Tel : 02-1024241-2 Line : @VARITATRAVEL
      ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว 11/09384

ทัวร์จีนตามรอยเส้นทางสายไหม 8 วัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
สอบถามเพิ่มเติม/เบอร์โทรศัพท์*
* I aggree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

888

มีปัญหาสอบถามเพิ่มเติม?

ทีมงานวาริต้า ทราเวล คอยให้คำแนะนำทุกคำถาม โทรเลย เวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ 09.00 น.-17.30 น.
วันเสาร์ : 9.00-12.00 น.

02-1024241-2

contact@varitatravel.com

ไฮไลท์โปรแกรมทัวร์

➡ 8 วัน 6 คืน

– มหัศจรรย์ภูเขาสีรุ้งมรดกโลก
– เยือนกำแพงเมืองจีนด่านสุดท้าย
– โชว์พิเศษระบำซินเจียง
– ขี่อูฐท่องทะเลทรายหมิงซาซาน
– ชมความงามทะเลสาบวงพระจันทร์
– สักการะถ้ำพระแกะสลักมอเกาคู  ภูเขาเปลวเพลิง
– เจดีย์ซูกงถ่า
– ชมทะเลสาบเทียนฉือสระแห่งสรวงสวรรค์

ช่วงเวลาเดินทาง

21-28 มี.ค.63

49,900

28 มี.ค. – 4 เม.ย. 63

49,900

6-13 เม.ย.63

49,900

20-27 เม.ย.63

49,900
รายละเอียด

กรุงเทพ - สนามบินสุวรรณภูมิ

23.10 น.
– คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 บริเวณแถว U  เคาเตอร์เชคอินของสายการบิน  ไชนาเซาเทิร์นแอร์ไลน์ CHINA SOUTHERN AIRLINES  (CZ) โดยมีเจ้าหน้าที่ของทาง บริษัทวาริต้า ทราเวล คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแด่ท่านในเรื่องบัตรที่นั่งและการโหลดกระเป๋าสัมภาระ

เมืองอูรูมูฉี - พิพิธภัณฑ์ซินเจียง - โชว์ระบำซินเกียง

02.10 น.
– ออกเดินทางสู่ เมืองอูรูมูฉี ประเทศจีนโดยเที่ยวบินที่ CZ3036/CZ6021 (0210-0600/0820-1330)

บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่พร้อมรับการบริการอันสุดแสนประทับใจ แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติกวางเจา สาธารณรัฐประชาชนจีน

13.30 น.
– คณะเดินทางถึงสนามบินเมืองอูรูมูฉี หลังตรวจรับสัมภาระแล้วนำท่านเข้าสู่ใจกลางเมืองเดินทางสู่ จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ซินเจียง ที่บอกเล่าถึงความลี้ลับของเส้นทางเส้นไหม ซึ่งในอดีตจะประกอบไปด้วยประเทศต่างๆถึง 36 ชนเผ่า และท่านยังจะได้ทราบถึงร่องรอยประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมกว่าจะมาเป็นมณฑลซินเจียงในปัจจุบัน

ค่ำ
– รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ระหว่างรับประทานอาหารนำท่านชม โชว์พื้นเมืองระบำซินเกียง เป็นโชว์ที่งดงามตระการตาหาที่ใดเปรียบได้ยาก มีทั้งความสนุก เร้าใจ ความมันและความเร่าร้อนของการ ร่ายรำของชนชาวเหวยอู๋ เอ่อ หรือชาวซินเกียง ให้ท่านตะลึงดั่งอยู่ในมนต์เสน่ห์ของโชว์พื้นเมืองระบำซินเกียงนี้
– พักที่ YINDU HOTEL หรือเทียบเท่า

เทือกเขาเทียนซาน - ทะเลสาบเทียนฉือ - ทูรูฟาน - โรงงานกังหันลม - บ่อน้ำคันเอ๋อจิ่ง

