ทัวร์แสวงบุญอินเดีย-เนปาล สี่สังเวชนียสถาน 11 วัน

0
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อ-นามสกุล*
อีเมล*
เบอร์โทรติดต่อ*
จำนวนผู้เดินทาง*
* I agree with Terms of Service and Privacy Statement.
Please agree to all the terms and conditions before proceeding to the next step
บันทึกโปรแกรมทัวร์

Adding item to wishlist requires an account

3138
Tour Details
ทัวร์แสวงบุญอินเดีย – เนปาล ครั้งหนึ่งได้สักการะสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในพระพุทธประวัติ เยือนสี่สังเวชนียสถาน ศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธจากทั่วโลก มีพระวิทยากรประจำกรุ๊ปให้ความรู้ในแต่ละสถานที่ รวมทั้งนำสวดมนต์ไหว้พระตลอดทริป เดินทางสะดวกสบายโดยสายการบินแอร์เอเชีย บินตรงพุทธคยา
 
  • บรรยายโดย ผศ. อาณัติชัย เหลืองอมรชัย สาขาวิชาพระพุทธศาสนา สังกัดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • เดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชีย ตรงสู่เมืองพุทธคยา
  • พักโรงแรมระดับมาตรฐานทุกคืนตลอดการเดินทาง
  • บริการเสริมอาหารไทยทุกมื้อโดยพ่อครัวคนไทยเดินทางพร้อมคณะ
  • สิ่งสักการะบูชา เช่น พวงมาลัย,ดอกไม้หอม,น้ำหอม,หนังสือสวดมนต์
Itinerary

Day 1กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) - เมืองลัคเนา

17.30 น.   

คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออก สายการบินแอร์ เอเชีย (FD)  โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระ และเอกสารการเดินทางให้กับท่าน

20.25 น. 

ออกเดินทางสู่ เมืองลัคเนา โดยเที่ยวบินที่ FD146 (ä พร้อมบริการอาหารบนเครื่อง)

22.35 น. 

คณะเดินทางมาถึง สนามบินนานาชาติโชธารี จรัณสิงห์ – ลัคเนา (เวลาช้ากว่าไทย 1.30 ชั่วโมง) หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางโดยรถบัสปรับอากาศสู่ เมืองลัคเนา (Lucknow) เมืองเอกของรัฐอุตตรประเทศหรือรัฐยู จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พัก HOMETEL NEW  HOTEL หรือเทียบเท่า

Day 2เมืองลัคเนา - เมืองสารนาถ - อิสิปตนมฤคทายวัน - ธัมเมกขสถูป - พิพิธภัณฑ์สารนาถ - เจาคัณฑีสถูป - ล่องแม่น้ำคงคา

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณาสี เมืองหลวงของแคว้นกาสี ในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ จากลัคเนาซึ่งเป็นเมืองหลวงของอุตตรประเทศเป็นระยะทาง 320 กิโลเมตร พาราณสีมีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน เป็นเมืองที่ศักดิสิทธิ์ที่สุดหนึ่งในเจ็ดเมืองของอินเดียมีผู้คนอยู่อาศัยมากกว่า 4000 ปี

กลางวัน
ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองสารนาถ สถานที่ตั้งของ อิสิปตนมฤคทายวัน ที่พระบรมศาสดาทรงแสดงปฐมเทศนา ธัมมจักกัปปวัตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ และก่อให้เกิดพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขึ้นครบเป็นครั้งแรก ในโลก นำสักการะ เจาคันธีสถูป เป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงพบ กับปัญจวัคคีย์ มีการสร้างพระสถูปเป็น เครื่องระลึกว่าที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงพบกับปัญจวัคคีย์ เรียกว่าเจาคันธีสถูป และนำชม ธัมเมกขสถูป ซึ่งเป็นหนึ่งในสังเวชนียสถาน 4 แห่งที่สำคัญของพุทธศาสนิกชน ที่ทรงแสดงปฐมเทศนาเพื่อทรงหมุนวงล้อแห่ง ธรรมเข้าสู่มวลมนุษย์ ภายในยังมี คันธกุฎี หรือ พระมูลคันธกุฎี แปลว่า กุฎีที่มีกลิ่นหอม เป็นชื่อเรียกสถานที่ประทับของ3ทรงจำพรรษาแรก ยังถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรพิสดารเท่าที่มนุษย์จะทำกันได้ด้วยแรงศรัทธา และซากสังฆารามกุฏินับพันที่รายรอบ นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์สารนาถ ท่านจะได้ชมศิลปวัตถุชิ้นสำคัญสองรายการ ได้แก่ พระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก และเสาหินพระเจ้าอโศกที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาก สภาพของวัสดุที่เป็นหินทรายแดงยังขึ้นเงาวับ ซึ่งหัวเสานี้ถูกนำมาใช้เป็นตราแผ่นดินของอินเดียในเวลาต่อมา และใช้จนถึงปัจจุบันจากนั้นนำท่านเยี่ยมชม เจาคัณฑีสถูป เป็นอนุสรณ์สถานที่พระพุทธเจ้าทรงพบกับปัญจวคีย์ทั้ง 5 เมื่อเสด็จมาโปรดหลังจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้เพียง 2 เดือน และสามารถทำให้อัญญาโกณฑัญญะบรรลุอรหันต์ซึ่งสถูปแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม หลังอาหารได้เวลาสมควรนำท่านล่องเรือแม่น้ำคงคา ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และชมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำคงคา สายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์

