
07.00 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 บริเวณเคาน์เตอร์ สายการบินเมียนมาร์ แอร์เวย์ เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง
10.15 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินเมียนมาร์ แอร์เวย์ โดยเที่ยวบินที่ 8M336
11.05 น.
คณะเดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง ประเทศเมียนมาร์ จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการทางสนามบินและรับกระเป๋าสัมภาระ ไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถผู้ชำนาญเส้นทางสู่ตัวเมืองย่างกุ้ง
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านนมัสการ เจดีย์โบตาทาวน์ เป็นพระเจดีย์สำคัญอีกที่หนึ่งในเมืองย่างกุ้ง สำหรับเก็บพระเกสาธาตุ (เส้นผม) ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์พระเจดีย์ไม่ใหญ่ ระหว่างทางจะประดับด้วยภาพฝาผนังสีทอง เมื่อมาถึงตรงกลางพระเจดีย์ก็จะสามารถสักการะพระเกสาธาตุที่เก็บไว้ในตู้กระจกได้อย่างใกล้ชิด บริเวณด้านนอกเป็นที่ตั้งของเทพที่คอยรักษาพระเจดีย์ชาวพม่าเรียกว่า “นัตโบโบยี” หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ “เทพทันใจ” ซึ่งเป็นเทพที่ชาวไทยและชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพรด้วย เชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนา ซึ่งการขอพรจากเทพทันใจต้องไปกระซิบเบาๆห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพรจากเทพองค์นี้กันมาก จากนั้นนำท่านสักการะเทพอีกองค์หนึ่งที่ชาวพม่าเรียกกันว่า “อะมาดอว์เมียะ” หรือที่รู้จักกันว่า “เทพกระซิบ” มีเรื่องเล่าว่านางเป็นธิดาของพญานาค และศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล และไม่กินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต นางบำเพียรเพ็ญจนได้กลายเป็นเทพ ในการขอพรต้องกระซิบและขอได้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น นำท่านเดินทางสู่ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (พระตาหวาน) พระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่มีความยาวกว่า 70 เมตร มีความงดงามที่สุดของประเทศพม่าทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของ ท่านเป็นแก้วสั่งผลิตมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะรวมไปถึงจีวรที่มีความพริ้วไหวสมจริง และที่พระบาทมีภาพวาดรูปมงคล 108 ให้ท่านได้อิสระไหว้พระขอพรกันตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ มหาเจดีย์ชเวดากอง (พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า) ตั้งอยู่ ณ เมืองย่างกุ้ง สูง 99 เมตร คำว่า “ชเว (Shwe)” แปลว่า ทอง ส่วน “ดากอง หรือ ตะโกง (Dagon)” เป็นชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง ดังนั้น ความหมายของ “ชเวดากอง” จึงแปลว่า ทองแห่งเมืองดากอง(ย่างกุ้ง) เจดีย์ชเวดากองนับเป็นมหาเจดีย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของพม่า จนมีชื่อเสียงแพร่หลายเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของพม่า
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน JASMINE PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า ****
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี (พะโค) ระหว่างทางชมทัศนียภาพสองข้างทาง สัมผัสวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวพม่า ผ่านชมอนุสรณ์สถานและสุสานทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเดินทางถึงกรุงหงสาวดีแล้ว จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังของพระเจ้าบุเรงนอง มีชื่อว่า “กัมโพชธานี” นับว่าเป็นพระราชวังที่ใหญ่โตสมพระเกียรติ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ปีที่ 15 ของการครองราชย์ของพระองค์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระองค์เรืองอำนาจสูงสุด ซึ่งต่อมาได้ถูกเผาทำลายไปโดยกบฏยะไข่ พระราชวังที่เห็นในปัจจุบันได้ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยรัฐบาลของประเทศพม่า โดยสร้างในพื้นที่เดิมและให้มีความใกล้เคียงพระราชวังเดิมมากที่สุด