เช้า
– บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

– จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เทือกเขาเทียนซาน (ห่างจากอูรูมูฉี 110 ก.ม.)  ที่มีความยาวกว่า 1,000  กิโลเมตรมีความสูงโดยเฉลี่ย  5,445 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล  ระหว่างทางรถวิ่งผ่านทิวทัศน์อันสวยงาม ของทิวเขาที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี  ผ่านกระโจมชนพื้นเมือง จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถอุทยานขึ้นสู่เทียนซาน แล้วนั่งรถพลังงานแบตเตอรี่ (ไป-กลับ) สู่จุดชมวิวนำชมความงามของธรรมชาติที่ในระดับความสูง 1,900 เมตร  ชม “ทะเลสาบเทียนฉือหรือทะเลสาบสีน้ำเงิน” เป็น

ทะเลสาบกลางหุบเขาที่มีชื่อเสียงว่าสวยงามดุจสรวงสวรรค์ จากนั้นนำท่านล่องเรือในทะเลสาบเทียนฉือ หรือ ทะเลสาบสรวงสวรรค์ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับความงาม และบรรยากาศที่งดงามไม่แพ้แชงกรีล่าและจิ่วจ้ายโกว ชมทะเลสาบกลางหุบเขาที่สวยงาม ซึ่งจะทำให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง “เดอะซาวน์ออฟมิวสิค”ได้ล่องเรือชมทัศนียภาพโดยรอบของทะเลสาบ

เที่ยง           
– บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองทูรูฟาน เมืองโอเอซีสอีกแห่งบนเส้นทางสายไหม เมืองทูรูฟานเป็นเมือง 3 ที่สุดในเขตซินเกียง คือ 1. ต่ำที่สุดในจีน โดยต่ำจากระดับน้ำทะเล 154.43 เมตร 2. ร้อนและแห้งที่สุดในจีน อุณหภูมิเฉลี่ย 35 องศาเซลเซียส เคยร้อนสูงสุดถึง 49 องศาเซลเซียส และ 3. ลมแรงสุด จึงมีโรงงานไฟฟ้าพลังลมหลายแห่ง ระหว่างทางผ่านชมโรงงานผลิตไฟฟ้าโดยกังหันลม จากนั้นนำท่านไปชมบ่อน้ำคันเอ๋อจิ่ง ระบบชลประทานใต้ดินของทูรูฟาน ซึ่งมีการต่อท่อเพื่อนำ  น้ำที่ละลายจากน้ำแข็งบนภูเขาสูงลงมายังที่ราบแถบโอเอซีส โดยการขุดท่อใต้ดินเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำในฤดูร้อน

ค่ำ
– บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
– พัก SHUANGCHENG HOTEL หรือเทียบเท่า

ถ้ำพระพันองค์ - เมืองโบราณเกาชาง - ภูเขาเปลวเพลิง - เจดีย์ซูกง - หมู่บ้านอุยกูร์

เช้า
– บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำชม เชียนฝอต้งหรือถ้ำพระพันองค์ ซึ่งเป็นมรดกโลกที่สำคัญของจีนโบราณอันลือชื่อในวงการศิลปกรรมโลกประกอบด้วยถ้ำใหญ่น้อยกว่า 490 ถ้ำ  ซึ่งเจาะตามผนังเขา มีภาพเขียนและรูปปั้นเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก เฉพาะที่เขียนด้วยสีงดงามวิจิตรตระการตามีมากถึง 45,000 ตร.ม. รูปปั้นกว่า 2,000 องค์  มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์เว่ยถังหยวน ชมภาพบนกำแพงที่แกะสลักหุ่น 500 กว่าตัว   ที่มีชื่อเสียงและได้รับการดูแลรักษาไว้ตลอดมา จากนั้นนำท่านชม เมืองโบราณเกาชาง นั่งรถแบตเตอรี่เพื่อชมเมืองโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เนื้อที่กว้างถึง 20 ตารางกิโลเมตร  กษัตริย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ จวี้ เหวินไท้ พระองค์เลื่อมใสศรัทธาพระถังซัมจั๋งเป็นอย่างมาก จึงสร้างโรงธรรมให้พระถังซัมจั๋งใช้เป็นที่เทศนาพระธรรมให้กับพระราชวงศ์ ขุนนาง และประชาชน