พัก MUDRA HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ

Day 3เมืองพาราณี - เมืองคยา - พระมหาเจดีย์พุทธคยา - ต้นศรีมหาโพธิ์ - สัตตมหาสถาน

เช้า           

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคยา เมืองซึ่งทอดยาวไปตามชายฝั่งของแม่น้ำเนรัญชรา เมืองแห่งนี้เป็นเมืองสำคัญของศาสนาพุทธ โดยในอดีตเป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้นั่นเอง เมื่อคณะได้รับกระเป๋าสัมภาระแล้ว คนขับรถและไกด์ท้องถิ่นคอยต้อนรับท่าน นำคณะเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง

เที่ยง       

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หรือวัดไทยระหว่างทาง

บ่าย         

จากนั้นนำท่านสักการะต้น พระศรีมหาโพธิ์  ซึ่งเป็นต้นที่สี่ ปลูกโดยนายพลเซอร์อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม เมื่อ พ.ศ. 2423 จากหน่อเดิมของโพธิ์ต้นแรกที่เป็นสหชาติกับพระพุทธเจ้า นำท่านชม พระแท่นวัชรอาสน์ เป็นพระแท่นจำลองขึ้นทับพระแท่นเดิมเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ณ จุดนี้  โดยปัจจุบันสร้างด้วยวัสดุหินทรายเป็นรูปหัวเพชรสี่เหลี่ยม กว้าง 4.10 นิ้ว 7.6 นิ้ว หนา 5 นิ้วครึ่ง ประดิษฐานอยู่ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ โดยสร้างกำแพงแก้วทำด้วยทองคำแท้ ประดิษฐานรอบต้น จากนั้นนำสักการะ พระมหาเจดีย์พุทธคยา อนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีลักษณะเป็นเจดีย์ 4 เหลี่ยม สูง 170 ฟุต วัดโดยรอบฐานได้ 121.29 เมตร ภายในประดิษฐาน พระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบศิลปะปาละ จากนั้นนำท่านชม สัตตมหาสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุตติสุขหลังตรัสรู้ 7 แห่งๆ ละ 7 วัน คือพธิบัลลังก์  อนิมิสเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์  รัตนฆรเจดีย์ อชปาลนิโครธ (ต้นไทร) ต้นมุจลินท์ (ต้นจิก)  และต้นราชายตนะ (ต้นเกด) 

ค่ำ         

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

พัก  THE FERN RESIDENCY HOTEL หรือเทียบเท่า

Day 4เขาดงคสิริ - อชปาลนิโครธ - สถูปนางสุชาดา - แม่น้ำเนรัญชรา – สวดมนต์ข้ามปี (วัดไทยพุทธคยา)

