของประตูชัยฝรั่งเศสนี้ได้แนวความคิดมาจากประตูชัยไตตัสแห่งกรุงโรม นำท่านนั่งรถผ่านชมสองฟากฝั่ง ถนนชองป์เอลิเซ่ส์ ต้นแบบถนนราชดำเนินของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านค้าขายของดีราคาแพงจากดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกสู่ จัตุรัสคองคอร์ด สถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและยุโรป เป็นลานประหารที่ตั้งกิโยตินซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพันในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1789

ค่ำ
บริเวณอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร *เมนูหอยเอสการ์โก..สเต็ก (แกะหรือเนื้อวัวหรือปลาหรือเป็ดอบซอส) เสิร์ฟพร้อม France Wine รสนุ่มละมุน หลังมื้ออาหารนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
– พักค้างคืน ณ Hotel Mercure Paris Velizy หรือเทียบเท่า

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์-ช้อปปิ้งห้างแกลลาลี่ ลาฟาแยตต์-กรุงเทพฯ

เช้า              
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
– นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสทรอคาเดโร่ เชิญถ่ายภาพ หอไอเฟิล  เป็นที่ระลึกจากมุมกว้างซึ่งเป็นจุดที่สวยที่สุด และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนหลัง จกนั้นนำเข้าชมความยิ่งใหญ่ของ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายข้อมูลแน่นปึ๊ก..ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว) หรือในชื่อทางการว่า The Grand Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวตึกที่ตั้งอยู่เคยเป็นพระราชวังมาก่อนโดยกษัตริฟิลิป-ออกัสตัส สร้างเป็นป้อมปราการ จากนั้นพระเจ้าชาร์ลที่ 5 ได้ขยายป้อมปราการลูฟร์ให้เป็นพระราชวัง พระเจ้าหลุยส์ 13 และ 14 เคยประทับอยู่ที่นี่ ปัจจุบันลูฟร์เป็นสถานที่จัดแสดง และเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 40,000 ชิ้น มีตั้งแต่ศิลปะสมัยอีทรัสกัน กรีก โรมัน อียิปต์ภาพเขียน และประติมากรรมยุคเรอเนสซองซ์ ให้ท่านได้ ถ่ายรูปกับปิรามิดแก้ว ซึ่งเป็นทางเข้าหลักออกแบบโดยสถาปนิกเชื้อสายอเมริกัน-จีน นำท่านชื่นชม ภาพวาดโมนาลิซา ของเลโอนาร์โด ดาวินชี จิตรกรและสถาปนิกอัจฉริยะชาวอิตาเลียน ภาพวาดชวนพิศวงเนื่องมาจากรอยยิ้มอันเปี่ยมด้วยเลศนัยของนางที่อยู่ในภาพ จนทำให้ผุ้คนวิจารณ์กันมากว่าแท้จริงแล้วโมนาลิซ่า คือใครกันแน่ เป็นบุรุษหรือสตรี  ชม รูปปั้นภาพเทพธิดาวีนัส (Venus Demilo) และศิลปะสำคัญของโลกภายในพิพิธภัณฑ์ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ร้านสินค้าปลอดภาษี เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีในราคาถูก อาทิเช่น เครื่องสำอาง, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง และเครื่องหนังอื่นๆ รวมทั้งเสื้อผ้า Brand Name จากฝรั่งเศส

เที่ยง            
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เอเชีย)

บ่าย
– นำท่านไปช้อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ห้างแกลลาลี่ ลาฟาแยตต์ ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อรวมถึง Louise Vuitton ส่วนท่านที่ไม่มีความประสงค์ช้อปปิ้งสามารถเดินชมความงามของบ้านเมือง และ โรงละครโอเปร่า ที่เก่าแก่สวยงาม เพราะย่านช้อปปิ้งอยู่กลางเมืองมีอาคารบ้านเรือนสวยงามมาก

17.30 น.
– ออกเดินทางสู่ สนามบินปารีส-ชาร์ลส์ เดอโกล เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ และมีเวลาให้ท่าน Tax Refund พร้อมช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

21.55 น.
– เดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่  EY038/EY408 (2155-0645/0845-1825) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ä บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่พร้อมรับการบริการอันสุดแสนประทับใจ เพลิดเพลินกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่งรับชมโปรแกรมความบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์นานาชาติ เพลงสากล สารคดี ช่องกีฬาต่างๆ รวมถึงการ์ตูนสำหรับคุณหนูๆ ด้วย

กรุงเทพมหานคร

18.25 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดี…พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

Scroll Up