เที่ยง           
– บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ภูเขาเปลวเพลิง หรือ ฝอเยี่ยนซาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่กล่าวถึงในนวนิยายเรื่องไซอิ๋ว ตอนที่ซุนหงอคงไปยืมพัดกายสิทธิ์จากองค์หญิงพัดเหล็กมาดับไฟในภูเขาเปลวไฟ เพื่อให้พระถังซำจั๋งได้เดินทางไปเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียต่อ ภูเขาเปลวไฟมีความยาวประมาณ 100 กิโลเมตร ความสูงเฉลี่ย 500 เมตร ลักษณะเป็นเขาหินสีอิฐแดงทั้งลูก ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเลยมองแต่ไกลจะเห็นเป็นสีเพลิงคล้ายไฟกำลังลุกไหม้ นำท่านชม เจดีย์ซูกง หรือ เอ๋อมิน มิเนเร่ต์ สร้างในปีค.ศ.1778 สมัยจักรพรรดิเฉียนหลง โดยสุไลมานผู้บัญชาการของทูลูฟาน เพื่อสดุดีให้บิดาซึ่งเป็นผู้นำชาวอุยกูร์ช่วยราชสำนักชิงสู้รบกับกบฏ  เจดีย์แห่งนี้สร้างด้วยอิฐ ตอนกลางและบนสอบเข้า จัดเรียงอิฐลวดลายรูปทรงเรขาคณิต  ภูเขา คลื่น, ต้นไม้ และอื่นๆ ข้างเจดีย์มีอาคารมัสยิดทรงสี่เหลี่ยมหลังคาทรงกลีบบัวและใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาใหญ่ๆเท่านั้น ….นำท่านแวะชมหมู่บ้านอุยกูร์

ค่ำ
– บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
– พัก SHUANGCHENG HOTEL หรือเทียบเท่า

ทูรูฟาน - รถไฟความเร็ว - ตุนหวง - เนินทรายหมิงซาซาน - ทะเลสาบวงพระจันทร์

เช้า
– บริการอาหารเช้า (SET BOX)

……….น.
โดยสารรถไฟขบวน เดินทางสู่เมืองตุนหวง

……….น.
– เดินทางถึงเมืองตุนหวง เมืองตุนหวง เมืองแห่งโอเอซิสบนเส้นทางสายไหมที่เคยเจริญรุ่งเรือง อาณาบริเวณของเมืองตุนหวงนั้นติดกับเขตปกครองตนเองชนชาติซินเกียง เมืองนี้เป็นเมืองยุทธศาสตร์บนเส้นทางสายไหม ที่นักเดินทางทุกคนต้องหยุดแวะเพื่อจัดเตรียมเสบียงให้พร้อมก่อน  เดินทางผ่านทะเลทรายอันยาวไกล เมืองตุนหวง จึงเป็นเมืองที่มีความหมายว่า ความเจริญรุ่งเรืองที่สุดในเส้นทางสายไหม

เที่ยง           
– บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ได้เวลาสมควรเดินทางสู่ เนินทรายหมิงซาซาน เทือกเขาทะเลทรายที่มีความยาวจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก 40 กิโลเมตร จากทิศเหนือไปทิศใต้ 20 กิโลเมตร ยอดเขามีความสูงประมาณ 100 เมตร ทรายมีสีสันต่างกัน 5 สี คือ สีแดง  สีเหลือง สีเขียว สีขาว และสีดำ ที่มาของภูเขาหมิงซาซาน แปลว่าภูเขาทรายร้องไห้ ตามตำนานเล่าว่าเคยมีกองทัพ 2 กองทัพกำลังสู้รบกันอยู่และในขณะนั้นได้เกิดพายุทรายพัดกระหน่ำมา จึงทำให้ทั้ง 2 กองทัพถูกฝังทั้งเป็นภายใต้กองทราย ปัจจุบันภูเขาหมิงซาซานเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองตุนหวง ให้ท่านได้ขี่อูฐชมทะเลทรายที่กว้างใหญ่ เดินตามกันเป็นทิวแถวไปตามสันทรายที่โค้งไปมา ภูเขาทรายดูเป็นประกายเมื่อต้องแสงอาทิตย์ตัดกับฟ้าสวยสีครามใสที่ท่านจะประทับใจไม่รู้ลืม จากนั้นนำท่านชม ทะเลสาบวงพระจันทร์ เป็นบ่อน้ำผุดที่ไม่เคยเหือดแห้ง แม้จะอยู่กลางทะเลทรายหมิงซาซาน มีความลึกเฉลี่ยเพียง 6 เมตร ความกว้างของทะเลสาบจากทิศเหนือไปทิศใต้ประมาณ 100 เมตร และจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก 25 เมตร ลักษณะของบ่อน้ำแห่งนี้คล้ายกับเสี้ยวพระจันทร์ จึงเป็นที่มาของ “สระน้ำวงพระจันทร์หรือสระน้ำพระจันทร์เสี้ยว” (รวมค่าขี่อูฐและค่ารถลากเที่ยวทะเลทราย) 