เช้า           

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

จากนั้นนำคณะออกเดินทางสู่ เขาดงคสิริ ในสมัยพุทธกาลนั้นเป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบำเพ็ญทุกรกริยาอยู่ภายในถ้ำบริเวณบนเขา ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกริยาประดิษฐาน เพื่อเป็นสิ่งที่แสดงถึงสถานที่  ที่สันนิษฐานว่าพระพุทธเจ้าได้บำเพ็ญทุกรกริยาเป็นระยะเวลา 6 ปี ภายหลังพระองค์ทรงทราบว่าการบำเพ็ญเพียรดังกล่าวไม่ใช่หนทางแห่งการตรัสรู้ จึงเกิดพุทธปรัชญา “ทางสายกลาง” หนทางแห่งการตรัสรู้ในที่สุดในปัจจุบัน สถานที่บำเพ็ญทุกรกริยาแห่งนี้ รู้จักกันในชื่อ ถ้ำมหากาล บนเขาดงคสิริ อยู่ห่างจากเมืองพุทธคยาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองพุทธคยา

เที่ยง       

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย         

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเสด็จข้ามแม่น้ำเนรัญชราไปยัง ต้นไทรอชปาลนิโครธ หรือต้นไทรของผู้เลี้ยงแพะ และประทับอยู่ 7 วัน ขณะเสวยวิมุตติสุขอยู่ ธิดาพญามาร 3 ตน คือ นางราคะนางอรตี และนางตัณหา ได้อาสาผู้เป็นบิดาเข้าไปประเล้าประโลมด้วยเสน่ห์กามคุณต่างๆ นานา แต่พระพุทธองค์ไม่ทรงเอาพระทัยใส่กลับขับไล่ไปเสีย แสดงถึงบุคลิกลักษณะอันประเสริฐของผู้ชนะตนได้แล้ว จะไม่ยอมกลับเป็นผู้แพ้อีก จากนั้นนำท่านนำท่านชม สถูปนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาสแก่เจ้าชายสิทธัตถะก่อนการตรัสรู้  และชมสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงลอยถาดทองอธิฐานริม แม่น้ำเนรัญชรา แม่น้ำสำคัญในพุทธประวัติ โดยชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า “ลิลาจัน” มาจากคำสันสกฤตว่า “ไนยรัญ จนะ” แปลว่า แม่น้ำที่มีสีใสสะอาด  

ค่ำ           

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก  ได้เวลาสมควรนำคณะเดินทางสู่ วัดไทยพุทธคยา ให้คณะได้ประกอบพิธีทางพุทธศาสนา สวดมนต์ข้ามปี ก้าวข้ามปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยจิตใจที่ผ่องใส เสริมสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นและขจัดสิ่งไม่ดีให้ผ่านพ้นไป เริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมกับปีใหม่ที่ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และยังเป็นการรักษาประ  เพณีวัฒนธรรมอันดีงานของพระพุทธศาสนา

พัก  THE FERN RESIDENCY HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ

Day 5ตักบาตรอาหารแห้ง - เมืองราชคฤห์ - สวนตาลหนุ่ม - รอยเกวียนโบราณ - ถ้ำโสนภัณฑาร์ - วัดเวฬุวันมหาวิหาร - ตโปทาราม

เช้า         

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

07.30 น.  

ได้เวลาสมควรนำคณะเดินทางสู่ วัดไทยพุทธคยา ให้คณะได้ประกอบพิธีทางพุทธศาสนา ตักบาตรอาหารแห้ง เติมบุญกุศลในวันขึ้นปีใหม่ เสริมความเป็นศิริมงคล ต่ออายุให้ตนเองและครอบครัวมีอายุยืนยาวมั่นคงในการเงินตลอดปี รวมทั้งเป็นการอุทิศส่วนกุศลแก่คนในครอบครัวผู้ล่วงลับ ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ หรือ เบญจคีรีนคร แปลว่า เมืองที่มีเขาทั้ง 5 อันได้แก่ เขาคิชกูฏ เขาปัณฑวะ เขาเวภาระ เขาอิสิคิลิ และเขาเวปุลละ ระหว่างเดินทางนำท่านแวะชม ลัฏฐิวัน หรือ สวนตาลหนุ่ม เป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่ง ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดชาวแคว้นมคธเป็นครั้งแรก ซึ่งการเสด็จในครั้งนี้เป็นไปตามคำปฏิญญาเดิม ที่ทรงให้ไว้กับพระเจ้าพิมพิสารที่ นำท่านชม เรือนจำคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร สถานที่พระเจ้าอชาตศัตรู ทรงทำการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นบิดา โดยการยึดพระราชอำนาจของพระเจ้าพิมพิสาร และขังพระมารดาและพระบิดามาขังไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ จากนั้นนำท่านชม รอยเกวียนโบราณ ที่อยู่บริเวณหลังประตูเมืองราชคฤห์ เป็นรอยเกวียนที่ลงลึกเข้าไปในหิน ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเส้นทางที่ใช้เกวียนมาหลายชั่วอายุคน และสอดคล้องกับพงศาวดารในอดีตเกี่ยวกับเมืองราชคฤห์ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก จากนั้นนำท่านสู่ ถ้ำโสนภัณฑาร์ หรือถ้ำคลังมหาสมบัติของพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงความมั่งคั่ง ร่ำรวยของกรุงราชคฤห์ที่เหนือกว่าเมืองอื่น ๆในสมัยนั้น มหาสมบัติเหล่านี้อยู่ในถ้ำ หินที่เกิดจากการขุดเจาะภูเขาเวภารบรรพต ซึ่งมีอยู่ 2 ถ้ำอยู่ติดกัน เกิดจากหินก้อนเดียวกัน