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจที่โย่) หรือที่คนไทยเรียกว่า พระธาตุอินทร์แขวน ชมทัศนียภาพของทุ่งนาอันยิ่งใหญ่แห่งเมืองหงสาวดี ผ่าน สะพานข้ามแม่น้ำสะโตง แม่น้ำที่พระนเรศวรทรงพระแสงปืน ถึงคิมปูนแค้มป์ เปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อเพื่อขึ้นบนภูเขาไจที่โย่ และนำท่านไปนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน (พระธาตุประจำปีเกิดปีจอ 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า) ก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ คล้ายว่าจะหล่นลงมา แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะตกลงมาแต่อย่างใด จึงเป็นความอัศจรรย์ที่เชื่อกันว่า เป็นหินที่พระอินทร์นำมาแขวนเอาไว้ และยังมีเจดีย์ที่สร้างไว้บนก้อนหิน ที่จำลองให้เป็นพระเกศแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่ใครเกิดปีนี้ต้องหาโอกาสไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารอิสระให้ท่านได้นั่งสมาธิ สวดมนต์ บนพระธาตุอินทร์แขวนตามอัธยาศัย
พักค้างคืน KYAIKHTO HOTEL (โรงแรมบนพระธาตุอินทร์แขวน)
04.00 น.
นำท่านไปนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน ทำวัตรเช้า ใส่บาตร พร้อมถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบๆองค์พระธาตุอินทร์แขวนในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางกลับสู่ เมืองหงสาวดี ตามเส้นทางเดิม ระหว่างทางนำท่านแวะสักการะ พระเจดีย์ชเวมอดอว์ หรือ พระธาตุมุเตา (1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า) ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในหงสาวดี สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองของกรุงหงสาวดีในอดีต
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ได้เวลาสมควรนำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี มีความยาว 181 ฟุต สูง 50 ฟุต มีพุทธลักษณะงดงามโดยวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน สร้างเป็นพระรูปคืนก่อนพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันปรินิพพาน สร้างโดยพระเจ้าเมงกะตะ ในสมัยมอญเรืองอำนาจ แต่หลังจากพระเจ้าอลองพญาทรงปราบมอญราบคาบ เมืองหงสาวดีก็ถูกทิ้งร้าง พระพุทธไสยาสน์ไม่ได้รับการดูแลจนกลายเป็นกองอิฐจมอยู่ในโคกดิน จนถึงปี พ.ศ.2424 จึงได้มีการขุดพบและได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ. 2491จากนั้นนำท่านกราบนมัสการ เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งมีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ประกอบด้วย พระสมณโคดม(ทิศเหนือ), พระโกนาคม(ทิศใต้), พระกกุสันโธ(ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ(ทิศตะวันตก) สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาโดยสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ จากนั้นให้ท่านได้จุดธูปไหว้พระกันตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองย่างกุ้ง ระหว่างทางชมทัศนียภาพอันสวยงาม จากนั้นนำท่านเลือกช้อปปิ้งและซื้อของฝากที่ ตลาดสก็อต (Scott Market) หรือเรียกอีกอย่างว่า ตลาดโบ-ยก อองซาน ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ เป็นตลาดสำคัญของเมืองย่างกุ้ง โดยของขึ้นชื่อที่ตลาดแห่งนี้คือ “หยกพม่า” ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังถือเป็นตลาดที่มีสินค้าหลากหลายชนิดให้เลือกซื้อในราคาไม่แพง อาทิ งานไม้และงาช้างแกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมืองเครื่องเงิน รวมถึงเครื่องประดับอัญมนี ฯลฯ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินย่างกุ้ง เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย
17.50 น.
คณะทัวร์เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินเมียนมาร์ แอร์เวย์ ด้วยเที่ยวบิน 8M350
19.40 น.
คณะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ … พร้อมความประทับใจไม่รู้ลืม