ค่ำ
– บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
– พัก FUHUA HOTEL หรือเทียบเท่า

ถ้ำมอเกาคู - โรงภาพยนตร์ 3 D - เจียยี่กวน - กำแพงเมืองจีนด่านเจียยี่กวน

เช้า
– บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

– จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ถ้ำมอเกาคู (ถ้ำพระพุทธรูปแกะสลักที่สวยที่สุดติดอันดับ 1 ใน 4 ของเมืองจีน) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อ ปี ค.ศ. 1987 และได้รับการยกย่องเป็นแหล่งพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน นำท่านชมภาพยนตร์  3 มิติ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเส้นทางสายไหมและต้นกำเนิดของถ้ำมอเกาคูในช่วงที่ศาสนาพุทธเจริญรุ่งเรืองมีการติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและสิ่งของต่างๆนานา เช่น ผ้าไหมและเครื่องเคลือบ เป็นต้น  จากนั้นนำท่านนั่งรถแบตเตอรี่เข้าสู่หุบเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำมอเกาคู นำท่านชมถ้ำโดยมีการแบ่งเป็นห้อง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์บนหน้าผาของเขาหมิงซานซึ่งได้มีการแกะสลักหน้าผาทางซีกตะวันออกของภูเขา ความยาวกว่า 1,600 เมตร ท่ามกลางทะเลทรายโกบี ห่างจากตัวเมืองตุนหวงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 25 กิโลเมตร ผาหินถูกเจาะเป็นถ้ำจำนวนทั้งสิ้น 492 ถ้ำ ภายในเป็นที่บรรจุพุทธประติมากรรมและภาพเขียนพุทธประวัติต่าง ๆ ในอดีตกาล และส่วนใหญ่ของถ้ำแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ทุกตารางนิ้วของผนังถ้าเต็มไปด้วยภาพวาดและรูปสลักทางศาสนา ถ้ำแห่งนี้มีภาพผนังกินเนื้อที่กว่า 45,000 ตารางเมตร นักโบราณคดีตะวันตกขนานนามภาพผนังแห่งนี้ว่า “ห้องสมุดบนผนัง” ถ้ำมอเกาคูดำเนินการก่อสร้างนานนับพันปี ตั้งแต่ราชวงศ์ฉินถึงราชวงศ์หยวน รวม  10 ราชวงศ์ โดยยุคทองอยู่ในช่วงกลางสมัยราชวงศ์ถัง ปัจจุบันถ้ำมอเกาคูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่ห้ามพลาดในการเดินทางท่องเที่ยวเส้นทางสายไหม