เที่ยง     

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย         

จากนั้นนำท่านชม วัดเวฬุวันมหาวิหาร หรือป่าไผ่ สถานที่กำเนิดวันสำคัญทางศาสนา “วันมาฆบูชา” ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ต่อหน้าพระสงฆ์ที่พระองค์ทรงบวชให้ทั้งหมด และวัดเวฬุวันมหาวิหารยังเป็นวัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารถวายให้กับองค์พระศาสดา จากนั้นนำชม ตโปทาราม หรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ สถานที่อาบน้ำแร่ร้อนธรรมชาติเพื่อเป็นการชำระล้างบาปซึ่งมีการแบ่งเป็นห้องอาบน้ำตามความเชื่อของชาวฮินดู โดยแต่ละวรรณะจะแยกชั้นลดหลั่นกันลงมาตามวรรณะทั้งสี่ ในแต่ละวันจะมีชาวฮินดูเดินทางมาอาบน้ำเพื่อทำการชำระล้างบาปกันเป็นจำนวนมาก 

ค่ำ           

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

พัก  TATHAGAT ASHOK HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ

Day 6ยอดเขาคิชกูฏ - พระคันธกุฏิ - ชีวกอัมพวันวิหาร - นาลันทา - มหาวิทยาลัยนาลันทา - หลวงพ่อองค์ดํา

เช้า       

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

จากนำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาคิชกูฏ สถานที่ประทับพรรษาแรกของพระพุทธเจ้า ซึ่งปรากฏหลักฐานหลายจุดที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัติ อันประกอบไปด้วย ถ้ำพระโมคคัลลานะ ที่พำนักและบำเพ็ญเพียรของอัครสาวกเบื้องซ้าย รวมถึง จุดที่พระเทวทัต กลิ้งหินให้ตกจากหน้าผาใส่พระพุทธเจ้า แต่ หินกลับกระเด็นไปไกลจากพระพุทธเจ้าอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ถึงกระนั้นสะเก็ดหินก็ทำให้พระพุทธเจ้าทรงห้อพระโลหิตที่ข้อพระบาท นำท่านชม ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) ซึ่งเป็นที่พำนักและบำเพ็ญเพียรของอัครสาวกเบื้องขวา ผู้เป็นเอตทัคคะที่มีปัญญาเป็นเลิศ จากนั้นนำท่านชม อานันทกุฎี ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าพระคันธกุฎี กุฏิของพระพุทธเจ้า และจุดที่เป็นไฮไลท์คือพระคันธกุฏี ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเขาคิชกูฏ ซึ่งในอดีตคือสถานที่ประทับพรรษาแรกของพระพุทธเจ้านั้นเอง จากนั้นนำท่านชม ชีวกอัมพวันวิหาร หรือสวนมะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งถวายเป็นสังฆาวาส และเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกที่ดูแลพระภิกษุสงฆ์อาพาธรวมไปถึงพระพุทธองค์ด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อครั้งเหตุการณ์พระเทวทัตผลักก้อนหินหลัง

เที่ยง         

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย         

นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์นาลันทา สถานที่เก็บวัตถุอันมีค่าเกี่ยวกับทางพระพุทธศาสนาพุทธซึ่งได้รวมรวมสมบัติล้ำค่าทางพุทธศาสนามาไว้ที่นี่  จากนั้นนําท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา อดีต  มหาวิทยาลัยพุทธศาสนาที่เคยรุ่งเรืองโด่งดังมากที่สุดในโลก มีพระนักศึกษาจํานวนนับหมื่นองค์ โดยเมื่อราว พ.ศ. 1700 ได้ถูก ชาวมุสลิมรุกรานสังหารพระ และเผาทําลายเสียสิ้นจนปัจจุบันเหลือไว้แต่ซากปรักหักพัง  ปรากฏเป็นรูป ฐานและผนังของอาคารยาวนับร้อยเมตร เป็นบริเวณอันกว้างขวาง และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของ พระโมคคัลลานา พระสารีบุตร นอกจากนี้ภายในยังมีพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตรปรากฏอยู่ด้วย หลังจากนั้นนําท่านกราบนมัสการ หลวงพ่อดําศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปปางสมาธิที่ยังไม่ถูกทำลายจากผู้รุกรานต่างศาสนา  

ค่ำ         

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

พัก  TATHAGAT ASHOK HOTEL หรือเทียบเท่า

Day 7เมืองไวสาลี - ปาวาลเจดีย์ - วัดป่ามหาวัน (กุฎาคารศาลา) - เสาอโศก - เมืองกุสินารา - เกสรียาสถูป

เช้า       

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

จากนำท่านเดินทางสู่เมืองไวสาลี ในอดีตคือแคว้นวัชชีที่ปกครองโดยกษัตริย์ลิจฉวี เป็นหนึ่งใน 16 แคว้นของชมพูทวีป ซึ่งในสมัยพุทธกาลพระพุทธองค์เคยมาโปรดให้ชาวเมืองได้รอดพ้นจากโรคอหิวาตกโรค ที่แม้แต่พระมหาวีระ ศาสดาแห่งศาสนาเชนไม่สามารถบำบัดโรคร้ายนี้ได้ จึงถือได้ว่า  เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ สำคัญแห่งหนึ่ง จากนั้นนำท่านสักการะ ปาวาลเจดีย์ สถานที่พระพุทธเจ้าทรงทำการปลงพระชนมายุสังขารในวันเพ็ญเดือนสามแห่งพรรษาสุดท้ายของพระชนมชีพ  เมื่อมีพระชมมายุได้ 80 พรรษา ซึ่ง ณ เวลานั้น ทรงได้ตรัสรู้แล้วเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนมานานถึง 45 ปีแล้ว ก็ได้ทรงตั้งพระทัยว่า “นับแต่นี้ต่อไปอีกสามเดือน ตถาคตจักดับขันธปรินิพพาน”

เที่ยง       

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย         

จากนั้นนำท่านสักการะ กุฎาคารศาลา วัดป่ามหาวัน ที่มีลักษณะเป็นสถูปทรงบาตรคว่ำ ซึ่งกษัตริย์ลิจฉวีทรงสร้างถวายสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธองค์ทรงประทับจำพรรษา ณ สถานที่แห่งนี้ ในพรรษาที่ 5 พร้อมนำท่านชม เสาอโศก รูปสิงห์ที่เชื่อว่ามีความสมบูรณ์ที่สุด ที่อยู่ในลักษณะนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันสถานที่แห่งนี้หลงเหลือเพียง
ซากโบราณสถานที่ประกอบไปด้วยสังฆาราม ห้องพัก ห้องประชุมที่สำคัญวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ประธานพุทธานุญาตบวชพระนางปชาบดีโคตสีเป็นพระภิกษุณีรูปแรกของโลก ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา เดิมในสมัยพุทธกาล เมืองแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นมัลละ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงของพระพุทธองค์ ระหว่างทางนำท่านเดินทางสักการะ เกสรียาสถูป สถูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งตระหง่านระหว่างทาง หลังจากกองโบราณคดีอินเดียได้ขุดค้นเนินดินใหญ่พบพระมหาสถูปโบราณ ที่มีความเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1,400 ฟุต สูงถึง 51 ฟุต ซึ่ง  ปัจจุบันยังมีการขุดเพื่อการศึกษาอยู่ ทำให้มหาสถูปโบราณที่ค้นพบใหม่นี้กลายเป็นมหาสถูปที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองและพระมหาสถูปบุโรพุทโธ ซึ่งทำให้มีผู้สันนิษฐานว่ามหาสถูปแห่งเกสริยานี้เป็นต้นแบบของมหาสถูปทั้งสอง