เที่ยง           
– บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองเจียยี่กวน นำท่านชมกำแพงเมืองจีนด่านจียยี่กวน ถือเป็นด่านสุดท้ายทางด้านทิศตะวันตกของกำแพงเมืองจีนหมื่นลี้ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เจียยี่กวนได้รับสมญานามว่า “เทียนเซี่ยโฉวงกวน” หรือ “ด่านที่น่าเกรงขามอันดับหนึ่งในใต้หล้า” เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1372 รัชกาลจักรพรรดิหมิงไท่จู ตัวด่านมีความยาวในแนวเหนือใต้ 160 เมตร ด้านตะวันตก 166 เมตร และด้านตะวันออก 154 สูง 10 เมตร ด้านบนประตูทางเข้ามีหอสังเกตการณ์ 3 หอ ก่อสร้างด้วยไม้ 3 ชั้น นับเป็นด่านยุทธศาสตร์ที่สำคัญมี่สุดแห่งหนึ่งของกำแพงเมืองจีน เพื่อเป็นปราการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าทางตอนเหนือและทางตะวันตก  ด่านเจียยี่กวนได้ถูกบูรณะครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง 2 ราชวงศ์สุดท้ายในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของจีน ถือเป็นด่านสุดท้ายที่สุดชายแดนประจบกับชนเผ่ามองโกล ซึ่งสภาพแวดล้อมมีแต่ทะเลทรายเวิงว้าง ด่านเจียยี่กวนนี้ได้รับการสร้างและออกแบบด้วยการคำนวณมาเป็นอย่างดี โดยผู้ที่คำนวณการก่อสร้างนั้นได้สั่งอิฐที่ใช้ในการก่อสร้างมาจำนวนพอดีกับการก่อสร้าง โดยมีเกินมาเพียงก้อนเดียวเท่านั้น และทุกวันนี้อิฐก้อนดังกล่าวยังคงตั้งอยู่บนกำแพงของตัวด่าน เพื่อเป็นการสดุดีความสามารถในทางวิศวกรรมของนายช่างผู้นี้ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองจิ่วฉวน ตั้งอยู่ในมฑลกานซู ทางตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลกานซู เป็นศูนย์กลางการเดินทางไปยังภูมิภาคฝั่งตะวันตก และเป็นเมืองที่เป็นป้อมปราการสำคัญอีกเมืองหนึ่งบนเส้นทางสายไหม

ค่ำ
– บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
– พัก JIUQUAN HOTEL หรือเทียบเท่า

เมืองจางเย่ - อุทยานจางเย่ ตันเซี๋ย - ภูเขาสายรุ้ง - รถไฟความเร็ว - เมืองหลานโจว

เช้า
– บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
– ออกเดินทางสู่ เมืองจางเย่ เมืองที่สำคัญมากในเส้นทางสายไหมทั้งในเรื่องของประวัติศาสตร์ความเป็นมาในเรื่องที่เป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา นำท่านสู่ อุทยานธรณีวิทยา จางเย่ ตันเซี๋ย  อุทยานธรณีแห่งชาติเมืองจางเย่ ตั้งอยู่ระหว่างเขตปกครองตนเองชนชาติยู่กู้ ซู่หนานและเทศมณฑลหลินเสอในเมืองจางเย่ มณฑลกานซู่ ประเทศจีน อุทยานแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 322 กม พื้นที่นี้ถูกจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีระดับจังหวัด ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “อุทยานธรณีแห่งชาติเมืองจางเย่

เที่ยง
– รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

บ่าย
– นำท่านชม ภูเขาสายรุ้ง  ในเขตมณฑลกานซู่ เป็นประติมากรรมธรรมชาติ ประกอบไปด้วยแนวเขาแต้มสีเป็นลายริ้ว ซึ่งเกิดจากหินทราย และแร่ธรรมชาติ ที่ค่อยๆ ก่อตัวผ่านการปรับแต่งจากลม  ฝน  และกาลเวลากว่า 24 ล้านปี ทั้งนี้ปัจจุบันทิวเขาหลากสีตันเซี๋ย นับเป็นลักษณะภูมิประเทศที่เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่พบในประเทศจีนเท่านั้น และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปีพ.ศ. 2553  รวมเนื้อที่ 450,000 ไร่ขณะที่จีนยังมีทิวเขาลักษณะเดียวกับตานเสียในบริเวณนี้อีก 5 แห่ง และทั้งหมดล้วนได้รับการปกป้องอยู่ในบัญชีมรดกโลก เมื่อปี 2010 จากนั้นคณะเดินทางสู่เมืองหลานโจว ด้วยรถไฟหัวจรวด สุดยอดเทคโนโลยีในการเดินทางของจีน ที่ได้รับการยกย่องว่าสะดวกสบายที่สุดเทียบเท่ากับการเดินทางด้วยสายการบินชั้นนำ

18.30 น.
โดยสารรถไฟขบวน D2708 เดินทางสู่เมืองหลานโจว

ค่ำ
– บริการอาหารค่ำ (SET BOX)

22.55 น.      
– ถึงเมืองหลานโจว เมืองที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมโบราณเมื่อประมาณ 5,000 ปีก่อน เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมแม่น้ำเหลือง เป็นแหล่งวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อย และติดอันดับ 1 ใน 7 เมืองทางทหารที่ใหญ่ที่สุดของจีน เมื่อกล่าวถึงเมืองหลานโจว ผู้คนมักจะคิดถึงบะหมี่หลานโจวซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของเมืองหลานโจว สมควรแก่เวลานำท่านสู่ภัตตาคาร

– พัก ANSHENG INTER’L HOTEL หรือเทียบเท่า

อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง - สะพานเหล็กหวงเหอ - หลานโจว - กรุงเทพฯ

เช้า
– บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
– จากนั้นนำท่านชมอนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง “หวงเหอหมู่ชิน” เป็นผลงานของศิลปินหญิงชาวจีน ชื่อ เหอเอ้อ ตั้งอยู่ช่วงกลางถนนปินเหอลู่ สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1986 ประติมากรรมนี้สลักจากหินแกรนิต มีความยาว 6 เมตร กว้าง 2.2 เมตร และสูง 2.6 เมตร มีน้ำหนักกว่า 60 ตัน เป็นรูปสลักที่เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของชนชาวจีนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดรูปหนึ่ง อนุสาวรีย์เป็นรูปนอนตะแคง ศอกดันศีรษะหันมองลูกน้อยที่นอนอิงแอบอยู่ข้าง ๆ สายตาที่นางมองดูลูกน้อยนั้นเป็นแววตาที่อบอุ่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก รูปปั้นนี้จึงเปรียบเสมือนแม่น้ำหวงเหอที่เป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงมวลประชาชนชาวจีนหลายร้อยล้านคนประดุจดังหนึ่งเป็นบุตรน้อยของนางมายาวนานนับพันปี จากนั้นผ่านชมสะพานเหล็กหวงเหอ หรือ “หวงเหอตี้อี้เฉียว” ชาวบ้านเรียกกันว่า สะพานที่ 1 แห่งแม่น้ำหวงเหอ เนื่องด้วยแต่เดิมสร้างขึ้นเมื่อสมัยราชวงศ์หมิง ราวๆ ศตวรรษที่ 13 เป็นสะพานแพขนาดใหญ่ 24 แพติดต่อกัน ในฤดูหนาวจะรื้อออกและในฤดูร้อนจะนำมาต่อใหม่เพื่อเชื่อมฮวงโห ชิงไห่ และหนิงเซี่ย ซึ่งเป็นหัวใจของเส้นทางสายไหม แต่เมื่อฤดูน้ำหลาก กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากส่งผลให้สะพานเสียหายมาก ในสมัยราชวงศ์ชิง ปี ค.ศ. 1907 จึงได้สร้างเป็นสะพานเหล็กขึ้น ซึ่งออกแบบโดยวิศวกรชาวเยอรมัน แต่วัสดุชิ้นส่วนของสะพานนั้นมาจากการขนส่งและลำเลียงโดยเกวียน รถม้า และคนหาม ซึ่งเป็นประชาชนชาวจีนทั้งสิ้น

เที่ยง
– รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร หลังมื้ออาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

12.55 น.
– คณะอำลาเมืองหลานโจว เหินฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน สายการบินไชนาเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ CZ3206//CZ361 (1255-1610/2005-2200) แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติกวางเจา สาธารณรัฐประชาชนจีน

22.00 น.
– ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ…..

Scroll Up