ค่ำ         

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หรือวัดไทยระหว่างทาง

พัก THE IMPERIAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ

Day 8เมืองกุสินารา - ปรินิพพานสถูป - โทณะพราหมณ์สถูป - มกุฏพันธนเจดีย์ - เมืองลุมพินี (เนปาล)

เช้า           

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

จากนั้นนำคณะเข้าสู่สถานที่สำคัญหนึ่งในสี่สังเวชนียสถาน ปรินิพพานสถูป เป็นที่ตั้งของสาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน อนุสรณ์สถานที่สำคัญบรรจุพระ  บรมสารีริกธาตุ ที่อยู่ด้านหลังวิหารปรินิพพาน ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชพระราชทานพระราช-ทรัพย์100,000 รูปี ให้สร้างขึ้นคร่อมกับพระแท่นปรินิพพาน มีลักษณะเป็นทรงบาตรคว่ำสูง 65 เมตร มี  ยอดฉัตร 3 ชั้น พร้อมปรากฏเสาอโศกในบริวณใกล้เคียง และซากศาสนสถานโบราณที่อยู่รอบๆ จากนั้นนำท่านสักการะ โทณะพราหมณ์สถูป สถานที่แบ่งพระบรมสารีริกธาตุของโทณพราหมณ์  ภายหลังการถวาย พระเพลิงสรีระ ปัจจุบันมีลักษณะเป็น เนินดิน และมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ปรากฎในบริเวณเดียวกัน ตั้งอยู่หลังวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้เวลาสมควรนำท่านสักการะ มกุฏพันธนเจดีย์  เป็นสถูปโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตรงเพื่อสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้าได้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัย  เดิมทีบริเวณมกุฏพันธนเจดีย์เป็นเชิงตะกอนไม้จันทน์หอมเพื่อใช้สำหรับถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า ต่อมาพระเจ้าอโศกมหาราชจึงสั่งให้สร้างพระสถูปครอบพระสถูปองค์นี้

เที่ยง         

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย         

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นสังเวชนียสถานแห่งเดียวที่ไม่อยู่ในประเทศอินเดีย อันเนื่องมาจาก ก่อนที่สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จมาประสูติ พระองค์ท่านเป็นพระบรมโพธิสัตว์เจ้า ยังมิได้รับอาราธนาของทวยเทพทั้งหลายทรงพิจารณาดู “ปัญ  จมหาวิโลกนะ” คือ การตรวจดูอันยิ่งใหญ่ 5 อย่าง ก่อนที่จะตัดสินพระทัยประทานปฏิญาณรับอาราธนาของเทพยดาทั้งหลาย ว่าจะจุติจากดุสิตเทวโลกไปบังเกิดในพระชาติสุดท้ายที่จะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้ามี 5 อย่างที่พระบรมโพธิสัตว์เจ้าทรงเลือก

ค่ำ         

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

พัก SIDDARTH VILAS HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ

Day 9สวนลุมพินีวัน - วิหารมายาเทวี - เสาอโศก - เมืองลุมพินี (เนปาล) - เมืองสาวัตถี (อินเดีย)

เช้า         

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

จากนั้นนำคณะเข้าสู่สถานที่สำคัญหนึ่งในสี่สังเวชนียสถาน ณ สวนลุมพินีวัน ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ของประเทศเนปาล นำท่านเข้าชม วิหารมายาเทวี ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งภายในวิหารจะปรากฏรูปปั้นของพระนางมายาเทวี (พระมารดาของพระพุทธเจ้า) ขณะพระองค์กำลังให้กำเนิดเจ้าชายสิทธัตถะ และ รูปรอยเท้าของเจ้าชายสิทธัตถะ ภายนอกวิหารจะปรากฏสระโบกขรณี และทางด้านตะวันตกของวิหารมายาเทวี ยังมีอนุสาวรีย์ที่แสดงถึงการมีอยู่ของสถานที่ประสูติ โดยที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าอโศกมหาราชสร้าง เสาอโศก และพบจารึกเป็นอักษรพราหมณ์ระบุว่าที่แห่งนี้คือสถานที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ

เที่ยง     

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย         

ได้เวลาสมควรนำคณะเดินทางต่อไปยัง เมืองสาวัตถี ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้น เมืองสาวัตถีเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นโกศล และมีความสำคัญกับศาสนาพุทธอยู่มากมายเช่นกัน เนื่องจากเป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจำพรรษาอยู่ถึง 24 พรรษา และเป็นเมืองที่พระองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาและแสดงธรรมแก่ภิกษุและพุทธบริษัทให้บรรลุอมตธรรมเป็นจำนวนมาก มีพระอรหันตสาวกอยู่จำพรรษานับพันนับหมื่นองค์ มีอุบาสกอุบาสิกาก็เป็นเลิศกว่าใครในแผ่นดิน ส่วนพระราชาก็ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง

ค่ำ           

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หรือวัดไทยระหว่างทาง

พัก  TULIP INN HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ

Day 10เมืองสาวัตถี - ยมกปาฏิหาริย์ - วัดเชตวันมหาวิหาร - พระมูลคันธกุฎี - บ้านองคุลิมาล - บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี - เมืองลัคเนา - Shopping Mall

เช้า         

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

จากนั้นนำท่านสักการะ สถานที่แสดงยมกปาฏิหาริย์สถูป เป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ที่แม้แต่อัครสาวกไม่สามารถแสดงได้ โดยปาฏิหาริย์ที่เกิดเป็นลักษณะคู่ คือมี 2 เหตุการณ์ อันประกอบไปด้วย  การปราบทิฏฐิพวกเดียรถีย์ภายใต้ต้นมะม่วงคัณฑามพฤกษ์ และการเสด็จขึ้นไปสวรรค์ชั้นที่ 2 หรือดาวดึงส์เพื่อโปรดพระนางมายาเทวี พระพุทธมารดาของพระองค์ จากนั้นนำท่านเที่ยวชม วัดเชตวันมหาวิหาร หรือสาเหต (Sahet) พระอารามหลวงขององค์พระศาสดา จำพรรษาถึง 19 พรรษา โดยท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีผู้บริจาคทรัพย์สมบัติในการสร้างมหาวิหารแห่งนี้ ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 80 ไร่ พร้อมเยี่ยมชม สถานที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าวัดเชตวันมหาวิหาร และสักการะ อานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ที่ปลูกโดยพระอานนท์ใน สมัยพุทธกาล ต้นโพธิ์ต้นนี้ปรากฏหลักฐานจารึกของหลวงจีนฟาเหียนและ พระถังซัมจั๋งโดยต้น  โพธิ์ดังกล่าวยังคงยืนต้นมาจนปัจจุบัน จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม พระมูลคันธกุฎี กุฏิของพระพุทธเจ้า ที่ได้รับการ ขุดค้นและปรับแต่งภูมิทัศน์เป็นอย่างดี

เที่ยง     

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม

บ่าย         

ได้เวลาสมควรนำท่านชม บ้านองคุลิมาล เป็นบุคคลสำคัญในยุคต้นแห่งพุทธศาสนา โดยเฉพาะตามพุทธประวัติพุทธฝ่ายเถรวาท เดิมนั้นเป็นโจรปล้นฆ่าคน แต่ภายหลังมีศรัทธาในพุทธศาสนา ได้กลับใจบวชเป็นพระภิกษุ และบรรลุเป็นพระอรหันต์ และชม บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ชาวสาวัตถีในสมัยพุทธกาล มีชีวิตร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า เดิมท่านมีนามว่าสุทัตตะเศรษฐี เกิดในตระกูลของสุมนะเศรษฐีผู้เป็นบิดา ท่านเป็นเศรษฐีที่ใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนตกยาก ทำให้ท่านถูกเรียกจากชาวเมืองสาวัตถีว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี แปลว่า เศรษฐีผู้เป็นที่พึ่งของคนยาก ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองลัคเนา จากนั้นนำท่านสู่ SHOPPING MALL ศูนย์การค้าของเมืองลัคเนาว์ เป็นรวมสินค้านานาชนิดไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ากระเป๋า รองเท้า นาฬิกา แว่นตา ของฝากของทีระลึกสินค้าจากประเทศอินเดีย และแบรนด์เนมชั้นนำ อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้าราคาโปรโมชั่นที่แข่งกันลดราคาเอาใจนักท่องเที่ยวกันตามอัธยาศัย

ค่ำ         

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านสู่ สนามบินลัคเนา

23.30 น.

คณะอำลาประเทศอินเดีย ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน FD147

Day 11กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง)

04.20 น. 

คณะเดินทางถึง สนามบินดอนเมือง ด้วยความสวัสดี…พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

Photos